หมวดหมู่
อิสลาม-มุสลิม
 
หน้าแรก  | ข่าววันนี้  | ประเด็นดัง  | กรรมการกลาง  | มุสลิมไทย  | เว็บบอร์ด  | โลกอาหรับ  | มุสลิมโลก  | ผู้หญิง  | สุขภาพ  | ฮาลาล  | 
แฟชั่นมุสลิม  | ชื่ออาหรับ  | เวลาละหมาด  | คลิบวิดีโอ
ค้นหา
หากมีคำค้นหลายตัว สามารถคั่นด้วย comma (,)
หน้าหลัก >> อิสลาม-มุสลิม >> เกี่ยวกับนบีมูฮัมหมัด
พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน
หน้าที่ของพ่อแม่ที่ปฏิบัติต่อลูกที่แต่งงานแล้วทางหลักศาสนาอิสลาม.
คำค้น : คริสต์ , มุสลิมใหม่ , เข้ารับอิสลาม
 

หน้าที่ของพ่อแม่ที่ปฏิบัติต่อลูกที่แต่งงานแล้วทางหลักศาสนาอิสลาม

ครอบครัวในทัศนะอิสลาม

ความสำคัญของครอบครัว

ในวิชามนุษย์วิทยาแบ่งครอบครัวออกเป็นสามประเภทคือ

ครอบครัวจุดเริ่มต้น หรือครอบครัวเดียว  มีสามี, ภรรยาและลูก เป็นจุดเริ่มต้น
ถ้ามีญาติมาอาศัยอยู่ด้วย ก็เรียกว่า ครอบครัวขยาย
ครอบครัวที่มีครอบครัวอื่นมาอยู่ร่วมด้วย เช่นในบ้านเดียวกันมีหลายครอบครัว เรียกว่า ครอบครัวซับซ้อน
ครอบครัวในเอเชียหรือจะว่าในตะวันออกต่างจากครอบครัวในยุโรปและอเมริกา หรือในตะวันตก เมื่อชาวตะวันตกแต่งงาน เขาก็มีบ้านต่างหาก เมื่อมีลูกก็หาสำนักงานเลี้ยงลูก แต่เมื่อชาวตะวันออกแต่งงาน พ่อแม่ยังเป็นห่วง บางรายก็อยู่ที่บ้านของฝ่ายชาย หรือฝ่ายหญิง ยังมีคุณปู่ คุณย่า คุณตา คุณยาย ยังมีความเป็นห่วงลูกห่วงหลาน ยังไม่อยากพรากจากกันอย่างซาบซึ้งในชีวิตของครอบครัว

ซึ่งลักษณะและวัฒนธรรมเช่นนี้เราจะไม่พบในยุโรป เพราะฉะนั้น ครอบครัวของชาวตะวันออกจึงอบอุ่นและมีชีวิตมีความเป็น “คน” มากกว่าครอบครัวของชาวตะวันตก

ครอบครัวจะเป็นอย่างไร มีกี่ชนิดก็ตาม แต่อิสลามถือว่า ครอบครัวเป็นหน่วยสำคัญของบ้าน เป็นจุดเริ่มต้นของสังคม เรื่องของครอบครัวจึงสำคัญกว่าปัญหาทางเศรษฐกิจและการเมือง ความสงบสุขของสังคมจะเป็นในด้านเศรษฐกิจหรือการเมืองก็ตามต้องสืบมาจากความผาสุกในครอบครัวก่อน คือต้องมีกิน มีใช้ มีความสมัครสมานปรองดองกัน ถ้าในบ้านไม่มีข้าวสารกรอกหม้อ สามีกินเหล้า ภรรยาเล่นไพ่ ลูกเป็นอันธพาล ถึงแม้ว่าครอบครัวนั้นจะมั่งคั่งแต่มีความประพฤติเสีย  ถึงแม้ว่าประเทศนั้นจะมีเศรษฐกิจดีไม่เสียเปรียบในดุลการค้า เสถียรภาพของการเมืองมั่นคง ก็เป็นแต่ของเทียมเท่านั้น หาใช่ชีวิตที่แท้จริงไม่ ความผาสุกของครอบครัวจึงเป็นบ่อเกิดแห่งอารยธรรมและวัฒนธรรม

ในครอบครัวของมุสลิม ชายและหญิงมีสิทธิ์เท่าเทียมกันตามหน้าที่ เพราะอิสลามกล่าวว่า ชายและหญิงมาจากเชื้อเดียวกัน

4:1 “มนุษย์เอ๋ย! จงสำรวมตนต่อพระผู้อภิบาลของสูเจ้าผู้ได้ทรงสร้างสูเจ้าจากอินทรีย์หนึ่ง และได้ทรงสร้างจากอินทรีย์นั้นซึ่งคู่ครองของมัน และได้ทรงแพร่จากทั้งสองซึ่งผู้ชายมากมายและผู้หญิง (มากมาย) และจงสำรวมตนต่ออัลลอฮฺพระผู้ซึ่งสูเจ้าต่างเรียกร้อง (สิทธิ) ต่อกันและกัน และ(จงรักษา) การสัมพันธ์ทางเครือญาติ แท้จริง อัลลอฮฺเป็นผู้ทรงเฝ้าดูเจ้าเสมอ”

ไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชายก็ตาม สามีหรือภริยาก็ดี จะได้รับผลตอบแทนการงานของตนตามที่ตนได้ประกอบไว้

16:97 “ผู้ใดกระทำการดี จะเป็นเพศชายหรือหญิงก็ตาม และเขาเป็นผู้ศรัทธา ดังนั้น ! แน่นอน-เราจะให้เขาดำรงชีวิตที่ดี และแน่นอน-เราจะตอบแทนพวกเขาโดยประเสริฐยิ่งตามที่พวกเขากระทำ”

จุดประสงค์ของการมีครอบครัว

การมีครอบครัวเป็นสัญชาติญาณของมนุษย์ ในสมัยโบราณชายจะมีภรรยากี่คนก็ได้ หรือหญิงจะมีสามีกี่คนก็ได้ ใครจะเล่นชู้กับใครก็ได้ สรุปแล้วก็คือการแสดงออกซึ่งสัญชาติญาณของการร่วมประเวณี จะเป็นในทางที่ถูกต้องหรือไม่ก็ตาม

จุดประสงค์ของการมีครอบครัวในอิสลาม  ก็เพื่อความสงบใจ ไม่ไปทำชู้ และตั้งหน้าทำนุบำรุงบ้านให้เป็นหน่วยที่ดีของสังคม

30:20-21 “และ(หนึ่ง) ในสัญญาณทั้งหลายทั้งหลายของพระองค์คือ พระองค์ได้ทรงบังเกิดสูเจ้าจากธุลี แล้วเมื่อนั้น-ดูเถิด-สูเจ้าได้เป็นมนุษย์แผ่ขยายออกไป และ(หนึ่ง) ในสัญญาณทั้งหลายของพระองค์คือ พระองค์ได้ทรงสร้างจาก (เชื้อเดียวกันแห่ง) หมู่สูเจ้าซึ่งคู่ครองสำหรับสูเจ้า แท้จริง ! ในนั้น-แน่นอน-มีสัญญาณสำหรับชนผู้ตรึกตรอง”

25:74 “และบรรดาผู้กล่าว (วิงวอน) ว่า : ข้าแต่พระผู้อภิบาลของเรา ! ได้ทรงโปรดประทานแก่เราซึ่งคู่ครองของเราและลูก ๆ ของเราเป็นที่เย็นตา (หรือชื่นชม) แก่สายตา (ของเราโดยที่พวกเขาเป็นผู้ภักดีต่ออัลลอฮฺ) และได้ทรงทำให้เราเป็นแบบอย่างของปวงผู้สำรวมตนจากความชั่ว”

หน้าที่ของพ่อบ้านและแม่บ้าน

ตามศาสนาอิสลามถือว่า พ่อบ้านเป็นช้างเท้าหน้า และแม่บ้านเป็นช้างเท้าหลังสามีเป็นผู้ปกครองอุปการะครอบครัว

4:34 “ผู้ชายเป็นผู้ปกครองเลี้ยงดูผู้หญิง โดยที่อัลลอฮฺได้ทรงโปรดปรานให้บางคนในหมู่พวกเขาเหนือกว่าอีกบางคน และโดยที่พวกเขาใช้จ่ายจากสมบัติของพวกเขา (เลี้ยงดูนาง)”

ตามสามัญสำนึกของพ่อบ้าน และแม่บ้านหรือสามีภรรยาคือ ผู้ร่วมรับผิดชอบในการนี้เลี้ยงดูครอบครัว ถ้าจะเปรียบก็ว่าสามีเป็นฝ่ายบู๊ส่วนภริยาเป็นฝ่ายบุ๋น คือดูแลการบ้านเรือน ศาสนาอิสลามถือว่า ครอบครัวมาก่อน เพราะฉะนั้น ภรรยาจึงมีหน้าที่รับผิดชอบในครอบครัว ในการดูแลบ้านเรือน ในสมัยนี้ ผู้หญิงออกไปทำงานนอกบ้านปล่อยให้สถาบันต่าง ๆ ทำหน้าที่เลี้ยงดูลูกเต้าแทน แทนที่จะได้กินนมมารดา กลับกินนมแป้ง แทนที่จะได้รู้จักความอบอุ่นจากพ่อแม่ กลับมีแต่ความว้าเหว่และกระด้าง ทารกสมัยใหม่ในประเทศตะวันตกหรือประเทศที่รุดหน้าทางวัตถุนิยมเป็นเช่นนี้ ซึ่งอิสลามไม่สนับสนุน

อัล-กุรฺอาน ได้กล่าวถึงหน้าที่ของพ่อแม่ไว้ตอนหนึ่งว่า

66:6 “บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ย ! จงช่วยตัวของสูเจ้าและครอบครัวของสูเจ้าให้พ้นจากไฟนรก”

โองการนี้กล่าวถึงพ่อบ้านให้ปกป้องตนเองและครอบครัวของตนให้พ้นจากไฟนรก ด้วยการอยู่ในทางที่ดีงาม ไม่ใช่อยู่ในทางที่เสียหายอันนำไปสู่ความหายนะ ได้กล่าวถึงแม่บ้านว่า

33:34 และ(พวกเธอ) จงรำลึกถึง (โดยการอ่านและท่องจำปฏิบัติตามอัล-กุรฺอาน) ซึ่งได้ถูกอ่าน (โดยท่านนบี) ในเหย้าเรือนของพวกเธอ-คือโองการทั้งหลายของอัลลอฮฺและวิทยปัญญา แท้จริง ! อัลลอฮฺทรงรอบรู้ที่ละเอียดอ่อน ทรงตระหนักเสมอ”

ในที่นี้จะเห็นได้ว่า ครอบครัวที่ดีนั้นคือครอบครัวที่มีศาสนาที่มีจริยธรรม และสิ่งเหล่านี้มาจากแม่ก่อนอื่น เพราะแม่เป็นครูคนแรกของลูก นอกจากให้รู้เรื่องในศาสนธรรมแล้ว แม่ยังต้องพยายามให้ลูกได้เข้าใจวิทยาการต่างๆ ด้วย จะเป็นโอวาทจากท่านนบีมุหัมมัด (ซ้อล ฯ) หรืออื่นใดก็ตาม อันเป็นวิชาที่ยังประโยชน์

อุปมาภาระของมารดาและความหวังดีของพ่อแม่

46:15 “และเราได้สั่งมนุษย์ให้ทำการดีต่อพ่อแม่ของเขา แม่ของเขาได้อุ้มครรภ์เขาด้วยความเหนื่อยยาก และได้คลอดเขาด้วยความเจ็บปวด”

17:23 “และพระผู้อภิบาลของเจ้าได้ทรงบัญชาว่า :สูเจ้าจงอย่าเคารพภักดีผู้ใดนอกจากพระองค์เท่านั้น และจงทำการดีต่อพ่อแม่ ถ้าผู้ใดในทั้งสองลุวัยชราอยู่กับสูเจ้า ดังนั้น! จงอย่ากล่าวแก่ทั้งสองว่า “อุฟ” (เช่น เฮ้ย-เออ-อือ) และจงอย่าตะเพิดทั้งสอง แต่จงพูดแก่ทั้งสองซึ่งถ้อยคำที่อ่อนโยนยิ่ง”

17:24 “และจงน้อมแก่ทั้งสองซึ่งปีกทั้งสอง (หมายถึงความเข้มแข็ง) แห่งความถ่อมตนเนื่องจากความเมตตา (คือให้ปฏิบัติต่อแม่ด้วยคารวะและมีความเอ็นดูเมตตา) และจงกล่าวว่า : ข้าแต่พระผู้อภิบาลของฉัน !ได้ทรงโปรดเมตตาแก่ทั้งสองเช่นที่ทั้งสองได้เลี้ยงดูฉันเมื่อยังเล็ก”

ที่กล่าวนี้เป็นหน้าที่ของมุสลิมพึงมีต่อครอบครัว ซึ่งมีพ่อแม่ของเราร่วมอยู่ด้วย

ในฮะดีซ (รายงาน)มีว่า

ท่านอบูสะอีด อัล-คุดรีกล่าวว่า : ท่านรสูลุลลอฮฺ (ซ้อล ฯ) ได้กล่าววว่า : “ผู้ใดที่มีลูกสาวสามคนหรือน้องสาวสามคน หรือลูกสาวสองคน หรือน้องสาวสองคน และเขาได้เลี้ยงดูปฏิบัติเธออย่างดี และได้สำรวมตนต่ออัลลอฮฺเนื่องด้วยเธอเหล่านั้น สำหรับชายคนนั้นมีสวนสวรรค์”

นี่ก็เป็นหน้าที่หนึ่งของมุสลิมที่มีต่อครอบครัว ซึ่งเป็นครอบครัวแบบครัวซับซ้อน หรือคอมเพล็กซ์

ได้มีฮะดีซ (รายงาน)เล่าโดยท่านหญิงอาอิชะฮฺว่า “มีผู้หญิงคนหนึ่งพาลูกสาวของนางมาหาฉันแล้วก็ขออาหารจากฉัน แต่เวลานั้นฉันไม่มีอะไรเลยนอกจากลูกอินทผลัมลูกเดียว ฉันจึงให้ลูกอินทผลัมแก่นาง นางได้บิออกเป็นสองซีกแบ่งให้ลูกของนาง ส่วนตัวนางเองไม่ได้กินอะไรแล้วก็จากไป หลังจากนั้นท่านนบีมุหัมมัด (ซ้อล ฯ) ได้มา ฉันจึงเล่าเรื่องนี้ให้ท่านฟัง ท่านกล่าวว่า : ผู้ใดก็ดีที่ได้ถูกทดลองให้ได้รับความลำบากเนื่องด้วยลูกของคนนั้นเขาจะถูกกั้นออกจากไฟนรก

นี่ก็เป็นหลักฐานอีกข้อหนึ่งที่พ่อบ้าน แม่บ้านหรือสามีภริยาต้องมีต่อครอบครัว ความลำบากที่ว่าอันเนื่องด้วยลูกของตนเองนี้ ก็คือการแสดงออกซึ่งความรักอันแท้จริงของพ่อแม่ต่อลูกนั่นเอง

การสมรสคืออะไร ? ทำอย่างไร ? อยู่อย่างไร

ศาสนาอิสลามถือว่า การสมรสเป็นพันธะซึ่งทั้งสองฝ่ายต้องยินยอมด้วยกัน จะสมรสได้ต่อเมื่ออายุถึงเกณฑ์ความเป็นผู้ใหญ่ คือ มีความรู้สึกทางเพศ มีความรับผิดชอบ การสมรสกันแต่เด็ก ๆ โดยที่ต่างฝ่ายต่างยังไม่รู้หน้าที่ของตนนั้น จึงค้านต่อหลักการของอิสลาม ในการสมรสนั้นให้มีการสู่ขอ ให้มีของหมั้น ซึ่งตกเป็นของหญิงโดยเฉพาะ ให้มีพยานอย่างน้อยสองคน จึงเห็นได้ว่า การสมรสนั้นเป็นเรื่องที่ศาสนาส่งเสริมและให้ทำอย่างเปิดเผย อิสลามไม่ส่งเสริมการล่วงประเวณี การผิดในกาม แต่ส่งเสริมชีวิตสมรส ท่านนบีมุหัมมัด (ซ้อล ฯ) ได้กล่าวว่า

“ฉันได้สมรส ดังนั้น ! ผู้ใดอยู่ห่างจากแนวทางของฉัน เขาไม่ได้อยู่ในประชาคมของฉัน

ได้มีรายงานจากท่านอัล-เกาะมะฮฺว่า ครั้งหนึ่งฉันเดินไปกับท่าน อับดุลลอฮฺ อิบนิ-มัสอูด เขาบอกว่า เราอยู่ร่วมกับท่านนบีมุหัมมัด (ซ้อล ฯ) ท่านได้กล่าวว่า : ผู้ใดก็ดีในหมู่พวกท่านที่มีความสามารถเพียงพอจะสมรสได้ก็ควรสมรส เพราะมันเป็นวิธีที่ดียิ่งที่จะหลบสายตาลงต่ำ และรักษาความบริสุทธิ์ของตน ส่วนผู้ใดไม่มีความสามารถจะสมรสได้ ก็จงให้เขาถือศีลอด เพราะมันจะดับความใคร่ของเขาได้ (คัดจากอัล-บุคอรี)

ในอัล-กุรฺอานก็ได้พิจารณาชีวิตของการสมรสไว้อย่างลึกซึ้ง

2:187 “นางเป็นอาภรณ์สำหรับสูเจ้า และเจ้าเป็นอาภรณ์สำหรับนาง”

เพราะฉะนั้น ชีวิตครอบครัวของมุสลิมจึงเป็นชีวิตที่ต้องร่วมกัน เชิดชูกันร่วมเดินทางกันไปในเส้นขนานที่ดี

การครองเรือน และการหย่าในทรรศนะของอิสลาม

เพื่อจะได้มีการครองเรือนที่ดี ท่านนบี มุหัมมัด (ซ้อล ฯ) ได้กล่าวไว้มีฮะดีซ (รายงาน)ว่า

ท่านอบู ฮุร็อยเราะฮฺ รายงานว่า : ท่าน นบีมุหัมมัด (ซ้อล ฯ) ได้กล่าวว่า “ผู้หญิงถูกสมรสเนื่องด้วยสี่ประการ คือด้วยทรัพย์สินของนาง เนื่องด้วยตระกูลอขงนาง เนื่องด้วยความสวยของนาง เนื่องด้วยศาสนาของนาง ดังนั้นจงประสบความสำเร็จด้วยการสมรส กับหญิงที่มีศาสนา (คัดจาก อัล-บุคอรี)

มีคนถามท่านนบีมุหัมมัด (ซ้อล ฯ) ว่า :ผู้หญิงอย่างไหนที่ดีที่สุด ? ท่านได้ตอบดังมีฮะดีซ (รายงาน)ว่า

ท่านอบู ฮุร็อยเราะฮฺได้รายงานว่า ได้มีคนมาถามท่านรสูลุลลอฮฺ (ซ้อล ฯ) ว่า:   ผู้หญิงอย่างไหนที่จัดว่าประเสริฐสุด ? ท่านตอบว่า : “คือนางผู้ยังความชื่นใจแก่สามีของนางเมื่อเขามองดูนาง นางผู้นอบน้อมภักดีเมื่อเขาสั่งนาง และมิได้ขัดแย้งกับสามีในตัวของนางและทรัพย์สินของนางอันจะทำให้เขาไม่พึงใจ” (คัดจาก นะสาอี)

ท่านอับดุลลอฮฺ บิน-อัมร บินอัล-อาส ได้กล่าวว่า “ท่านนบีมุหัมมัด (ซ้อล ฯ) ได้กล่าวว่า : ทุกสิ่งในโลกล้วนเป็นปัจจัย แต่ปัจจัยที่เลิศที่สุดของโลกนี้คือหญิงกัลยาณี” (คัดจาก นะสาอี)

ถึงแม้ว่า ชีวิตในครอบครัวจะมีหลักเกณฑ์อย่างใดก็ตาม ก็อาจมีเรื่องระหองระแหงกันได้ แต่อิสลามให้คู่ผัวเมียอดทนจนถึงที่สุด เพราะถือว่าการหย่าร้างกันนั้นเป็นเรื่องน่ารังเกียจ

ท่านอิบนิ อุมัรได้กล่าวว่า “ท่านนบี     มุหัมมัด (ซ้อล ฯ) ได้กล่าวว่า : สิ่งที่ถูกอนุมัติอันน่ารังเกียจ

ท่านอิบนิ อุมัรได้กล่าวว่า “ท่านนบีฯ (ซ้อล ฯ) ได้กล่าวว่า : สิ่งที่ถูกอนุมัติอันน่ารังเกียจยิ่งในทรรศนะของอัลลอฮฺคือการหย่า”

การหย่าจึงใช่เรื่องทำกันง่าย เพราะฉะนั้น-ในอิสลามจึงมีระเบียบของการหย่าคือ เมื่อหย่ากันแล้ว ฝ่ายหญิงจะต้องคอยจนครบสามเดือนเพื่อให้รู้ว่าจะมีครรภ์หรือไม่ แล้วจึงจะสมรสใหม่ได้ ในระหว่างที่คอยนั้นให้คืนดีกันได้ ห้ามหย่าเวลามีระดู ห้ามหย่าเมื่อโมโหโทโส จะต้องมีพยานสองคนเวลาหย่า หากหย่าต่างวาระครบสามครั้งแล้ว ให้สมรสกับชายอื่น เมื่อชายอื่นหย่าแล้ว คอยจนครบสามเดือนแล้ว จึงจะคืนดีกับสามีเดิมหรือสมรสอีกได้

เพราะฉะนั้น – ตามหลักการอิสลาม การหย่าจึงไม่ใช่เรื่องทำกันง่าย ๆ นัก อัลลอฮฺทรงให้ฝ่ายสามีมีความอดกลั้นมากที่สุด โดยให้พิจารณาในแง่ดีของภรรยาบ้าง

4:19  “ดังนั้น ถ้าสูเจ้าชังนาง (โดยนางมิได้ทำผิด) ก็อาจจะเป็นเพราะว่า สูเจ้าชังสิ่งหนึ่ง และอัลลอฮฺได้ทรงทำให้มีความดีมากมายในนั้น”

หากมีทางปรองดองกันได้ ก็ให้หาตุลาการตัดสินเพื่อจะได้อยู่ครองเรือนกันต่อไป (4:35)

หัวหน้าครอบครัวและผู้อยู่ใต้ปกครองจะถูกสอบสวน

ได้กล่าวแต่ต้นแล้วว่า ความรับผิดชอบ คือการถูกสอบสวน เมื่อรู้ว่าตนจะถูกสอบสวนก็จำต้องปฏิบัติหน้าที่ให้สมบูรณ์และซื่อสัตย์สุจริต ดังมีฮะดีซ (รายงาน)ว่า

ท่านอิบนิ อุมัรได้ยินท่านรสูลุลลอฮฺ (ซ้อล ฯ) กล่าวว่า “ทุก ๆ คนในหมู่พวกท่าน-เป็นผู้ปกครอง และจะถูกสอบสวนเกี่ยวกับพสกนิกร และผู้ชาย (คือสามี) เป็นผู้ครองในครอบครัวของเขา และเขาจะถูกสอบสวนเกี่ยวกับผู้อยู่ใต้ปกครองผู้หญิง (คือภรรยา) ก็เป็นผู้ปกครองในบ้านของสามีของนาง และนางจะถูกสอบสวนเกี่ยวกับผู้อยู่ใต้ปกครองของนาง ส่วนคนใช้ก็เป็นผู้ปกครองทรัพย์สินของนายของเขา และเขาจะถูกสอบถามเกี่ยวกับผู้อยู่ใต้ปกครองของเขา” (คัดจาก  อัล-บุคอรี)

เมื่อพิจารณาตามนี้ก็เห็นได้ชัดว่า มุสลิมมีความรับผิดชอบต่อครอบครัวของตนเองอย่างเต็มประตู ไม่ว่าจะอยู่ในฐานะอะไรก็ตาม

สวนสวรรค์อยู่ใต้ฝ่าเท้ามารดา-คืออะไร

ท่านมุอาวิยะฮฺ อิบนิ-ญาฮิมะฮฺกล่าวว่า “ท่านญาฮิมะฮฺมาหาท่านนบีมุหัมมัด (ซ้อล ฯ) แล้วกล่าวว่า: โอ้-ท่านรสูลุลลอฮฺ ฉันต้องการเป็นพลรบ และได้มาหาท่านเพื่อปรึกษาท่าน ท่านจึงถามว่า : เจ้ามีแม่ไหม เขาตอบว่า : มี ท่านจึงบอกว่า : ดังนั้นจงอยู่กับแม่เถิด เพราะสวนสวรรค์อยู่ใต้ฝ่าเท้าทั้งสองของนาง” (คัดจาก นะสาอี)

จะเห็นได้ว่า ความรับผิดชอบที่บุคคลมีต่อมารดาของตนด้วยการรับใช้ปรนนิบัติท่านให้อยู่ดี-กินดี มีความสุขนั้น เท่ากับผู้นั้นจะสะสมความดี เพราะการปฏิบัติเช่นนี้ได้มรรคผล

มุสลิมอบรมสมาชิกในครอบครัวอย่างไร

ครั้งหนึ่งมีคนแก่คนหนึ่งมาหาท่านนบีมุหัมมัด (ซ้อล ฯ) บรรดาสาวกก็เชือนแชที่จะให้ที่แก่คนแก่นั้น ท่านจึงได้มีฮะดีซ (รายงาน)ว่า

ท่านอิบนิ อับบาส ได้รายงานว่า “ท่าน รสูลุลลอฮฺ (ซ้อล ฯ) ได้กล่าวว่า คนใดที่ไม่เมตตาต่อผู้เยาว์ และไม่ให้เกียรติแก่ผู้สูงอายุ คนนั้นไม่ได้อยู่ในประชาคมของฉัน (คัดจาก อัต-ติรมีซี)

การอบรมสมาชิกในครอบครัว จึงมีในด้านศาสนา ในด้านการศึกษา ในด้านสังคม ดังที่ท่านนบีมุหัมมัด (ซ้อล ฯ)ได้กล่าวว่า การแสวงหาวิชาความรู้เป็นหน้าที่แก่มุสลิมชายและหญิง ซึ่งรวมทั้งการศึกษาด้านศาสนา จริยศึกษาและวิชาอื่น ๆ เพื่อประกอบอาชีพต่อไป

เมื่อเราเทียบสังคมของมุสลิมของสังคมอื่น เราจะเห็นว่ามีข้อผิดแผกแตกต่างกันเนื่องจากสังคมมุสลิมต้องอยู่ในกฏเกณฑ์ มีระเบียบวินัย มีอัล-กุรฺอานเป็นพระบัญญัติ มีท่านนบี    มุหัมมัด (ซ้อล ฯ) เป็นผู้นำและให้แบบอย่าง ซึ่งมุสลิมจะต้องปฏิบัติตาม จะไปเอาแบบอย่างที่ทำให้ละเมิดบัญญัติไม่ได้ ดังมีปรากฏว่า

โดยแน่นอนยิ่ง-ได้มีสำหรับสูเจ้าแล้วในรสูลุลลอฮฺ ซึ่งแบบอย่างอันดีงามสำหรับผู้หวัง (ด้วยความมั่นใจ) ใน (การพบ) อัลลอฮฺ และ (เชื่อว่ามี) วันสุดท้าย และ (โดยเหตุนี้) เขารำลึกถึงอัลลอฮฺมาก

เพราะฉะนั้น เมื่อมุสลิมจะประกอบกิจการใด ก็จะต้องคำนึงเสมอว่า ผิดต่อระเบียบแบบแผนของศาสนาอิสลาม เพราะระเบียบแบบแผนนั้นเป็นสังคมของมุสลิมนั่นเอง

 

ขอบคุฯข้อมูลจาก : quran.al-shia.org

บทความที่คุณอาจกำลังค้นหา:-
     
     
      เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :-
    คำค้น: คริสต์ ,มุสลิมใหม่,เข้ารับอิสลาม
    พลังแห่งศรัธทา หมู่บ้านกวางโจวเกาหลีใต้ประกาศตนเข้ารับนับถือศาสนาอิสลามทั้งหมู่บ้าน
    สุดอึ้ง! ญี่ปุ่นยกครอบครัวเข้ารับอิสลาม จากคริสเตียน สู่ อิสลาม
    วิธีการถือศีลอดคริสต์ ขั้นตอนการถือศีลอด ฮินดู รูปเทศกาลถือศีลอด
    หลักคําสอนศาสนาคริสต์ คําสอนของศาสนาคริสต์ เป้าหมายสูงสุดของศาสนาคริสต์ เกี่ยวกับ พระเจ้า
     ผู้หญิงมุสลิม ผู้หญิงมุสลิมอินเทรน ผู้หญิงมุสลิมหาคู่ อิสลามว่าอย่างไร
     ขอดูคนเข้ารับอิสลาม คริสต์เข้ารับอิสลาม คนอเมริกาเข้ารับอิสลาม บาทหลวงเข้ารับอิสลาม
     ชายต่างศาสนิก เข้ารับอิสลาม แต่งงานกับหญิงที่เป็นมุสลิมมาแต่เดิม จะได้หรือไม่ อย่างไร
     ประวัติท่าน คอลิด บิน อัล-วะลีด ฉายา ดาบแห่งอัลเลาะฮ์
     การขลิบกับศาสนาคริสต์ ขลิบหนังหุ้มปลาย ขลิบองคชาต ขลิบ ปลาย อวัยวะ เพศ ชาย
     มุอัลลัฟ คือ? เข้ารับอิสลามแล้ว ยังจะเรียกมุอัลลัฟอีกหรือ
     
      เนื้อหาที่คุณอาจกำลังค้นหา :-
    คำค้น: นบีมูฮัมหมัด,มูฮัมหมัด
    ascript">
    20 อันดับข่าวฮ็อต์ล่าสุด
    ดูทั้งหมด   
    10 อันดับข่าวสุดฮิตอาทิตย์นี้
    ดูทั้งหมด   
    สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์
    340 ลาดพร้าว 112 วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
    โทร 0-2514-0593 แฟ็กซ์ 0-2538-4215 Email : Webmaster@muslimthaipost.com
    สารบัญเว็บไซต์ Muslimthaipost.com
    SubDomain หน้าหลัก