การเดินทางของชีวิตหลังตาย ตอนที่1

18 กย. 60     1270

การเดินทางของชีวิตหลังตาย ตอนที่1

การเดินทางของชีวิตหลังตาย ตอนที่1

เรียบเรียงจากการบรรยายของ เชคริฎอ อะหมัด สมะดี, อะกีดะฮฺ 18 การศรัทธาต่อวันกิยามะฮฺ (ลำดับเหตุการณ์วันกิยามะฮฺ)

เราเกิดมาจากไหน อยู่ในโลกนี้เพื่ออะไร ตายแล้วจะไปไหน เป็น 3 คำถาม ที่สร้างความไม่สบายใจให้กับมนุษย์ทุกคน ซึ่งทุกศาสนาในโลกใบนี้ ปรัชญา ความรู้ของใครก็ตามยังไม่สามารถให้คำตอบ 3 คำถามนี้ได้ นอกจากอัลอิสลามเท่านั้นที่สามารถให้คำตอบได้อย่างละเอียดทั้งหมดว่าเรามาจากไหน ตั้งแต่สมัยนบีอาดัม และมาอยู่ในโลกนี้ได้เพราะอะไร พร้อมให้บทเรียน ตลอดจนมาอยู่ในโลกนี้เพื่ออะไร ต้องทำอะไรบ้าง แจ้งไว้อย่างละเอียด

เมื่อตายแล้วก็ไม่ปล่อยให้เราอยู่ในความสงสัย แต่ยังให้แผนชีวิตของอนาคตอย่างละเอียดว่า ตายแล้วร่างกายและวิญญาณของเราจะไปอยู่ที่ไหน จะเคลื่อนไหวไปไหน และในกุโบร์จะประสบอะไร ครั้นเมื่อฟื้นคืนชีพในวันกิยามะฮฺ ก็ยังบอกรายละเอียดขั้นตอนของวันกิยามะฮฺไว้ทั้งหมดว่าเราจะประสบอะไรบ้าง ทำให้เราสามารถวางแผนของอนาคตอันยาวนานของเรา ตั้งแต่ออกจากกุโบร์จนกระทั่งเข้าสวรรค์ ซึ่งเป็นอากีดะฮฺของเราที่ต้องเรียนรู้และศรัทธาต่อวันกิยามะฮฺและศรัทธาต่อเรื่องการเป่า ลำดับเส้นทางประจำชีวิตของเรา

1. การเสียชีวิต

กิยามะฮฺ แรกสำหรับเราจะเริ่มตั้งแต่การเสียชิวิตของเรา เพราะชีวิตเราสิ้นสุดแล้วและเรากำลังต้อนรับวันกิยามะฮฺของเราที่กุโบร์ (กุบูร)ขอให้เราได้เสียชีวิตก่อนวันกิยามะฮฺเถิด เพราะท่านนบี ได้กล่าวว่า คนชั่วร้ายที่สุดคือ คนที่มีชีวิตอยู่ในขณะที่วันกิยามะฮฺได้เกิดขึ้น และอีกหะดีษที่นบี กล่าวว่า

วันกิยามะฮฺจะเกิดขึ้นโดยที่มนุษย์ที่อยู่ในขณะนั้นไม่มีใครกล่าวถึงอัลลอฮฺ (คือไม่มีมุอฺมิน) และหะดีษอีกบทหนึ่งท่านนบี ได้กล่าวว่า สัญญานของวันกิยามะฮฺ คือ จะมีพายุลมเย็นกระจายไปทั่วโลกยึดเอาวิญญาณของผู้ศรัทธาไป และจะมีมนุษย์พวกเดียวที่เหลืออยู่ คือ พวกคนชั่ว พวกปฏิเสธศรัทธา

2. ในกุโบร์ 

เรานอนอยู่ในกุโบร์เพื่อรอคอยวันกิยามะฮฺ ผู้ที่อัลลอฮฺ จะรักษาร่างกายไม่ให้สูญสลาย คือ บรรดานบี ผู้ตายชะฮีด คนที่ยกอะซานที่มัสยิดอย่างสม่ำเสมอ และคนที่อัลลอฮฺ ทรงประสงค์ แต่คนทั่วไปร่างกายจะสูญสลายไป

3. การเป่า 

เป็นสิ่งแรกที่เกิดขึ้นในวันกิยามะฮฺที่แท้จริง ท่านอิสรอฟีลซึ่งเป็นท่านหนึ่งในบรรดาหัวหน้ามลาอิกะฮฺ จะเป็นผู้เป่าสังข์ มีรายงานว่า ขณะนี้ท่านจับสังข์พร้อมที่จะเป่าแล้ว ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับจำนวนครั้งที่เป่า อุละมาอฺขัดแย้งกันว่า 2 ครั้ง หรือ 3 ครั้ง ทั้งนี้เพราะในอัลกุรอาน อัลลอฮ์ ได้ตรัสถึงการเป่าสังข์หลายครั้ง และในทุกครั้งที่กล่าวจะมีลักษณะของเหตุการณ์ เช่นใน ซูเราะห์อัซซุมัร อายะห์ที่ 68 อัลลอฮฺ ตรัสว่า : 

 
وَنُفِخَ فِي الصُّورِ فَصَعِقَ مَن فِي السَّمَاوَاتِ وَمَن فِي الْأَرْضِ إِلَّا مَن شَاءَ اللَّـهُ ۖ ثُمَّ نُفِخَ فِيهِ أُخْرَىٰ فَإِذَا هُمْ قِيَامٌ يَنظُرُونَ ﴿٦٨

ความว่า:  และเครื่องเป่าได้ถูกเป่าขึ้น แล้วบรรดาผู้ที่อยู่ในชั้นฟ้าทั้งหลาย และแผ่นดินจะล้มลงตายเว้นแต่ผู้ที่อัลลอฮฺประสงค์ แล้วสังข์ได้ถูกเป่าขึ้นอีกครั้งหนึ่ง แล้วพวกเขาก็ลุกขึ้นยืนมองดูเมื่อมีการเป่าสังข์และจะมีการล้มตาย และในซูเราะห์อันนัมลฺ อายะห์ที่ 87 อัลลอฮฺ ตรัสว่า: 

وَيَوْمَ يُنفَخُ فِي الصُّورِ فَفَزِعَ مَن فِي السَّمَاوَاتِ وَمَن فِي الْأَرْضِ

ความว่า:  และ (จงรำลึกถึง) วันที่เครื่องเป่าจะถูกเป่าขึ้น ดังนั้นผู้ที่อยู่ในชั้นฟ้าทั้งหลายและผู้ที่อยู่ในแผ่นดินจะตื่นตระหนก (ซูเราะตุนนัมลฺ 87)ในอายะฮฺนี้ระบุว่าวันที่มีการเป่าสังข์ จะมีการตระหนกตกใจ สะดุ้งกันทั้งโลก อุละมาอฺวิเคราะห์ว่า การเป่าในสองอายะฮฺนี้เป็นเหตุการณ์ครั้งเดียวกันหรือต่างครั้งกัน จะขัดแย้งกันในเหตุการณ์ที่เกิดกับมนุษย์ คือ เป่าครั้งแรกจะตระหนกตกใจ และเป่าครั้งที่ 2 จึงจะล้มตาย และเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพของโลก เพราะบางท่านไม่ได้แยกไว้ อย่างไรก็ตามไม่ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างอะกีดะฮฺแต่อย่างใด และเป่าครั้งที่ 3 คือ การเป่าให้ฟื้นคืนชีพ

4. การฟื้นคืนชีพ 

ไม่ใช่การบังเกิดเพราะไม่ได้มาจากไม่มีอะไรเลย แต่เป็นการฟื้นคืนชีพจากร่างที่สลายไปแล้วสู่สภาพเดิม ออกมาจากกุโบร์สู่สถานการณ์ของวันกิยามะฮฺแต่ละขั้นตอนเพื่อไปยังองค์พระผู้อภิบาลแห่งสากลโลก ลองจินตนาการสภาพการลุกจากกุโบร์ของมนุษย์ทุกยุคทุกสมัย เท้าเปล่า เปลือยกาย ไม่ได้ตัดสุนัต สภาพเหมือนเกิดครั้งแรก ร่างกายสมบูรณ์ อายุมาก แต่มีสภาพเหมือนเด็กแรกเกิดจากมดลูก ทำอะไรเองไม่ได้ มีลักษณะเดียวคือ ต้องการความช่วยเหลือจากอัลลอฮ์ เท่านั้น โดยที่ทุกคนไม่มีโอกาสที่จะสนใจใคร มลาอิกะฮฺจะผลักดันไล่บรรดามนุษย์ไปยังสถานที่ของวันกิยามะฮฺ รอการตัดสิน ซึ่งสถานที่นี้ อุละมาอฺมีทัศนะขัดแย้งกันเป็น 2 ทัศนะว่า

อยู่ในโลกนี้หรือโลกอื่น เพราะมีในอัลกุรอานที่อัลลอฮฮฺตรัสว่า “วันกิยามะฮฺ แผ่นดินจะถูกเปลี่ยนไป” อุละมาอฺจึงตีความว่า เฉพาะแผ่นดินเท่านั้น หรือหมายถึง โลกทั้งโลก ขณะที่เดินไปนั้นเหตุการณ์ต่างๆ ของระบบของโลกจักรวาลก็จะเปลี่ยนแปลงต่อหน้าเรา ดวงอาทิตย์จะขึ้นทางทิศตะวันตก ดวงอาทิตย์จะเข้าถึงโลกของเรา ท่านนบี กล่าวว่า ดวงอาทิตย์จะใกล้กับศีรษะของบรรดามนุษย์ในโลกนี้ กฎธรรมชาติของวันกิยามะฮฺไม่เหมือนกฎธรรมชาติของโลกปัจจุบัน ท่านนบี กล่าวว่า :

คนที่เย่อหยิ่งตะกับโบรดูถูกคนอื่น อัลลอฮฺ จะให้รูปร่างเขาเหมือนมดและให้คนที่โดนดูถูกมาเหยียบ เป็นการตอบแทนอันเหมาะสม ร่างกายของคนทั่วไปก็ไม่เหมือนเดิม ท่านนบีได้กล่าวว่า ฟันของคนกาเฟรในนรกเท่ากับภูเขาอุฮุด ร่างกายใหญ่โตเพื่อที่จะได้เจ็บให้มากที่สุด และรูปร่างของชาวสวรรค์สมบูรณ์เหมือนท่านนบีอาดัมตอนบังเกิดมาครั้งแรก สูง 30 ศอก ร่างกายของเราก็ไม่เหมือนเดิม เมื่อดวงอาทิตย์เข้าใกล้ศีรษะ เหงื่อจะกลายเป็นน้ำท่วม บางคนท่วมถึงตาตุ่ม บางคนท่วมถึงหู บางคนจมไปในน้ำเหงื่อของตัวเอง แล้วแต่อามั้ลการกระทำของเขา นี่คือสภาพของคนทั่วไปที่ต้องเดือดร้อน แต่มีอยู่ประเภทหนึ่งที่อยู่แบบสบายไม่ต้องเดือดร้อน นั่งอยู่บนบัลลังก์ที่สร้างจากรัศมี คือ พวกที่รักกันเพื่ออัลลอฮฺ เพราะอัลลอฮฺทรงโปรดปรานคนที่ให้อัลลอฮฺมีความสำคัญในชีวิต

คนแรกที่จะถูกฟื้นคืนชีพนั้น คือ ท่านนบีมูฮำหมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ อุละมาอฺขัดแย้งกัน เพราะมีฮาดีสที่ท่านนบี กล่าวว่า :“ฉันจะถูกฟื้นคืนชีพวันกิยามะฮฺ เมื่อถึงวันกิยามะฮฺ ฉันจะมองพระบัลลังก์ของอัลลอฮฺ และพบว่า ท่านนบีมูซาจับขาพระบัลลังก์ของอัลลอฮฺ อยู่ ฉันก็ไม่รู้ว่าท่าน นบีมูซาฟื้นคืนชีพก่อนฉันหรือไม่”

การที่ท่านนบีมูซาฟื้นคืนชีพ หมายถึง ไม่ให้ตายและฟื้นคืนชีพเพราะชดเชยหรือทดแทนครั้งแรกที่ท่านนบีมูซาได้พูดกับอัลลอฮฺ ที่ภูเขาอัตตูร และได้ยินเสียงที่ทำให้ท่านล้มตายไป เหตุการณ์นี้อัลลอฮฺ อาจจะทดแทนให้ท่านนบีมูซาไม่ต้องตายในวันเป่าสังข์ จึงฟื้นคืนชีพเป็นคนแรก

สภาพมนุษย์ในวันกิยามะฮฺ จะเดินไปสู่สถานที่วันกิยามะฮฺเหมือนฝูงตั๊กแตนที่กระจายทั่วไป มืดมิดไปหมด นี่คือ สิ่งที่ศาสนาอิสลามได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับอนาคตอย่างละเอียดซึ่งไม่มีที่ใดจะให้ได้ เพราะอัลลอฮฺ เท่านั้นที่จะให้ข้อมูลได้อย่างละเอียด บรรดามนุษย์จะรีบเร่งไปสู่เสียงที่เรียกไปสู่การตัดสิน สภาพมนุษย์แบบนี้ไม่มีการส่งเสียงดัง เนื่องจากความตื่นตระหนก ตกใจกลัว พูดไม่ออก จะพูดคุยเสียงดังไม่ได้ จะไม่ได้ยินเสียงเลยนอกจากเสียงกระซิบ สภาพของทุกคนจะอยู่ในลักษณะ “นัฟซี นัฟซี- ตัวฉัน ตัวฉัน” อย่างเดียว ถึงขั้นที่อัลลอฮฺ ตรัสว่า วันกิยามะฮฺคนที่เป็นที่รักที่สุดก็คือ ตัวเอง

5. การเดินไปสู่วันกิยามะฮฺ

เวลาของการเดินไปสู่วันกิยามะฮฺและรอคอยการตัดสิน จะเป็นช่วงเวลาที่ยาวนานที่สุด คือ 5 หมื่นปี ในสภาพที่ดวงอาทิตย์จะอยู่ใกล้ศีรษะ ยืน 5 หมื่นปี เพื่อรอคอยให้อัลลอฮฺ ทรงเริ่มตัดสิน จนกระทั่งบรรดามนุษย์เดือดร้อนถึงขั้นจะขอต่ออัลลอฮฺ ให้ทรงตัดสินเสียทีถึงแม้ว่าจะทรงตัดสินให้ไปนรกก็ตาม แต่อัลลอฮฺ ไม่รับ จึงต้องไปหาชะฟาอะฮฺจากบรรดานบีและรอซูล

6. การขอชะฟาอะห์

โดยไปหาบรรดานบีและรอซูลเพื่อให้ท่านขอดุอาอฺให้อัลลอฮฺ ทรงเริ่มตัดสิน ทั้งนี้ ได้ไปหาท่านนบีอาดัมเป็นท่านแรก จากนั้นจึงไปหาท่าน นบีมูซา ท่านนบีอีซา และอื่นๆ ซึ่งต่างก็บอกปัดว่า ฉันช่วยไม่ได้

สุดท้าย จึงมาหาท่านนบีมูฮำหมัด นบีท่านสุดท้าย ซึ่งท่านนบี ก็จะกล่าวกับบรรดามนุษย์ทั้งหลายว่า “ฉันคนเดียวที่จะขอความช่วยเหลือด้านชะฟาอะฮฺได้ ฉันจะเดินไปสู่พระบัลลังก์ของอัลลอฮฺ และจะกราบสุหยูดให้แก่พระองค์ ขณะนั้นอัลลอฮฺ จะสอนบทสรรเสริญต่อพระองค์ ช่วงนั้นที่เหมาะสมกับสถานการณ์ ท่านนบี ก็จะไปสุหยูดต่ออัลลอฮฺ ยาวนาน ด้วยการสรรเสริญดุอาอ์ต่ออัลลอฮฺ ให้อัลลอฮ์ทรงเริ่มตัดสินในวันกิยามะฮฺเสียที จนกระทั่งมีเสียงจากอัลลอฮฺ ที่ทรงเรียกให้ท่านนบี เงยศีรษะขึ้นและขอความช่วยเหลือให้ใครก็ได้แล้วพระองค์จะทรงให้ท่านนบี สามารถจะขอความช่วยเหลือซึ่งบรรดานบีและรอซูลท่านอื่นไม่สามารถทำได้

ท่านนบี จะขอให้อัลลอฮฺ เริ่มตัดสินวันกิยามะฮฺ ขอให้บรรดาผู้ศรัทธากลุ่มหนึ่งเข้าสวรรค์โดยไม่ผ่านกระบวนการตัดสินสอบสวนใดๆ ขอให้บรรดาผู้ศรัทธากลุ่มหนึ่งที่สมควรเข้านรกไม่ต้องเข้านรกแต่ให้เข้าสวรรค์ได้เลย ขอให้บรรดาผู้ศรัทธาที่อยู่ในสวรรค์ระดับต่ำให้ขึ้นสู่ระดับสูงกว่าเดิม ขอให้บรรดาที่สมควรอยู่ในนรกหลายๆ ปี ให้รีบออกจากนรก ท่านนบี จะขอให้อัลลอฮฺ ช่วยเหลือแม้กระทั่งกาเฟรบางคนที่อยู่ในนรกระดับรุนแรงให้อยู่ในระดับบรรเทา ซึ่งได้แก่ลุงของท่านนบี คือ อบูตอเล็บเท่านั้นให้อยู่ในชั้นสูงของนรกซึ่งเป็นขั้นทรมานขั้นเบาที่สุด คือยืนบนหินไฟ แค่สมองเดือด หลังจากนี้ จึงจะมีการตรวจสอบคิดบัญชี

อ่านเพิ่ม:  การเดินทางของชีวิตหลังตาย  ตอนที่ 2 

ที่มา:  www.islaminthailand.org

เป็นเพื่อน Line กับเรา