ประวัติ มัสยิดอัลอักซอ ณ บัยตุ้ลมักดิส

12 ธค. 60     5513

ประวัติ มัสยิดอัลอักซอ ณ บัยตุ้ลมักดิส

ประวัติ มัสยิดอัลอักซอ ณ บัยตุ้ลมักดิส

ชื่อภาษาอาหรับที่ใช้เรียกบริเวณเมืองเยรูซาเล็ม ตรงที่เป็นที่ตั้งของมัสยิดอัลอักซอ ซึ่งบางครั้งเรียกว่า “บัยตุ้ลมักดิส” หรือ “บัยตุ้ลมุก็อดดัส” 

อัลกุดส์  (ดินแดนปาเลสไตน์) มีความสำคัญสำหรับมุสลิม เพราะเป็นที่ตั้ง ของมัสยิดอัลอักซอ มัสยิดที่นบีสุไลมาน  (อะลัยฮิสลาม) สร้างขึ้นและถูกใช้เป็นกิบลัตแรก(ทิศที่มุสลิมหันหน้าไป เวลาละหมาด) แห่งแรกมาจนกระทั่งสมัยของท่านนบีมุฮัมหมัด(ศ้อลฯ) ก่อนที่จะมีบัญชาจากอัลลอฮให้เปลี่ยนมาเป็นกะอบะฮแทน

นอกจากนี้แล้ว  มัสยิดอัลอักซอยังเป็นศาสนสถานสำคัญทางประวัติศาสตร์อิสลาม อันเนื่องมาจากการที่มัสยิดแห่งนี้เป็นสถานที่ท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะซัลลัม ในการเดินทางของคืนหนึ่ง (อิสรออฺ) สู่บัยตุลมักดิส (เยรูซาเล็ม) ที่ที่ท่านได้เป็นผู้นำละหมาดแก่บรรดาท่านนบีคนอื่นๆ ที่มัสยิดอัลอักซอแห่งนี้ก่อนที่จะถูกนำตัวขึ้นสู่ฟากฟ้าเบื้องสูงในเหตุการณ์ที่เรียกกันว่า ”อิสรออและมิอ์รอจญ์” อัลลอฮฺ(ซบ.)ได้กล่าวว่า : 

“มหาบริสุทธิ์ผู้ทรงนำบ่าวของพระองค์ เดินทางในเวลากลางคืน จากมัสยิดอัลหะรอม ไปยังมัสยิดอัลอักซอ ซึ่งบริเวณรอบมัน เราได้ให้ความจำเริญ เพื่อเราจะให้เขาเห็นบางอย่าง จากสัญญาณต่างๆ ของเรา แท้จริงพระองค์ คือ ผู้ได้ยิน ผู้ทรงเห็น”  ซูเราะฮฺ อัลอิสรออฺ 1

และเป็นหนึ่งในสามมัสยิด ที่ผู้คนเดินทางมา โดยมีเป้าหมายเพื่อการอิบาดะฮฺ (ต่ออัลลอฮฺ) ตามหะดีษที่รายงานโดย อิมาม บุคอรียฺและอิมามมุสลิม ซึ่งรายงานมาจาก อบู ซัรรฺ (รอดิยัลลอฮุ อันฮุ) โดยเขากล่าวว่า:  ครั้งหนึ่ง ฉันได้ถามท่านนบีว่ามัสยิดอะไรเป็นมัสยิด แรกที่ถูกสร้างขึ้นบนโลก “มัสยิดที่ถูกสร้างขึ้นมา บนแผ่นดินเป็นแห่งแรกคือมัสยิด อัลหะรอม (ในมักกะฮฺ) หลังจากนั้น มัสญิดอัล-อักซอ ฉันถามต่อว่า มีระยะเวลาห่างเท่าไหร่ ระหว่างสองมัสยิดนี้? ท่านตอบว่า สี่สิบปี ดังนั้น ไม่ว่าเจ้าจะอยู่มัสยิดไหน (ระหว่างสองมัสยิดนี้) เมื่อเข้าเวลาละหมาด เจ้าจงละหมาด เพราะนั่นคือสิ่งที่ดีที่สุด ที่จะปฏิบัติ”

เมื่ออัลกุดส์ ตกอยู่ภายใต้การปกครองของมุสลิมครั้งแรกในสมัยคอลีฟะห์อุมัร ประมาณปี ค.ศ. 638 คอลีฟะห์อุมัร ได้ดำเนินนโยบายเปิดให้อัลกุดส์เป็นแผ่นดินสำหรับผู้ศรัทธาในพระเจ้าไม่ว่าจะเป็นคริสเตียนหรือ มุสลิมให้อยู่ร่วมกันอย่างสันติ โดยกำหนดให้ชาวคริสเตียนต้องจ่ายภาษียิซยะห์แก่รัฐบาลกลางเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับความคุ้มครองปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินและเสรีภาพในการนับถือศาสนา อัลกุดส์อยู่ภายใต้การปกครองของมุสลิมมาเป็นเวลานานนับร้อยปี จึงได้ถูกพวกคริสเตียนเข้ามายึดครองในสมัยสงครามครูเสด

อัลกุดส์ ยึดกลับคืนมา เป็นของมุสลิมอีกครั้งหนึ่งใน ค.ศ.1187 โดย ซอลาฮุดดีน อัลอัยยูบี แม่ทัพมุสลิมนามอุโฆษที่โลกตะวันตกรู้จักดีกันในนาม “ซาลาดิน” ซอลาฮุดดีนดำเนินนโยบายการปกครองอัลกุดส์เช่นเดียวกับคอลีฟะห์อุมัร แต่หลังจากนั้นประมาณ 50 ปี อัลกุดส์ก็ตกเป็นของฝ่ายคริสเตียนอีก และหลังจากนั้นไม่นาน ฝ่ายมุสลิมก็สามารถยึดคืนกลับมาได้ในสมัยของราชวงศ์มัมลู้ก แห่งอียิปต์ 


หลัง ค.ศ. 1516 อัลกุดส์ ตกอยู่ภายใต้การปกครองของอาณาจักอุสมานียะห์ หรือ ออตโตมานเติร์ก นับเป็นเวลาหลายร้อยปี เมื่อยุโรปมีความเจริญเข้มแข็งขึ้นในขณะที่อาณาจักรอุสมานียะห์เสื่อมอำนาจลงในปี ค.ศ.1881 ชาวยิวจากทั่วโลกก็เริ่มอพยพกันเข้าไปในอัลกุดส์มากขึ้นด้วยคำอ้างตามความเชื่อว่าแผ่นดินตรงนี้คือแผ่นดินที่พระเจ้าได้สัญญาไว้ให้แก่พวกตน

หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 อัลกุดส์ตกเป็นส่วนหนึ่งของแผ่นดินปาเลสไตน์ใต้อาณัติของอังกฤษและพวกยิวได้รับโอกาสให้อพยพเข้ามาอยู่ในดินแดนแห่งนี้มากขึ้นจนเกิดการต่อต้านจากชาวอาหรับที่อาศัยอยู่เดิมตลอดมา

หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ใน ค.ศ. 1948 สหรัฐอเมริกา อังกฤษและรัสเซีย ได้สมยอมกันให้ชาวยิวตั้งรัฐอิสราเอลขึ้นในแผ่นดินปาเลสไตน์ซึ่งผนวกเอาอัลกุดส์เข้าไว้ในอิสราเอลด้วย และนับแต่นั้นเป็นต้นมา ขบวนการชาตินิยมชาวยิว หรือ ขบวนการไซออนิสต์ก็พยายามหาหนทางที่จะสถาปนาอัลกุดส์หรือเยรูซาเล็มให้เป็นเมืองหลวงของอิสราเอลโดยสมบูรณ์

ท่าน นบีดาวุด อะลัยฮิสลาม ได้เลือกเมืองเยรูซาเล็มตามคำบัญชาของอัลลอฮฺ ประมาณหนึ่งพันปีก่อนคริสตศักราช หลังจากนั้นลูกชายของเขาคือ ท่านนบี สุลัยมาน อะลัยอิสลาม ได้สร้างมัสญิดในเมืองเยรูซาเล็ม ตามวิวรณ์ที่ท่านได้รับจากอัลลอฮฺ ตะอาลา นับเป็นเวลาหลายศตวรรษที่บรรดานบีและศาสนทูตของอัลลอฮฺได้ใช้มัสญิดแห่งนี้ เพื่อการเคารพสักการะอัลลอฮฺ จนกระทั่งชาวบาบิโลน ได้เข้าทำลายในปี 586 ก่อนคริสตศักราช แต่ไม่นานมันก็ได้รับการบูรณะฟื้นฟูและคืนสู่การใช้เพื่อการเคารพสักการะอัล ลอฮฺในปี 516 ก่อนคริสตศักราช และ ถูกใช้ไปอย่างต่อเนื่องหลังจากนั้นอีกหลายศตวรรษจนกระทั่งถึงยุคของท่านนบี อีซา อะลัยฮิสลาม เมื่อท่านออกไปจากโลกนี้ พวกโรมันก็เข้ามา ทำลายเมืองแห่งนี้ในปีที่ 70 ของคริสต์ศักราช


มัสยิด ที่เป็นสถานที่ละหมาดหลักนั้นไม่ใช่โดมศิลาทอง  (Dome of the rock )  หรือมัสยิดอัลซอกห์เราะห์ (Al Sakhrah)  แต่เพราะว่า รูปภาพของโดมนั้น มีอย่างแพร่หลาย มีมุสลิมจำนวนไม่น้อย คิดว่าเมื่อพวกเขาเห็นมันแล้ว นั่นก็เป็นมัสยิดอัลอักซอ นี่ไม่ใช่ความจริง มัสยิดนี้ ตั้งอยู่ตอนใต้ของเนิน ส่วนโดมศิลาถูกสร้างคลุมหินลอย (raised rock) ซึ่งตั้งอยู่ตรงกลางของที่ราบสูง***

ประวัติ มัสยิดอัลอักซอ ณ บัยตุ้ลมักดิสอีกมุมซุ้มประตูทางเขัาอาคารมัสยิดอัลอักซอ(Al Aqsa Mosque)

ประวัติ มัสยิดอัลอักซอ ณ บัยตุ้ลมักดิส

ภายนอกอาคารมัสยิดอัลอักซอ(Al Aqsa Mosque)

 

ประวัติ มัสยิดอัลอักซอ ณ บัยตุ้ลมักดิส

ฝ้าเพดานของโดมกับข้อความจากอัล-กุรอานภายในมัสยิดอัลอักซอ
(Al Aqsa Mosque)

 


เครดิต:   Marowee Tuanmaeroh
คลิปจาก:  บรรยายศาสนธรรม
islamhouse.muslimthaipost.com

เป็นเพื่อน Line กับเรา