ทำไมอิสลามห้ามบริจาคร่างกาย

28 ตค. 60     3355


ทำไมอิสลามห้ามบริจาคร่างกาย?

เชื่อว่ามุสลิมหลายคนถูกเพื่อนถามถึงการบริจาคร่างกายว่า ทำไมอิสลามห้ามบริจาคร่างกาย? 

ตามหลักศาสนาอิสลาม ไม่เป็นที่อนุมัติสำหรับการบริจาคร่างกาย เพราะร่างกายแม้เป็นของเรา แต่ตามหลักอิสลามร่างกายไม่ใช้กรรมสิทธิ์ของเรา หากแต่เป็นกรรมสิทธิ์ของพระผู้เป็นเจ้า

ทำไมอิสลามห้ามบริจาคร่างกาย

คำฟัตวา  เรื่องการบริจาคอวัยวะ ร่างกาย   
คำตอบโดย: อ.มูรีด ทิมาเสน

นักวิชาการแบ่งเป็นทัศนะไว้ดังนี้ ทัศนะแรก มีความเห็นว่า อวัยวะของมุสลิมไม่สามารถบริจาคให้แก่ผู้ใดหรือองค์ใดได้เลย โดยให้เหตุผลว่า ร่างกายเป็นของเราไม่ใช่เป็นกรรมสิทธิ์ของเรา แต่เป็นกรรมสิทธิ์ของอัลลอฮฺ ซึ่งเราไม่สามารถนำไปมอบให้ใครได้เพราะมิใช่เป็นกรรมสิทธิ์ของเรา เช่นนั้นการบริจาคอวัยวะส่วนหนึ่งส่วนใดของร่างกายจึงไม่อนุญาตให้กระทำ

ทัศนะที่สอง มีความเห็นว่า อวัยวะร่างกายอนุญาตให้บริจาคได้แต่ต้องมีเงื่อนไขว่า ผู้ที่รับบริจาคจะต้องเป็นมุสลิมเท่านั้น โดยให้เหตุผลว่า หากอวัยวะส่วนที่มุสลิมบริจาคให้กับผู้ที่มิใช่มุสลิมเขาผู้นั้นมีชีวิตอยู่ต่อไปโดยมีวิถีชีวิตที่ฝ่าฝืนพระองค์อัลลอฮฺ

ด้วยเหตุนี้เองจึงไม่อนุญาตให้มุสลิมบริจาคอวัยวะแก่ผู้ที่มิใช่มุสลิม อาทิเช่น เราบริจาคไตให้แก่ชายผู้หนึ่งที่มิใช่มุสลิม เขาผู้นั้นก็มีชีวิตอยู่ต่อในสภาพที่เขาทำซินา หรือดื่มสุรา ทำนองนี้เป็นต้น

ทัศนะที่สาม ทัศนะที่สามนี้เปิดกว้างอย่างมาก โดยอนุญาตให้บริจาคอวัยวะส่วนหนึ่งส่วนใดของร่างกายได้ โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น (ซึ่งทัศนะนี้ไม่ถูกยอมรับจากนักวิชการเท่าใดนัก เพราะเปิดช่องว่างมากเกินไป)

ส่วนประเด็นการบริจาคศพของมุสลิม คำถามข้อนี้ตอบได้เลยว่า ไม่มีช่องทางให้มุสลิมบริจาคศพของตนเองอย่างเด็ดขาด เพราะศาสนากำหนดว่า วาญิบ (จำเป็น) คนเป็นจะต้องทำให้แก่คนตายมี 4 ประการ (1) อาบน้ำ (2) กะฝั่น (การห่อศพ), (3) นมาซ (4) และฝัง ซึ่งศพมุสลิมจะต้องถูกฝัง โดยพยายามฝังศพให้เร็วที่สุด

แต่ถ้าสมมติว่า ศพมุสลิมผู้นั้นถูกฆาตกรรม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องการพิสูจน์ศพ เช่นนี้อนุญาตให้ฝังล่าช้าได้เพราะมีความจำเป็น, อาจจะมีคำถามว่า ถ้าไม่ใช้ศพของมุสลิมในการวิจัยหรือไว้ศึกษาทางการแพทย์ เช่นนั้นประเทศมุสลิม ก็ไม่ต้องเรียนรู้เกี่ยวกับวิชาแพทย์เลยกระนั้นหรือ ? มิได้ครับ

นักวิชาการมีทัศนะว่า หากเป็นเช่นนั้นจริงก็ให้ใช้ศพของเชลยศึกที่ตายในสงครามมาเป็นประโยชน์ทางด้านการแพทย์ได้ (วัลลอฮุอะอฺลัม) คำถามที่สอง ผมขอหยิบยกหะดีษของท่านอบูดัรดาอฺที่เล่าว่า ท่านรสูลุลลอฮฺกล่าวว่า “ แท้จริงพระองค์อัลลอฮฺทรงประทานโรคควบคู่กับยารักษา และพระองค์ทรงทำให้ทุกๆ โรคมียารักษา “ (บันทึกโดยอบูดาวูด หะดีษที่ 3864)

ฉะนั้น มุสลิมทุกคนต้องเชื่อมั่นในสิ่งที่ท่านรสูลุลลอฮฺ ได้กล่าวไว้ เช่น ทุกโรคที่อยู่บนโลกดุนยาแห่งนี้ล้วนมียารักษาทั้งสิ้นไม่ว่าจะเป็นโรคเอดส์, โรคซาส์, โรคระบาดต่างๆ หรือโรคที่มีชื่อแปลกๆ แม้ว่าในปัจจุบันอาจจะยังไม่ค้นพบตัวยารักษาได้ แต่อนาคตข้างหน้าจะต้องมีตัวยารักษาโรคนั้นๆ ได้อย่างแน่นอนโดยไม่ต้องสงสัยเลยครับ (วัลลอฮุอะอฺลัมบิศเศาะวาบ) วัสสลาม

ขณะที่ ชี้ค Khalfan Al Esry  กรรมการ Steering Committee for Islamic Information Centre แห่งมัสยิดสุลต่านกาบูส ในโอมาน ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวกัลฟ์นิวส์ ว่า มี 3 แนวความคิดในเรื่องการบริจาคอวัยวะของมุสลิม

แต่นักการศาสนาส่วนมากเชื่อว่า การบริจาคอวัยวะไม่เป็นที่อนุมัติในอิสลาม  ส่วนการบริจาคเลือดสามารถทำได้ เพราะร่างกายจะยิ่งสร้างเม็ดเลือดขึ้นมาใหม่เพื่อทดแทน

นักการศาสนาส่วนน้อยที่เชื่อว่า มุสลิมสามารถบริจาคอวัยวะได้ ขณะที่บางกลุ่มโยนให้เป็นการตัดสินใจของบุคคล

“ ร่างกายของเราเป็นสิ่งที่ไม่สมควรล่วงเกิน และในอิสลามสอนให้กระทำอย่างเคารพแก่ร่างของผู้เสียชีวิต เราจับต้องร่างผู้ตายอย่างเบามือ และให้ความเป็นส่วนตัวโดยห่อด้วยผ้าขาว แล้วทำไมจึงคิดจะแยกส่วนอวัยวะออกไปเล่า ด้วยเหตุผลนี้จึงไม่สมควรบริจาคอวัยวะของคนที่ตายแล้ว”

สำหรับผู้ที่คิดว่า เจ้าของอวัยวะเป็นผู้ตัดสินว่าจะบริจาคหรือไม่นั้น Al Esry กล่าวว่า “เราไม่ได้เป็นเจ้าของตัวเรา เพราะร่างกายเป็นของขวัญจากพระเจ้า และ ในอิสลามก็ยังมีบัญญัติห้ามทำร้ายตัวเอง ทั้งทางร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ”

 ที่มา: oknation.nationtv.tv

เป็นเพื่อน Line กับเรา