ท่านอุมัรกับการมอบหมายที่ถูกต้อง

1 มิย. 60     954

 

ท่านอุมัรกับการมอบหมายที่ถูกต้อง

ท่านอุมัรกับการมอบหมายที่ถูกต้อง

ท่านอิบนุ อัลเญาซีย์ ได้รายงานจากท่านอุมัร อิบนุ อัลคอตต๊อบ (ร.ฎ.) ว่า: วันหนึ่ง ท่านอุมัร (รฎ.) ได้พบกลุ่มชนหนึ่งที่ไม่ประกอบสัมมาอาชีพ ได้แต่นั่งๆ นอนๆ งอมืองอเท้าโดยไม่ทำมาหากินแต่อย่างใด! ท่านอุมัร (ร.ฎ.) ได้กล่าวถามว่า : พวกท่านเป็นอะไรกัน ถึงได้ไม่ทำมาหากิน? พวกนั้นตอบว่า : พวกเราเป็นผู้ที่มอบหมายต่อพระองค์อัลลอฮ (ซ.บ.)

“เมื่อได้รับคำตอบเช่นนี้ท่านอุมัร (ร.ฎ.) ก็ไม่พอใจเป็นอันมาก จึงกล่าวสวนทันควันว่า : พวกท่านโกหก! อันที่จริงแล้ว ผู้ที่มอบหมายต่อพระองค์อัลลอฮ (ซ.บ.) นั้น หมายถึง บุคคลที่หว่านเมล็ดพืชลงสู่พื้นดินแล้วเขาจึงมอบหมายต่อพระองค์อัลลอฮ (ซ.บ.) ฉะนั้น คนหนึ่งในหมู่พวกท่าน จงอย่างนั่งงอมืองอเท้าจากการแสวงหาปัจจัยยังชีพและได้แต่พร่ำบ่นว่า : โอ้ พระองค์อัลลอฮ ขอพระองค์ได้ทรงประทานปัจจัยยังชีพให้แก่ข้าพระองค์ด้วยเถิด”

ทั้งที่เขาก็รู้แก่ใจว่า ท้องฟ้านั้นมิได้หลั่งฝนลงมาเป็นเงินเป็นทอง…” ท่านอุมัร (ร.ฎ.) ได้ห้ามปรามเหล่าผู้ยากจนในการที่พวกเขาจะงอมืองอเท้าจากการประกอบอาชีพการงาน เพียงเพื่อพึ่งพาการบริจาคทานแต่ประการเดียว ฉะนั้น มุสลิมทุกคนจำต้องประกอบอาชีพการงาน ตามอัตภาพของตนจนสุดความสามารถ หลังจากที่ได้ทุ่มเทและมานะแล้ว ก็จงมอบหมายผลที่ได้รับจากการทำงานต่อพระองค์อัลลอฮ (ซ.บ.)

(คัดจากหนังสือตัรบียะตุ้ล เอาล๊าด 1/142)


ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ผู้ทรงเมตตา ปรานียิ่งเสมอ
 
บางส่วนจากประวัติของท่านอุมัร บิน อัล-ค็อฏฏอบ
 
มวลการสรรเสริญทั้งหลายเป็นสิทธิของอัลลอฮฺ พระเจ้าแห่งสากลโลก การประสาทพร ความสันติทั้งหลายโปรดมีแด่นบีของเรา ท่านนบีมุฮำหมัด และวงศ์วาน มิตรสหายของท่าน ฉันขอปฏิญาณตนว่าไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺเพียงองค์เดียว ไม่มีสิ่งใดเป็นภาคีร่วมกับพระองค์ และมุฮัมหมัดเป็นบ่าวและเราะสูลของพระองค์

นี่เป็นบางส่วนของประวัติของบุคคลสำคัญท่านหนึ่ง จากบรรดาบุคคลสำคัญแห่งประชาชาติของเรา ท่านเป็นหนึ่งในวีรบุรุษของอิสลาม เป็นสหายผู้สูงส่งจากบรรดามิตรสหายของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เราจะคัดบทเรียน และข้อเตือนใจจากประวัติที่หอมหวานของท่าน

ท่านอุมัรเป็นสหายที่อยู่ร่วมกับท่านนบีศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ในทุกๆ สมรภูมิ ท่านเข้าร่วมสงครามบัดรฺ อุฮุด อัล-คอนดัก และสงครามอื่นๆ ของบรรดามุสลิม ท่านเกิดหลังจากเหตุการณ์ของช้าง (ปีช้าง) 13 ปี ท่านเป็นชนรุ่นแรกที่เข้าสู่อิสลาม ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวถึงท่าน ในอัล-หะดีษ รายงานในมุซนัด อัล-อิหม่าม อะหมัด ไว้ว่า

«إِنَّ اللهَ جَعَلَ الحَقَّ عَلى لِسَانِهِ وَقَلْبِهِ»

“แท้จริงอัลลอฮฺทำให้ความสัจจริงอยู่บนลิ้นและหัวใจของเขา (คือท่านอุมัร)” (2/53 จากหะดีษ อิบนุอุมัร)
 
และท่านนบีศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวถึงท่านอุมัร เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ  ในอัล-หะดีษ ที่รายงานใน อัศ-ศ่อฮีฮัยนฺ จากหะดีษซึ่งรายงานจากท่าน สะอดฺ บิน อบี วักกอศ

«وَالذِيْ نَفْسِي بِيَدِهِ، مَا لَقِيَكَ الشَيْطَانُ قَطُّ سَالِكًا فَجًّا إلا سَلَكَ فَجًّا غَيرَ فَجِّكَ»

“ขอสาบานด้วยผู้ที่ชีวิตของฉันอยู่ในพระหัตถ์ของพระองค์ ชัยฏอนไม่อยากพบท่านในทางเดินที่กว้างขวางเด็ดขาด เว้นแต่มันจะเลือกเดินในที่ ๆ ท่านไม่เดิน” (อัล-บุคอรีย์ หะดีษเลขที่ 3294 และ มุสลิม หะดีษเลขที่ 2396)
 
การเข้ารับอิสลามของท่านทำให้มุสลิมได้รับชัยชนะ เป็นทางออกของมุสลิมยามยากลำบาก การอพยพของท่านคือชัยชนะ และการปกครองของท่าน คือความเมตตา ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม แต่งลูกสาวของท่านให้กับท่าน ท่านเป็นหนึ่งในสิบท่านที่ได้รับข่าวดีว่าจะได้เข้าสวรรค์ อาณาจักรเปอร์เซียและโรมันปราชัยได้ล่มสลายลงในสมัยของท่าน ท่านอับดุลลอฮฺ บิน มัซอู๊ดกล่าวถึงท่านว่า “อัลลอฮฺไม่ถูกเคารพอย่างเปิดเผยจนกระทั่งบุรุษผู้นี้เข้ารับอิสลาม”

แน่แท้ ท่านเป็นผู้แยกแยะ (ความดีและความไม่ดี) ของประชาชาตินี้ ท่านคือท่านอุมัร บิน อัล-ค็อฏฏอบ บิน นุฟัยลฺ บิน อับดุลอุซซา อัล-กุรอชียฺ อัล-อะดะวี่ยฺ (มีฉายาว่า) อบูหัฟศฺ การเข้ารับอิสลามของท่านเป็นจริงดังการบอกข่าวดีของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม รายงานจาก อัต-ติรมีซีรฺ ในซุนันของท่าน จากอัล-หะดีษของท่านอิบนุอับบาส แท้จริงท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมกล่าวว่า

«اللهم أَعِزَّ الإسْلامَ بِأَحَبِّ هذينِ الرَجُلَيْنِ إِلَيْكَ: بأبي جَهْلٍ، أَوْ بِعُمَرَ بنِ الخَطَّابِ»

“โอ้อัลลอฮฺโปรดทำให้อิสลามมีเกียรติด้วยบุรุษผู้เป็นที่รักมากที่สุดสำหรับพระองค์ จากบุรุษสองคนนี้ด้วย คือ อบีญะฮัล หรือ อุมัร บินอัล-ค็อตตอบ” ท่านอิบนุอับบาสกล่าวว่า “และผู้ที่เป็นที่รักจากสองคน สำหรับพระองค์คือท่านอุมัร” (หะดีษเลขที่ 3681)
 
รายงานจาก อัล-บุคคอรียฺ ในศ่อเฮี้ยะของท่าน จากอัล-หะดีษซึ่งรายงานจากอิบนุมัซอู๊ด เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ  กล่าวว่า “เรายังคงมีเกียรตินับตั้งแต่ท่านอุมัรเข้ารับอิสลาม”

ท่านอิบนุอับบาส กล่าวว่า “บุรุษคนแรกที่เปิดเผยอิสลาม คือ ท่านอุมัร บินอัล-ค็อตตอบ” นักประวัติศาสตร์ให้คุณลักษณะท่านว่า ท่านเป็นชายร่างสูงมาก ด้วยความสูงของท่านนั้น เมื่อท่านขี่ม้า ขาทั้งสองจะลากพื้น นอกจากความสูงแล้ว ท่านยังมีรูปร่างที่ใหญ่โต ไหล่กว้าง แขนมีกล้ามที่แข็งแรง และผิวขาวอมแดง

อัล-หะดีษหลายบทรายงานถึงความประเสริฐ และฐานะอันทรงเกียรติของท่านอุมัร รายงานจากอัต-ติรมีซียฺ ในซุนันของท่าน จากอัล-หะดีษ ซึ่งรายงานจาก อุกบะฮฺ บิน อามิร ท่านนบีศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมกล่าวว่า

«لَوْ كَانَ بَعْدِي نَبِيٌّ لَكانَ عُمَرَ بن الخَطاب»

 “ถ้าหลังจากฉันมีนบี (ผู้ที่จะเป็น) คืออุมัร บิน อัล-ค็อฏฏอบ” (หะดีษเลขที่ 3686)
 
และมีบันทึกใน อัศ-ศ่อเฮี้ยะจากหะดีษซึ่งรายงานจากท่านอบีฮุรอยเราะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า

«بَينَا أَنَا نَائِمٌ، رَأَيْتُنِي في الجَنَّة، فَإذا امْرأَةٌ تَتَوَضَّأُ إلى جَانِبِ قَصْر، قُلتُ: لِمَنْ هَذا القصرُ؟ قالوا: لِعُمَر بن الخطابِ، فَذَكرت غيْرَتَهُ فَوَلَّيْتُ مُدبرًا»

“ขณะที่ฉันนอนหลับอยู่ ฉันเห็นตัวฉันอยู่ในสวนสวรรค์ และมีหญิงสาวผู้หนึ่งกำลังอาบน้ำละหมาดข้างๆ ปราสาท ฉันกล่าวว่า: ปราสาทนี้ของใครกัน? พวกเขาตอบว่า ของอุมัร บิน อัล-ค็อฏฏอบ และฉันนึกถึงความหวงของท่านฉันจึงผินหลังกลับ” ท่านอบูฮุรอยเราะฮฺ กล่าวว่า แล้วท่านอุมัร บิน อัล-ค็อตตอบ ก็ร้องไห้ และกล่าวว่า “ด้วยการพลีบิดาและมารดาของฉัน ท่านเราะสูลุ้ลลอฮฺ กับท่านหรือที่ฉันจะหึงหวง?” (อัล-บุคคอรียฺ หะดีษเลขที่ 7023 และมุสลิม หะดีษเลขที่ 2394)
 
รายงานจากอัล-บุคคอรียฺ และมุสลิม ในศ่อเฮี้ยะของท่านทั้งสองจากหะดีษซึ่งรายงานจาก อบี ซะอี๊ด อัล-คุดรี่ยฺ เราะฎิยัลลอฮอุอันฮุ เล่าว่า ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า

«بَينَا أَنَا نَائِمٌ رأيتُ الناسَ عُرِضُوا عَليَّ وَعَليهِم قُمص، فَمِنْها ما يَبلغ الثَديَ، ومِنها ما يبلغُ دونَ ذلك، وعُرضَ عليَّ عمرُ وعليه قميصٌ اجْتَرّه» قالوا : فما أَوَّلْتَهُ يا رسولَ الله؟ قال : الدين

“ขณะที่ฉันนอนหลับอยู่ ฉันเห็นคนผู้คนถูกนำมายังฉันโดยที่พวกเขาสวมใส่เสื้อกันทุกคน โดยที่เสื้อของบางคนนั้นยาวถึงแค่หน้าอก บางคนก็ยาวน้อยกว่านั้น ส่วนอุมัรนั้น ปรากฏว่าเสื้อของเขายาวลากดิน” พวกเขากล่าวว่า “แล้วท่านตีความสิ่งนี้อย่างไรหรือครับท่านเราะสูลุลลอฮฺ?” ท่านกล่าวว่า “คือ ศาสนา” (อัล-บุคคอรียฺ หะดีษเลขที่ 3691 และมุสลิม หะดีษเลขที่ 2390)
 
ท่านอุมัร เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ เป็นบุรุษที่ได้รับการดลใจ อัล-กุรอานได้ถูกประทานลงมาสอดคล้องกับความคิดเห็นหลายประการของท่าน ดังที่มีบันทึกใน อัศ-ศ่อเฮี้ยะทั้งสอง จากหะดีษซึ่งรายงานจากท่านอุมัร ท่านกล่าวว่า “ฉันเห็นสอดคล้องกับพระเจ้าของฉันใน 3 เรื่อง ฉันกล่าวว่า “โอ้ท่านเราะสูลของอัลลอฮฺ หากเรายึดที่ยืนของอิบรอฮีมเป็นที่ละหมาด” และอายะฮฺนี้ก็ถูกประทานลงมา

﴿وَاتَّخِذُوا مِن مَّقَامِ إِبْرَاهِيمَ مُصَلًّى﴾ ]البقرة : 125[

ความว่า “และพวกเจ้าจงยึดเอาเป็นที่ยืนของอิบรอฮีม เป็นที่ละหมาดเถิด” (อัล-บะเกาะเราะฮฺ : 125)
 
และอายะฮฺ อัล-ฮิญาบ ฉันกล่าวว่า “โอ้เราะสูลุลลอฮฺ หากว่าท่านจะสั่งใช้ภรรยาท่านให้ปกปิด เพราะผู้ที่พูดคุยกับนางมีทั้งคนดี และไม่ดี แล้วอายะฮฺ อัล-ฮิญาบ (การปกปิด) ก็ถูกประทานลงมา และภรรยาท่านนบีต่างหึงหวงท่าน ฉันจึงกล่าวกับพวงนางว่า “หากเขาหย่าพวกเธอ บางทีพระเจ้าของเขาอาจทรงทดแทนให้แก่เขาซึ่งภริยาที่ดีกว่าพวกเธอ” แล้วอายะฮฺนี้ก็ถูกประทานลงมา

﴿عَسَىٰ رَبُّهُ إِن طَلَّقَكُنَّ أَن يُبْدِلَهُ أَزْوَاجًا خَيْرًا مِّنكُنَّ﴾ ]التحريم : 5[

ความว่า “หากเขาหย่าพวกเธอ บางทีพระเจ้าของเขาอาจทรงทดแทนให้แก่เขาซึ่งภริยาที่ดีกว่าพวกเธอ” (อัต-ตะหฺรีม : 5) (อัล-บุคคอรียฺ หะดีษเลขที่ 402 และมุสลิม หะดีษเลขที่ 2399)
 
และเช่นกันมีการเห็นคล้องกันในเรื่องเชลยสงครามบัดรฺ และในเรื่องการละทิ้งละหมาดให้กับพวกมุนาฟิก (เมื่อเขาตาย) และในเรื่องอื่นๆ และท่านอุมัร เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ  เป็นศ่อฮาบะห์ที่มีความรู้และความเข้าใจมากที่สุดในหมู่พวกท่าน ท่านอับดุลลอฮฺ บินมัซอู๊ดกล่าวว่า “หากนำความรู้ของอุมัรวางบนตราชั่งข้างหนึ่ง และความรู้ของสิ่งมีชีวิตบนผืนดินวางอีกข้างหนึ่ง แน่นอนว่าความรู้ของอุมัรจะมีน้ำหนักกว่า” พวกเขามีความเห็นว่าท่านอุมัรเป็นเจ้าของความรู้มากมาย

ท่านรับตำแหน่งคอลีฟะห์ หลังจากท่านอบูบักร อัศ-ศิดดี๊ก ในปี ฮ.ศ.ที่ 13 ท่านเป็นผู้ที่ยำเกรง เคร่งครัด และสมถะ ไม่เกรงกลัวคำตำหนิในเรื่องของอัลลอฮฺ (หากท่านทำเพื่ออัลลอฮฺ) ในสมัยของท่านเมืองต่าง ๆ ถูกพิชิตมากมาย และสองอาณาจักรถูกทำให้ล่มสลายในสมัยของท่าน คือ อานาจักรเปอร์เซีย และโรมัน

และนี่เป็นผลงานต่าง ๆ  ที่สุดยิ่งใหญ่ในสมัยของท่าน และมีอยู่ปีหนึ่งในสมัยการปกครองของท่านที่ประชาชนประสบกับความแห้งแล้งอย่างรุนแรง แผ่นดินแห้งแล้งเป็นสีดำ ฝนไม่ตก ปีนั้นถูกเรียกว่า ปีแห่งความสูญสิ้น ในเวลานั้นท่านทานเพียงขนมปังกับน้ำมัน ท่านกล่าวว่า “ฉันจะไม่อิ่มจนกว่าเด็ก ๆ มุสลิมจะอิ่มกัน” และปรากฏในศ่อเฮี้ยะ อัล-บุคอรียฺ จากหะดีษซึ่งรายงานโดย อัมรฺ บิน มัยมูน อัล-อันซอรียฺ เล่าว่า ฉันเห็นท่านอุมัรก่อนที่ท่านจะเสียชีวิตหลายวัน ท่านกล่าวว่า “ถ้าหากว่าอัลลอฮฺทรงให้ฉันได้มีชีวิตอยู่ต่อไป ฉันจะไม่ปล่อยให้บรรดาหญิงหม้ายในอิรักต้องพึ่งพาบุรุษใดนอกเหนือจากฉันเป็นแน่แท้... เวลาผ่านไปเพียงแค่สี่คืนท่านก็ถูกลอบทำร้าย” (หะดีษเลขที่ 3700)

อัลลอฮฺทรงให้เกียรติกับท่านด้วยกับการตายในหนทางของพระองค์ ท่านตายด้วยน้ำมือของผู้ที่ชั่วช้า ผู้ที่ทรยศ อบี ลุลุอฺ อัลมะยูซียฺ ในปี ฮ.ศ.ที่ 23 ขณะท่านกำลังนำละหมาดฟัจญรฺ เขาแทงท่านด้วยมีดสองแฉก จากรายงานของอัล-บุคคอรียฺ ในอัศ-ศ่อเฮี้ยะของท่านจากหะดีษซึ่งรายงานโดยอุมมุ้ลมุอฺมินีน ท่านหญิงฮัฟเศาะห์ กล่าวว่า ท่านอุมัรกล่าวว่า “โอ้อัลลอฮฺ โปรดให้
ริสกีแก่ฉันด้วยการสิ้นชีวิตในหนทางของพระองค์ และโปรดให้การสิ้นชีวิตของฉันอยู่ในแผ่นดินของเราะสูลของพระองค์ด้วยเถิด” (หะดีษเลขที่ 1890) อัลลอฮฺทรงตอบรับการขอที่ดีของท่าน

ขออัลลอฮฺโปรดพอพระทัยท่าน ...ท่านอุมัร

ขออัลลอฮฺตอบแทนท่านที่ท่านทำงานเพื่ออิสลามและบรรดามุสลิม ตอบแทนอย่างดีงาม และโปรดรวมเรากับท่านในที่อยู่ที่มีเกียรติ กับบรรดานบี บรรดาผู้ที่เชื่อโดยดุษฎี บรรดาผู้ที่เสียชีวิตในสงคราม และบรรดาผู้ที่ประพฤติดี และชนเหล่านี้ล้วนเป็นเพื่อนที่ดี
มวลการสรรเสริญทั้งหลายเป็นกรรมสิทธิ์ของอัลลอฮฺ ขออัลลอฮฺทรงประทานพร และความสันติสุขแด่นบีของเรา ท่านนบีมุฮำหมัด แด่วงศ์วานของท่าน และสหายทั้งหลายของท่าน

 

www.islamhouse.com