หมวดหมู่
อิสลาม-มุสลิม
หน้าหลัก       ยินดีต้อนรับสู่คลังความรู้มุสลิมไทยโพสต์

วิธีลดความอ้วนที่ได้ผลเร็วที่สุด วิธีลดความอ้วน ภายใน 7 วัน วิธีลดความอ้วนแบบธรรมชาติ วิธีลดความอ้วนภายใน3วัน วิธีลดความอ้วนของผู้ชาย ภาษาอาหรับที่เจอบ่อย      คำง่ายๆภาษาอาหรับ    ศัพท์เกาหลีแบ่งเป็นหมวด    คำศัพท์เกาหลี เรียกญาติ    ศัพท์เกาหลีง่ายๆ     
   คำศัพท์ญี่ปุ่น เรียกญาติ    วันเดือนปีในภาษามลายู    การเขียนวันเดือนปีในภาษามลายู    ศัพท์ยาวี    ศัพท์ญี่ปุ่นแบ่งเป็นหมวด     ภาษาไทยน่ารู้    
สระ 32 ตัว    ซาร่า ปาทาน    ขวัญกมล ปาทาน    น.ส.ขวัญกมล ปาทาน     ศัพท์อาหรับที่เจอบ่อย ศัพท์ญี่ปุ่นง่ายๆ  

 


ค้นหา
หากมีคำค้นหลายตัว สามารถคั่นด้วย comma (,)
หน้าหลัก >> อิสลาม-มุสลิม >> เกี่ยวกับนบีมูฮัมหมัด
พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน
ประวัตินบีมูฮัมหมัด (ซ.ล.) ชีวประวัติ ศาสดาองค์สุดท้ายของอิสลาม
คำค้น : ประวัติ นบีมูฮัมหมัด

ประวัตินบีมูฮัมหมัด (ซ.ล.) ชีวประวัติ ศาสดาองค์สุดท้ายของอิสลาม

นบีมูฮัมหมัด อิบนิอับดุลเลาะห์ อิบนิ อับดุลมุฏฏอลิบ อิบนิฮาชิม อิบนิ อับดิมานาฟ เชื้อสายของท่านนบีมูฮัมหมัดสืบไปถึงนบีอิสมาอีล อิบนิอิบรอฮีม
         
อัลดุลมุฏฏอลิบและการขุดบ่อน้ำ
 
อับดุลมุฏฏอลิบ ปู่ของท่านรอซูล  เป็นผู้ให้น้ำแก่ผู้ที่ทำฮัจญ์ที่มาทำการฏอวาฟรอบกะอฺบะห์ และผู้คนทั้งหลายก็รักท่าน และมีอยู่วันหนึ่งท่านอับดุลมุฏฏอลิบ คิดที่จะขุดบ่อน้ำซัมซัม เพื่อให้ง่ายแก่ท่านในการให้น้ำแก่บรรดาผู้ที่ทำฮัจญ์ แต่ว่าท่านไม่รู้ที่ของมัน ท่านก็ได้เห็นที่ของบ่อน้ำซัมซัมในความฝันของท่าน ดังนั้นท่านจึงได้ไปหาลูกชายของเขาที่ชื่อ ฮาริษ เพื่อขุดบ่อน้ำ และน้ำก็ได้พุ่งออกมาอย่างมากมาย ผู้คนทั้งหลายก็หันไปมองรอบๆบ่อน้ำ และพวกเขาก็พูดกับอับดุลมุฏฏอลิบว่า พวกเราจะทำหน้าที่แบ่งบ่อน้ำระหว่างพวกเราและพวกท่าน ท่านอับดุลมุฏฏอลิบก็ไม่ได้ทำสิ่งใดนอกจากของดุอาอฺต่ออัลเลาะห์ ที่จะขอริสกีต่อพระองค์ด้วยลูกชายสิบคน และฆ่าคนหนึ่งจากพวกเขาเพื่อเป็นการใกล้ชิดต่ออัลเลาะห์

การรอดพ้นของอัลดุลเลาะห์

อัลเลาะห์ได้ให้ริสกีแก่อับดุลมุฏฏอลิบลูกชายสิบคน ดังนั้น เขาจึงได้คิดในเรื่องบนบาน ท่านอัลดุลมุฏฏอลิบได้ทำการเสี่ยงทายระหว่างลูกๆของเขา และผลของการเสี่ยงทายก็ตกไปอยู่ที่อับดุลเลาะห์พ่อของท่านรอซูล

อับดุลมุฏฏอลิบได้นำตัวลูกชายของเขาไปที่กะอฺบะห์เพื่อที่จะเชือดเขา ผู้คนที่อยู่ที่นั่นก็ได้พบเห็นเขา และพวกเขาก็พูดกับอับดุลมุฏฏอลิบว่า เกิดอะไรขึ้นกับสติปัญญาของท่านที่จะเชือดลูกชายของท่าน? จงไปหาโหรทำนายและปรึกษานางในเรื่องของท่าน

และอับดุลมุฏฏอลิบ ก็ได้ไปหาโหรทำนาย และนางก็กล่าวว่า จงให้การเสี่ยงทายเกิดขึ้นระหว่างอับดุลเลาะห์และอูฐ 100 ตัว และหากว่าการเสี่ยงทายได้ตกไปอยู่ที่อูฐ ท่านจะได้ไม่ต้องฆ่าลูกชายของท่าน และหลังจากการเสี่ยงทาย อับดุลเลาะห์ก็ได้รอดพ้น และอับดุลมุฏฏอลิบ ก็ได้เชือดอูฐ 100 ตัว เพื่อเป็นการรักษาสัญญาการบนบานของเขาที่ได้ทำเพื่ออัลเลาะห์

การแต่งงานของอัลดุลเลาะห์กับอามีนะห์
          
อับดุลมุฏฏอลิบต้องการให้ลูกของเขา อับดุลเลาะห์แต่งาน ดังนั้นเขาจึงเลือกให้กับลูกของเขา คือเด็กผู้หญิงคนหนึ่งชื่อ อามีนะห์ บินติ วะฮฺ บิน และหลังจากแต่งงาน ท่านอับดุลเลาะห์ก็ได้ออกไปกับกองคาราวาน ไปยังประเทศชาม และเขาก็ทิ้งภรรยาของเขาที่ตั้งครรภ์นบีมูฮัมหมัด แต่ว่าท่านอับดุลเลาะห์ได้ตายในระหว่างเดินทางก่อนที่เขาจะเห็นลูกชายของเขา

วันเกิดของท่านนบีมูฮัมหมัด

ท่านรอซูลเกิดปีช้างในวันจันทร์ และท่านหญิงอามีนะห์ บินติวะฮฺบิน ได้คลอดเด็กออกมา และคนใช้ผู้หญิง ก็ได้ออกไปด้วยความเร็ว เพื่อบอกความดีกับอะบาละฮับว่า แท้จริง อามีนะห์ได้คลอดเด็กออกมา และอะบาละฮับดีใจ และเขาก็ปล่อยคนใช้คนนั้นให้เป็นไท

อับดุลมุฏฏอลิบออกไปบ้านของลูกชายของเขาด้วยความเร็ว เพื่อที่จะดูเด็กที่เกิดมาใหม่ และเขาอุ้มเด็กคนนั้น และพาเด็กคนนั้นไปที่กะอฺบะห์ และขอบคุณอัลเลาะห์ และตั้งชื่อเขาว่า “มูฮัมหมัด”

ปีช้าง

ปีที่ท่านนบีเกิด เป็นปีที่ถูกเรียกว่า ปีช้าง เพราะว่าอับรอหะฮ์ ทหารของประเทศเอธิโอเปีย ได้ยกกองทัพทหารที่มากมายเพื่อทำลายกะอฺบะห์ เพราะว่าผู้คนไม่ประกอบพิธีฮัจญ์ยังบ้านที่เขาได้สร้างไว้ในประเทศเยเมน ด้วยเงินและทอง และผู้คนก็ไปที่กะอฺบะห์ และพร้อมกับเขาที่มีกองทัพที่ใหญ่โต

และในขณะที่เขาได้เข้าใกล้อัลกะอฺบะห์ อัลเลาะห์ได้ส่งนกที่เท้าของมันมีหินก้อนเล็กๆเพื่อที่จะมาขว้างกองทัพช้าง เมื่อก้อนตกไปที่ชายคนหนึ่งจากพวกเขา และหลังจากนั้น ชายคนนั้นก็ตาย

แม่นมของท่านนบีมูฮัมหมัด

จากประเพณีของชาวอาหรับที่พวกเขาจะให้ลูกของพวกเขามีแม่นมให้แก่พวกเขา และแม่นมก็จะมาเพื่อที่จะเลือกเด็กคนหนึ่งจากพวกเขา เพื่อที่จะให้นม และทุกๆแม่นมก็รู้ว่าท่านรอซูล เป็นเด็กกำพร้า และก็จะออกห่างจากท่านนบี เพราะว่าพวกแม่นมต้องการเด็กที่มีฐานะร่ำรวย เพื่อที่พวกเขาจะให้เงินแก่นางอย่างมากมาย ค่าใช้จ่ายของเด็กต่อตัวนางและลูกๆของนาง และฮาลีมะห์ ซะอฺดียะห์ ไม่พบผู้ให้นมแก่นบีมูฮัมมัด และนางจึงได้รับท่านมาเพื่อที่จะให้นมแก่ท่าน และด้วยกับความจำเริญของท่านนบีมูฮัมหมัด อัลเลาะห์ได้ทรงปรับปรุงทุกๆสภาพของฮาลีมะห์ และอัลเลาะห์ก็ได้ให้ความจำเริญแก่นางในการใช้ชีวิตของนาง

การผ่าหัวใจท่านนบีมูฮัมหมัด

ระหว่างที่ท่านรอซูลอยู่กับนางฮาลีมะห์ ซะอฺดียะห์ ท่านนบีได้เล่นอยู่กับพี่น้องจากแม่นมเดียวกัน ได้มีมลาอีกะห์สองท่านได้ลงมาจากฟากฟ้า ในรูปร่างของผู้ชายสองคน และมลาอีกะห์ทั้งสองก็ได้จับท่านนบี และก็ผ่าหัวใจของท่านนบี และท่านทั้งสองก็นำความชั่วร้ายของชัยฏอนที่อยู่ในใจของมนุษย์ทำความสะอาด จนพร้อมที่จะรับศาสน์ที่อัลเลาะห์มอบหมายให้ และพี่น้องจากแม่นมเดียวกันเห็นดังกล่าว พวกเขาก็รีบไปหาฮาลีมะห์ และบอกกับนางถึงเรื่องที่เกิดขึ้น และนางก็ได้มาด้วยความเร่งรีบ และนางก็พบว่า ท่านนบี หน้าซีด นางจึงกอดท่านนบีไว้ และก็พาท่านนบีกลับไปที่บ้าน และนางกลัวว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีอีก นางจึงพาท่านนบีกลับไปหาแม่ของท่าน

การเสียชีวิตของท่านหญิงอามีนะห์

ท่านหญิงอามีนะห์ได้นำท่านนบีมูฮัมหมัดมาเลี้ยง อายุของท่าน 6 ขวบ เพื่อที่จะเยี่ยมกุโบรของสามีของนาง (ท่านอับดุลเลาะห์) ซึ่งเป็นพ่อของท่านนบี และเพื่อที่จะให้นบีรู้จัก บรรดาน้าๆของท่านนบี และท่านก็ยังคงอยู่กับแม่ของท่าน 1 เดือนเต็ม ระหว่างการเดินทางกลับ ท่านหญิงอามีนะห์ป่วยระหว่างการเดินทาง และตาย ณ ที่แห่งหนึ่งที่ชื่อว่า อับวาอฺ และท่านรอซูล ร้องไห้เสียใจอย่างรุนแรง และอุมมุอัยมัน คนรับใช้ของท่านรอซูล ได้พาท่านนบีกลับไปหาปู่ของท่านที่มักกะห์

ท่านรอซูล ขณะที่อยู่กับปู่และลุงของท่าน

หลังจากที่ท่านหญิงอามีนะห์ แม่นมของท่านรอซูล เสียชีวิต ท่านนบีมูฮัมหมัดใช้ชีวิตอยู่กับปู่ของท่าน ท่านจะอยู่พร้อมกับปู่ของท่านทุกๆที่ ที่ปู่ของท่านจะนั่ง ก็จะมีท่านนบีอยู่ด้วย และท่านนบีก็จะนั่งพร้อมกับผู้อาวุโสของชาวมักกะห์ และด้วยความต้องการของอัลเลาะห์ที่จะให้อับดุลมุฏฏอลิบเสียชีวิต และอายุของท่านนบี 8 ขวบ และท่านนบีก็ใช้ชีวิตหลังจากดังกล่าวอยู่กับลุงของท่าน อบีตอลิบ ซึ่งลุงของท่านรักท่านนบีมากๆ และในวันหนึ่ง อบูตอลิบได้พาท่านนบีไปในการเดินทางไปประเทศชาม และอบูตอลิบก็ได้รู้สิ่งหนึ่งที่น่าแปลกใจ

นักบวชบุฮัยรอ

ระหว่างการเดินทาง กองคาราวานได้ผ่านเมืองหนึ่ง และในระหว่างการเดินทางของพวก ก็ได้ผ่านกระท่อมหลังหลังหนึ่ง ที่มีนักบุญอาศัยอยู่ ชื่อว่า บุฮัยรอ และเมื่อบุฮัยรอได้เห็นกองคาราวาน และเขาก็มองเห็นใบหน้าของท่านรอซูล และอายุของท่าน 12 ปี

บุฮัยรอก็พูดกับลุงของท่านรอซูลว่า : เด็กคนนี้คือใคร
อบูตอลิบกล่าวว่า : แท้จริงเขาคือลูกชายของฉัน
บุฮัยรอกล่าวว่า : เขาไม่ใช่ลูกของท่าน
อบูตอลิบกล่าวว่า : เขาคือลูกของน้องชายของฉัน แต่ว่าพ่อของเขาเสียชีวิตไปแล้ว
บุฮัยรอกล่าวว่า : จงพาลูกของน้องชายของท่านกลับไป และจงระวังจากพวกชาวยิว แท้จริงหลานของท่านจะเป็นนบีในเวลานี้
ดังนั้นอบูตอลิบก็รีบกลับไปยังมักกะห์

พ่อค้าที่ซื่อสัตย์

ขณะที่ท่านนบีอายุ 20 ปี ท่านทำการค้าขาย โด่งดังในเรื่องความสัจจริง และมีอมานะห์ ท่านหญิงคอดียะห์ได้ยินเรื่องดังกล่าว ดังนั้นนางจึงได้เสนอตัวต่อท่านนบีที่จะให้ท่านนบีเข้ามาในการค้าขายของนาง ท่านรอซูลตกลง และก็ออกไปกับคนรับใช้ที่สนิทของท่านหญิง ที่ชื่อมัยซาเราะห์ที่ทำงานกับท่านหญิงคอดียะห์ เมื่อท่านรอซูล กลับไปที่มักกะห์ ท่านได้กำไรจากการค้าขายมากมาย และในระหว่างทางกลับ ได้มีก้อนเมฆที่อยู่บนท้องฟ้า ได้ให้ร่มเงาแก่ท่านนบีมูฮัมหมัด ปกป้องท่านจากความร้อนของดวงอาทิตย์ มัยซาเราะห์จึงได้กลับไปหา และเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้กับท่านหญิงคอดียะห์ฟัง

การแต่งงานของท่านนบีมูฮำหมัด  ภรรยาของท่านนบีมูฮัมหมัด

ท่านนบีได้แต่งงานกับท่านหญิง คอดิยะฮฺ บินติ คุวัยลิด และท่านนบีมีอายุ 25 ปี และนางมีอายู 40 ปี และมีบุตรกับนาง พวกเขาคือ ซัยหนับ , รุกอยยะฮฺ , อุมมุกัลโซม , ฟาตีมะฮฺ อับดุลลอฮฺ และกอเซ็ม ผู้คนทั้งหลายก็เรียกท่านร่อซูลว่า พ่อของกอเซ็มสืบไปยังลูกชายของท่านนั้นเอง

ความยุติธรรมของท่านนบีมูฮัมหมัด

พวกชาวกุเรชได้รวมตัวกัน เพื่อกลับมาบูรณะกะอฺบะฮฺใหม่ และในระหว่างที่บูรณะกัน ชาวกุเรชได้ขัดแย้งกันในเรื่องที่ใครจะเป็นผู้ที่วางหินดำ เพราะผู้ที่วางหินดำในกะอฺบะฮฺเป็นผู้ที่มีเกียรติ และการขัดแย้งเกือบจะกลายเป็นสงคราม

พวกเขาจึงกล่าวว่า : เราจะให้ผู้ที่เข้ามาหาพวกเราเป็นคนแรกตัดสิน และท่านร่อซูลก็เข้ามา และพวกเขาก็เสนอเรื่องดังกล่าวแก่ท่านนบี
ท่านนบีกล่าวกับพวกเขาว่า : จงวางหินไว้บนผ้า และหัวหน้าเผ่าทุกๆคนจับปลายผ้า จนกระทั่งวางก้อนหินในกะอฺบะฮฺและพวกเขาก็ทำ หลังจากนั้นท่านร่อซูล  ก็วางหินดำไว้ในที่ของมัน ด้วยตัวของท่านเองในกะอฺบะฮฺ และดังกล่าวเป็นการเสร็จสิ้นการขัดแย้งและความชั่วร้าย

การลงมาของวะฮีย์

หลังจากที่ท่านนบีอายุ 40 ปี ทำอิบาดะฮฺต่ออัลลอฮฺในถ้ำฮิรอฮฺ และท่านก็พิจารณาไตร่ตรองในการสร้างของอัลลอฮฺ และเมื่อญิบรีล อะลัยฮิสลาม ได้ลงมายังท่านร่อซูล ท่านนบีก็กลัว และ

ญิบรีลก็พูดกับท่านนบีว่า : จงอ่าน
ท่านนบีตอบว่า : ฉันอ่านไม่เป็น
ญิบรีลได้พูดกับท่านนบีว่า : จงอ่าน ด้วยกับพระนามของพระเจ้าของเจ้าผู้ทรงสร้างเจ้า
และญิบรีลก็อ่านซูเราะฮฺ อัล-อะลักให้ท่านนบีฟัง และเป็นซูเราะฮฺแรกที่ลงมาจากกุรอาน และท่านร่อซูลก็กลับไปหาภรรยาของท่านด้วยความหวาดกลัว และ
พูดกับนางว่า : ห่มผ้าให้ฉันที
หลังจากนั้นท่านก็เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้หญิงคอดิยะห์ฟัง และนางก็นำเรื่องไปเล่าให้ลูกของลุงของนางฟังที่ชื่อ วะรอกะฮฺ อิบนิ เนาฟัล ที่เป็นผู้รู้ในอิลญีล และเขาก็กล่าวกับนางว่า จงไปบอกข่าวดี แท้จริงเขาคือนบีในสมัยนี้

การเชิญชวนต่ออิสลาม
 
ท่านร่อซูลเริ่มการเชญชวนญาติใกล้ชิดของท่านและสหายของท่านไปยังอิสลาม ดังนั้นท่านหญิงคอดิยะฮฺก็ศรัทธา หลังจากนั้นก็ท่านอบูบักร และท่านอาลี บินอบีตอลิบ และท่านนบีก็รวบรวมศอฮาบะฮฺของท่านอย่างลับๆ ในบ้านของดารุลอัรกอมลูกของอบีอัรกอม เพื่อที่จะสอนเขาในเรื่องราวของศาสนา หลังจากนั้นพวกกุฟฟารก็ทำร้ายบรรดาผู้ที่ศรัทธา

ปีแห่งความเสียใจ

ที่ถูกเรียกว่าปีของความเสียใจเพราะท่านนบีเสียใจอย่างมากมายต่อการเสียชีวิตของท่านหญิงคอดิยะฮฺและท่านอบูตอลิบซึ่งเป็นลุงของท่าน ท่านร่อซูล ก็ได้ไปยังเมืองฎออีฟหลังจากดังกล่าว เพื่อเชิญชวมชาวเมืองสู่อิสลาม แต่ว่าพวกเขาได้ทำร้ายท่านนบีและไม่ตอบรับการเชิญชวนของท่าน

อิสรอฮฺและเมี๊ยะอฺรอจ

อัลลอฮฺต้องการที่จะลดความเศร้าของท่านนบี โดยให้ท่านนบีเดินทางในตอนกลางคืนจากมักกะฮฺไปยังบัยติลมักดีส และละหมาดในมัสยิด หลังจากนั้นก็ขึ้นไปยังฟากฟ้าที่สูงส่ง และอัลลอฮฺบัญญัติการละหมาดให้แก่ท่านนบี

การอพยพไปยังมะดีนะฮฺ

ท่านร่อซูลได้อพยพไปยังมะดีนะฮฺ หลังจากที่ศอฮาบะฮฺของท่านได้อพยพไปแล้ว และศาสนาของอัลลอฮฺก็ได้แพร่หลายที่นั่น และท่านร่อซูลก็ได้เข้าทำสงครามกับมุชริกีนหลายสงคราม เพื่อปกป้องศาสนาของอัลลอฮฺ และอัลลอฮฺก็ได้ช่วยเหลือร่อซูลของพระองค์ และสนับสนุนท่านร่อซูลด้วยกับบรรดามาลาอิกะฮฺทำการต่อสู้พร้อมกับท่าน เพราะแท้จริงอัลลอฮฺได้สั่งใช้ที่จะให้ท่านเผยแพร่อิสลามในโลกนี้ เพราะแท้จริง อัลลอฮฺจะไม่รับศาสนาใดนอกจากท่านร่อซูล

การพิชิตมักกะฮฺ

ท่านร่อซูล ได้กลับไปยังมักกะฮฺ เพื่อที่จะพิชิตมักกะฮฺในวันที่ 10 เดือนรอมาฎอนในปีที่ 8 ของการอพยพ และจำนวนทหารของท่านร่อซูลมี 10,000 คน และท่านนบีก็ละหมาดพร้อมกับศอฮาบะฮฺของท่าน ในกะอฺบะฮฺและความสัจจริงของอัลลอฮฺ สัญญาของอัลลอฮฺต่อร่อซูล ในการกลับเข้าไปในกะอฺบะฮฺอีกครั้งหนึ่ง และท่านร่อซูล ก็อภัยให้ชาวมักกะฮฺ เพราะแท้จริงท่านเป็นผู้ที่เมตตาและเป็นผู้ที่มีเกียรติ และท่านร่อซูล ก็ทำฮัจญ์อำลาในปัฮิจเราะฮฺที่ 10 และบรรดามุสลิมที่อยู่รอบๆท่าน ก็ร่วมประกอบพิธีฮัจญ์พร้อมกับท่าน

โรคของท่านร่อซูล

ท่านร่อซูล ป่วยอย่างรุนแรงถึงขั้นตัวร้อนที่สุด

การเสียชีวิตของท่านร่อซูล
        
ท่านร่อซูล เสียชีวิตในวันที่ 12 เดือนรอบิอุ้ลเอาว้าล จากปีที่ 11 ของการอพยพในเวลาสาย และถูกฝังในห้องใกล้ๆมัสยิดของท่านในมะดีนะฮฺ และหลังจากที่ ขยายมัสยิดนะบะวี กุโบรของท่านก็เข้าไปอยู่ในมัสยิด ข้าแต่อัลลอฮฺขอพระองค์ทรงนำนายของเรานบีมูฮำหมัด และความประเสริฐ และการส่งนบีมา ข้าแต่อัลลอฮฺโปรดทรงให้ที่พำนักที่ได้การสรรเสริญที่พระองค์ได้ทรงสัญญาไว้กับนบี และอัลลอฮฺได้สรรเสริญนบี และให้ความสันติสุข พระองค์ให้ความจำเริญแก่นบี และครอบครัวของท่าน และบรรดาศอฮาบะฮฺของท่าน และผู้ที่ติดตามท่านไปยังวันแห่งการตอบแทน

ขอบคุณข้อมูลจาก : islammore.com

 
  เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :-
 
  เนื้อหาที่คุณอาจกำลังค้นหา :-
ท่านอาจกำลังสนใจสิ่งนี้อยู่
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์
340 ลาดพร้าว 112 วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร 0-2514-0593 แฟ็กซ์ 0-2538-4215 Email : Webmaster@muslimthaipost.com
สารบัญเว็บไซต์ Muslimthaipost.com
SubDomain หน้าหลัก