การต่อสู้ในปัจจุบัน มุสลิมโลก

26 สค. 56     5246

6. การต่อสู้ในปัจจุบัน    

อิสลามในปัจจุบัน
โดย อบุล อะลา เมาดูดี/บรรจง บินกาซัน แปล


การต่อสู้ในปัจจุบันที่เกิดขึ้นในประเทศมุสลิมทุกประเทศที่เกิดขึ้นนั้นเราจะเห็นว่าประชาชนไม่ได้ถูกเตรียมตัวให้เดินไปกับผู้ปกครองในทิศทางที่ผู้ปกครองกำลังต้องการที่จะนำเขาไป     และขณะเดียวกันผู้ปกครองก็ไม่ได้ถูกเตรียมตัวให้นำประชาชนในทิศทางที่ประชาชนต้องการจะไป     จึงยังผลให้เกิดความขัดแย้งกันอยู่เป็นประจำในประเทศมุสลิมทุกประเทศ     และนี้คือ  “อิสลามในทุกวันนี้”


ในประเทศมุสลิมทุกประเทศ     เราได้เห็นแล้วว่าความพยายามที่จะทำให้ประชากรเสื่อมคลายจากอิสลามดำเนินไปอย่างเป็นระบบ     การศึกษาถูกร่างขึ้นมาทำลายค่านิยมของอิสลาม    

 ทำลายศีลธรรมของชนรุ่นใหม่     และให้ชนรุ่นใหม่หันห่างออกจากวัฒนธรรมและประเพณีของอิสลาม

           นอกจากนั้นแล้วยังพยายามที่จะส่งเสริมค่านิยมในวัฒนธรรมใหม่ ๆ  ที่บ่อนทำลายศีลธรรมของคนรุ่นใหม่อีกด้วย     เช่นส่งเสริมแนวความคิดและวัฒนธรรมตะวันตก     นโยบายและความพยายามทั้งหมดนี้จะสำเร็จได้ก็ด้วยการทำให้คนมุสลิมไม่มีบุคลิกภาพแห่งอิสลาม     แต่พวกเขาก็ไม่อาจชักชวนมุสลิมให้ทิ้งอิสลามและยินยอมรับโลกวัตถุแต่เพียงอย่างเดียวได้สำเร็จ

          ความล้าหลังและความทุกข์ยากลำบากในประเทศมุสลิมต่าง ๆ  เป็นสิ่งที่แสดงให้เราเห็นแล้วว่าการที่ประเทศมุสลิมเหล่านั้นต้องสูญเสียเวลาและทรัพยากรไปกับความขัดแย้งที่เกิดขึ้นอย่างไม่หยุดหย่อน     นั้นก็เพราะผู้ปกครองพยายามที่จะเอาค่านิยมอื่น ๆ  มาหลอกลวงประชาชนมุสลิม     และก็ไม่มีประเทศมุสลิมประเทศใดที่สามารถสร้างความเจริญก้าวหน้าให้แก่ตัวเองได้    

       ตัวอย่างเช่นตุรกีได้เป็นรัฐอิสระตั้งแต่ปี  1924  แต่ตุรกีสามารถคุยถึงความก้าวหน้าในทางอุตสาหกรรมและการค้าของตนได้หรือไม่ ?    

      ทั้ง ๆ  ที่ในระยะเวลาเดียวกันญี่ปุ่นสามารถยืนขึ้นเทียบเคียงกับประเทศที่พัฒนาแล้วได้อย่างภาคภูมิ    

     จะเห็นได้ชัดว่า     เหตุผลของความล้มเหลวในการพัฒนาของประเทศตุรกี      ก็คือ  ความขัดแย้งภายในที่อยู่ภายใต้ผู้ปกครองที่มุ่งแต่ทางโลกเพียงอย่างเดียว     พวกที่อยู่ในอำนาจพยายามที่จะทำลายอิสลามอยู่ตลอดเวลาในขณะที่ประชาชนมีความปรารถนาที่จะกลับไปสู่อิสลามอีก

     เรื่องราวเช่นนี้มิได้เกิดขึ้นในตุรกีประเทศเดียวแต่ยังเกิดขึ้นในประเทศมุมลิมอื่น ๆ  อีกหลายประเทศที่ได้รับเอกราชในช่วง 40-50 ปีที่ผ่านมานี้ด้วย     จึงน่าที่เราควรจะเห็นได้ชัดเจนแล้วว่าไม่มีชาติใดที่จะเติบโตแข็งแรงจริง ๆ  หรือประสบความสำเร็จในด้านใด ๆ  ได้ถ้าหากชาติเหล่านั้นยังคงมีความขัดแย้งระหว่างความสำนึกของประชาชนและนโยบายของผู้ปกครองอยู่     ถึงแม้ชาติเหล่านั้นจะถูกผู้ปกครองบังคับก็อย่าหวังเลยว่าประชาชนตลอดจนความโกรธแค้นนี่แหละจะเป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดอันตรายแก่รัฐเอง    

 ประเทศชาติจะพัฒนาและก้าวหน้าได้อย่างสมบูรณ์   อุดมการณ์  หลักการและนโยบายที่สอดคล้องกับความรู้สึกของประชาชนเท่านั้นที่จะบันดาลทุกสิ่งทุกอย่างได้

     ความพยายามที่จะตั้งและรักษาระบบสังคมและรัฐบาลที่มุ่งแต่วัตถุเพียงอย่างเดียวในประเทศมุสลิมนั้นเกิดขึ้นเพราะผู้ปกครองเห็นแก่ประโยชน์ของตนเองแต่เพียงประการเดียว     คนพวกนี้รู้ว่าประชาชนต้องการอะไร    

จากประสบการณ์ที่ผ่านมา     พวกเขารู้ว่าประชาชนของเขาต่อสู้และชนะสงครามกู้เอกราชในนามของอิสลาม     และพวกเขาก็รู้ดีว่าประชาชนมีความซาบซึ้งในอิสลามแค่ไหน  กล่าวในทางตรงข้ามพวกผู้ปกครองพยายามที่จะเอาแนวทางการดำเนินชีวิตแบบตะวันตกมาใช้     เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ให้แก่ตัวเอง  พวกเขายอมรับวัฒนธรรมตะวันตกและทำให้อนาคตลูกหลานของเขาขึ้นอยู่กับมัน    

ดังนั้น     การเห็นแก่ประโยชน์ของตัวเองจึงสกัดกั้นผู้ปกครองเหล่านี้ไม่ให้เดินตามแนวทางของอิสลาม     พวกเขาตัดสินใจที่จะรักษาอำนาจไว้ในมือของพวกเขาและมิยอมรับแนวทางการดำเนินชีวิตแห่งอิสลาม     ดังนั้นพวกเขาจึงพยายามทำให้ประชาชนเสื่อมคลายจากอิสลาม  นี่คือเหตุผลของนโยบายของคนพวกนี้     และนี่คือ  “อิสลามในปัจจุบัน”
แล้ว  “อิสลามในอนาคต”  ควรจะเป็นอย่างไร  ซึ่งข้าพเจ้าจะกล่าวต่อไป

อนาคต 
      อนาคตของโลกมุสลิมทั้งหมดจะขึ้นอยู่กับแนวโน้มที่ว่ามุสลิมจะยอมรับอิสลามหรือไม่     ถ้าหากทัศนคติตลบแตลงอย่างในปัจจุบันและนโยบายต่อต้านอิสลามยังมีอยู่    

ข้าพเจ้าก็กลัวว่า  ชาติมุสลิมที่ปลดแอกมาใหม่จะไม่รักษาเอกราชของตนไว้ได้นาน     ไม่ช้าก็เร็วประเทศเหล่านั้นจะต้องถอยกลับไปสู่ความเป็นทาสอีกครั้ง     และอยู่ในสภาพที่เลวยิ่งกว่าในปัจจุบันเสียอีก    

    ความวิบัติหายนะต่าง ๆ ที่กำลังท้าทายอยู่นั้นสามารถถูกกำจัดให้หมดสิ้นไปได้ก็โดยอาศัยความศรัทธา     และการยอมรับแนวทางการดำเนินชีวิตแห่งอิสลามเท่านั้น     ชาติมุสลิมสามารถที่จะกลับมาเป็นพลังอำนาจของโลกอีกครั้งหนึ่ง     และเป็นผู้นำของมวลมนุษยชาติได้    

    ถ้าหากว่าบรรดาผู้ปกครองประเทศเหล่านั้นมีความรู้สึกสำนึกในตัวเอง     ยินยอมให้ประชาชนเลือกผู้ปกครองของตนเองและสถาปนาระบบรัฐบาล    การจัดระเบียบทางเศรษฐกิจและการศึกษาแบบทางอิสลามขึ้น    

    อย่าลืมว่ามุสลิมเป็นผู้ที่ควบคุมดินแดนอันไพรศาลของโลกไว้ตั้งอินโดนีเซียจรดมอรอคโค     ตลอดจนมีกำลังคนมหาศาล  และทรัพยากรอันมั่งคั่งสมบูรณ์    

   ถ้าหากบรรดาชาติต่าง ๆ เหล่านี้รวมตัวเข้าเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันภายใต้ร่มธงของอิสลามและยอมที่จะปฎิบัติตามแนวทางของอิสลามอย่างจริงจังแล้ว     ก็ไม่มีพลังอำนาจใดที่จะมาขวางกั้นหรือเป็นอุปสรรคต่อความเจริญก้าวหน้าของชาติเหล่านั้นได้

เป็นเพื่อน Line กับเรา