ประวัตินบียะห์ยาเเละการเสียชีวิต

2 พย. 60     10706

ประวัตินบียะห์ยาเเละการเสียชีวิตภาพไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา

นบียะห์ยา (ยอห์เเบบติศ) เเละการเสียชีวิต

นบียะห์ยา 1 ใน 25 ศาสนทูตของอัลลอฮฺ

นบียะห์ยา  เป็นบุตรของนบีซะกะรียามีชีวิตอยู่ในสมัยพระเจ้าเฮโรด (HEROD THE GREAT) โดยมารดาของ ยะห์ยา และมารดาของมัรยัม เป็นพี่น้องกัน เมื่อท่านนบียะห์ยาโตขึ้นพระเจ้าได้แต่งตั้งท่านให้เป็นนบี (ศาสนทูตของอัลเลาะฮฺ) ต่อจากนบีซะกะรียาและพระเจ้าให้ใด้ให้ความรู้ในด้านต่างๆมากมายแก่ท่าน ชาวอิสรออีล(อิสราเอล)ต่างร่ำลือถึงท่านในความเมตตาปราณีของท่านต่อมนุษย์และสัตว์ โดยเฉพาะความรู้ในด้านศาสนาและความเที่ยงธรรมและท่านเป็นผู้ที่แตกฉานและเคร่งครัดในคัมภีร์เตารอต(โตราห์)ของท่านนบีมูซา(โมเสส)ยิ่ง เเต่สุดท้ายท่านได้ถูกฆ่าอย่างทารุณไม่ต่างจากบิดาท่านนบีซะกะรียาผู้เป็นบิดา

ท่านนบียะห์ยา ได้มีชีวิตร่วมสมัยกับท่านนบีอีซาอยู่ช่วงวาระหนึ่ง(ซึ่งเป็นกำหนดของอัลลอฮฺที่จะส่งต่อเปลี่ยนผ่านผู้นำศาสนาเเละการให้เอกภาพต่อพระองค์)

วันหนึ่งท่านนบีอีซาได้เดินทางมาหาท่านที่แม่น้ำ จอร์แดน..(ท่านทำหน้าที่อาบน้ำชำระตัวให้คนที่กลับตัวเข้ามานับถือพระเจ้าองค์เดียวเเละท่านได้อาบให้ท่านนบีอีซาด้วย)

ท่านนบีอีซากล่าวว่า :

“โอ้ยะห์ยา ท่านจงขออภัยจากพระเจ้าให้แก่ฉันด้วยเถิด เพราะท่านมีคุณงามความดีและกิติคุณเหนือกว่าฉัน”

“โอ้ อีซาเอ๋ย ท่านนั่นแหละ จงอภัยโทษจากพระเจ้าให้แก่ฉันด้วยเถิด เพราะท่านนั้นเป็นคุณงามความดีและเกียรติคุณเหนือกว่าฉัน”

“หามิได้ โอ้ ยะห์ยาเอ๋ย ท่านนั้นแหละดีกว่าฉัน และประเสริฐกว่า”

บางครั้งท่านก็ออกไปใช้ชีวิตในกลางทะเลทรายย่างโดดเดี่ยวเพื่อปฎิบัติกิจอย่างสงบเพื่อพระเจ้า แม้จะเต็มไปด้วยอันตรายและขาดแคลน ท่านทานอาหารที่หาในป่าเช่นน้ำผึ้งป่า.หรือจั๊กจั่น ทุกครั้งที่ท่านกลับมาจะมีประชาชนมารอฟังการเทศนาของท่านอย่างเนืองแน่น ท่านย้ำเสมอในเรื่องการเทิดเอกภาพของพระเจ้าองค์เดียวโดยบริสุทธิ์และปราศจากภาคีใดๆทั้งสิ้น ซึ่งเป็นหลักธรรมที่สำคัญนับแต่บรรพกาล แล้วท่านก็จะกลับสู่ทะเลทรายอีก เพื่อใช้ชีวิตที่สันโดด”..

ประวัตินบียะห์ยาเเละการเสียชีวิตภาพสุสานของท่านนบี ยะห์ยา(ยอห์นแบบติศ) บูรณะโดยราชวงศ์ อุมัยยะฮ์ ในซีเรีย


วาระสุดท้ายของท่านนบียะห์ยา(ยอห์นแบบติศ)

“แล้วข่าวคราวกิติศัพท์ของยะห์ยาก็ได้แพร่กระจายไปเข้าหูกษัตริย์ผู้ปกครองปาเลสไตน์ในขณะนั้น (สมัยนั้นปาเลสไตล์ยังไม่เชื่อในพระเจ้าองค์เดียว) เขารู้สึกได้ว่าประชาชนต่างกล่าวขวัญถึงท่านนบียะห์ยาเป็นอย่างยิ่งแต่ตัวของเขากลับไม่เป็นที่กล่าวถึงของประชาชนทั้งที่เขาเป็นกษัตริย์ที่มีอำนาจอยู่ ณ แผ่นดินนี้.ความอิจฉาเเละกลัวเสียอำนาจจึงเกิดขึ้น..ทั้งอีกผลประโยชน์อาจหายไปจากการเก็บภาษี.ที่นบียะห์ยาต่อต้านในการเก็บจำนวนมาก(เกินพิกัด) เเละการนำการเก็บภาษีมาปล่อยกู้ ซึ่งขัดต่อหลักคำสอนของท่านนบียะหฺยา เเละที่บิดาของท่านเคยคัดค้านต่อต้านเรื่องเหล่านี้

ครั้งหนึ่ง กษัตริย์ต้องการที่แต่งงานกับหลานสาวที่เกิดจากพี่ชายของตนเอง ซึ่งเธอเป็นสาวที่สวยงามมากและอีกประการหนึ่งตัวนางและมารดาของนางก็เห็นชอบด้วย แต่การกระทำเช่นนี้ไม่เป็นที่ยอมรับของประชาชนตามกฎที่มีอยู่จากพระคัมภีร์เดิมซึ่งประชาชนที่เขาปกครองอยู่ยึดมั่น ซึ่งจะเป็นข้อด่างพร้อยที่ประชาชนจะตำหนิและไม่ยอมรับในตัวเขา ถึงแม้เขาจะมีอำนาจทำอะไรก็ได้แค่ก็รู้สึกลำบากใจอยู่ดีต่อมหาชน

ดังนั้นจึงตรัสให้ไปตามตัวท่าน นบี(ศาสนทูตของพระเจ้า)ยะห์ยา(ยอห์นแบบติศ)มาตัดสินชี้ขาด แน่นอนท่านนบียะห์ยาก็ยืนยันตามหลักการ คือ “ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามไม่สามารถที่จะแต่งงานกับหลานสาวแท้ๆของตัวเองๆได้” คือคำตอบที่ทำให้ทั้งสามคนรู้สึกโกรธเป็นอย่างมาก จึงรับสั่งให้เอาตัวท่านนบียะห์ยาไปขังไว้ เพราะการกระทำอะไรที่รุนแรงกว่านี้นั้น การส่งผลกระทบต่อมวลชนที่ชื่นชอบนบียะห์ยา

แต่เรื่องไม่จบแค่นั้นแม่ของหญิงสาวโกรธแค้นท่านนบียะห์ยาแล้ววางแผนให้ลูกสาวเข้าไปยั่วยวนและมอมเหล้ากษัตริย์จนถึงที่สุดกษัตริย์ได้ตรัสว่า “เธอต้องการอะไรขอให้บอกฉันจะจัดให้”  เธอกล่าวว่า

“ฉันต้องการศรีษะของ ยะห์ยา” แล้วกษัตริย์ก็บัญชาให้ไปตัดศรีษะของท่านนบียะห์ยามาให้นาง เพื่อแลกกับความมึนเมาและความสุขสำราญที่จะได้ เเละท่านได้เสียชีวิต
ด้วยการถูกตัดศรีษะ

เเละบทบาทท่านนบี อีซาในการทำหน้าที่ศาสทูตจึงเริ่มขึ้น

01ภาพจำลอง.

02.ภาพสุสานของท่านนบี ยะห์ยา(ยอห์นแบบติศ) บูรณะโดยราชวงศ์ อุมัยยะฮ์ ในซีเรีย

ที่มา:  เมื่อบันทึกถูกกางเเผ่

เป็นเพื่อน Line กับเรา