เหตุที่มุสลิมต้องให้ความสำคัญกับวันศุกร์

27 เมย. 61     1451

เหตุที่มุสลิมต้องให้ความสำคัญกับวันศุกร์

เหตุที่มุสลิมต้องให้ความสำคัญกับวันศุกร์

มุสลิมต้องให้ความสำคัญกับวันศุกร์ เพราะเป็นวันที่สำคัญที่สุดในรอบสัปดาห์ ซึ่งถูกเรียกว่า "วันอีดประจำสัปดาห์" ความประเสริฐของวันศุกร์มีมากมาย ดังหะดีษต่อไปนี้

ท่านนบี (ซ.ล.)ได้กล่าวว่า : “หัวหน้าแห่งบรรดาวันทั้งหายคือ วันศุกร์ ซึ่งสำคัญกว่าวันอีดิลอัฎฮาและอีดิลฟิตรฺ ในวันศุกร์นั้น มีเหตุการณ์สำคัญอย่างน้อย 5 ประการ คือ 

เป็นวันที่อัลลอฮฺ ทรงสร้างอาดัม มนุษย์คนแรกของโลก

เป็นวันที่อาดัมออกจากสวรรค์สู่โลกดุนยา

เป็นวันที่อาดัมเสียชีวิต

ในวันศุกร์จะมีช่วงเวลาที่บ่าวคนใดขอพรต่ออัลลอฮฺ พระองค์ทรงรับคำขอแน่นอน ตราบที่เขาไม่ได้ทำและขอในสิ่งที่ผิดต่อศาสนาหรือตัดสัมพันธ์เครือญาติ

และเป็นวันที่จะเกิดขึ้นของสรรพสิ่งอีกครั้ง เรียกวันนี้ว่า วันกิยามะฮฺ” (บันทึกโดยอิหม่ามบุคอรีย์)

วันศุกร์เป็นวันที่มุสลิมจะรวมตัวกันเพื่อปฏิบัติศาสนกิจอันสำคัญในวันดังกล่าว นั่นคือ การละหมาดวันศุกร์พร้อมกับการรับฟังคุตบะหฺ

เเละในวันศุกร์นั้นมีซุนนะหฺของท่านนบี (ซ.ล.) มากมายที่มุสลิมพึงปฏิบัติ ดังต่อไปนี้

1. ศอลาวาตเเก่ท่านนบีมุฮัมหมัด (ซ.ล.) ให้มากๆ

ดังที่ท่านนบีได้กล่าวว่า :  "พวกท่านทั้งหลาย จงศอลาวาตแก่ฉันให้มากในวันศุกร์ เเละค่ำคืนของวันศุกร์ เเละผู้ใดที่ศอลาวาตเเก่ฉันหนึ่งครั้ง อัลลอฮฺจะทรงศอลาวาตให้เเก่เขาสิบครั้ง" (บันทึกโดยอิหม่ามอัล-บัยฮะกีย์ เชคอันบานีย์ระบุว่าเป็นหะดีษศอฮีหฺ)

โดยการศอลาวาตนั้นไม่มีเวลาเฉพาะเจาะจง หรือจำนวนที่ตายตัว

2. อ่านซูเราะหฺอัล-กะฮฺฟ 

ในบันทึกของอิมามนะซาอียฺและบัยฮะกียฺ เชคอัลบานียฺระบุว่าเป็นหะดีษศอฮีหฺ ท่านนบี (ซ.ล.) กล่าวว่า: 

“ใครที่อ่านซูเราะฮฺอัลกะฮฺฟในวันศุกร์ จะมีแสงสว่าง(รัศมี)ปรากฏแก่เขาระหว่างสองศุกร์ เกิดแก่เขาตั้งแต่เท้าของเขาถึงท้องฟ้า และจะได้รับความอภัยโทษระหว่างสองญุมุอะฮฺ”


3.อาบน้ำซุนนะหฺในวันศุกร์ 

โดยมีวิธีการเหมือนกับการอาบน้ำญะนาบะหฺ ท่านนบี (ซ.ล.) ได้กล่าวว่า : 

"ผู้ใดก็ตามที่อาบน้ำวันศุกร์เช่นเดียวกับการอาบน้ำญะนาบะฮฺ และได้ออกไปมัสยิดเสมือนเขาได้เชือดอูฐพลีเพื่ออัลลอฮฺ " (บันทึกโดยอิหม่ามบุคอรีย์ และมุสลิม)

4. ไปมัสยิดตั้งเเต่เนิ่นๆ 

ท่านนบี (ซ.ล.) ได้กล่าวว่า : "ผู้ใดก็ตามที่อาบน้ำวันศุกร์เช่นเดียวกับการอาบน้ำญะนาบะฮฺ และได้ออกไปมัสยิดเสมือนเขาได้เชือดอูฐพลีเพื่ออัลลอฮฺ

ผู้ใดที่ไปมัสยิดในชั่วโมงที่สองเสมือนกับเขาได้เชือดวัวพลีเพื่ออัลลอฮฺ

ผู้ใดที่ไปมัสยิดในชั่วโมงที่สามเสมือนกับเขาได้เชือดแกะที่มีอายุแก่เพื่ออัลลอฮฺ

ผู้ใดที่ไปมัสยิดในชั่วโมงที่สี่ก็เสมือนว่าเขาได้เชือดไก่เพื่ออัลลอฮฺ

ผู้ใดที่ไปมัสยิดในชั่วโมงที่ห้าก็เสมือนว่าเขาได้ทำบุญด้วยกับไข่เพื่ออัลลอฮฺ

และเมื่ออิหม่ามออกมามลาอีกะฮฺก็จะปิดสมุดบันทึก เพื่อฟังการซิกรุลลอฮฺนั่นก็คือการฟังคุตบะฮฺ “(บันทึกโดยอิหม่ามบุคอรีย์ เเละมุสลิม)

5. ตั้งใจฟังคุตบะหฺ 

ให้มุ่งความสนใจไปยังเนื้อหาของคุตบะหฺ ไม่พูดคุยกันระหว่างฟังคุตบะหฺ ไม่ต้องรับสลามใดๆทั้งสิ้น มิเช่นนั้นการละหมาดวันศุกร์ของเขาจะเป็นโมฆะ แม้กระทั่งการห้ามคนที่กำลังคุยให้ตั้งใจฟังคุตบะหฺก็ตาม

ท่านนบี (ซ.ล.) ได้กล่าวว่า :   "เมื่อท่านกล่าวแก่สหายของท่านว่า  "จงเงียบ"  (หมายถึงให้ตั้งใจฟังคุตบะหฺ) ในขณะที่คอฏีบกำลังคุตบะหฺ ดังนั้นการละหมาดวันศุกร์ของท่านจึงเป็นโมฆะ" (บันทึกโดยอิหม่ามบุคอรีย์ เเละมุสลิม)

ขอให้เราเเละท่านได้เป็นผู้ที่ยืนหยัดในการเจริญรอยตามแบบอย่างอันล้ำค่าของท่านรอซูลุลลอฮฺ (ซ.ล.) ด้วยเถิด

ที่มา:  อิสลามตามแบบฉบับ
http://islamhouse.muslimthaipost.com

เป็นเพื่อน Line กับเรา