การล้มป่วยของท่านนบีมูฮัมหมัด

7 มิย. 60     2565

 

การล้มป่วยของท่านนบีมูฮัมหมัด

 

การล้มป่วยของท่านนบีมูฮัมหมัด

กองทัพของอุซามะฮ์    ตั้งค่ายอยู่ที่เมือง อัลญุรฟ์ติดกับเมืองมะดีนะฮ์    เพื่อเตรียมพร้อมที่จะเคลื่อนไปยังปาเลสไตน์    ยังมิทันที่จะเคลื่อนทัพออกไปข่าวการป่วยของท่านนบี(ศาสนทูต)มูฮัมหมัดก็มาถึง และเป็นการป่วยที่ดูสาหัสอย่าง  ที่บรรดาสาวกไม่เคยเห็นท่านป่วยหนักขนาดนี้มาก่อนตลอดเวลาที่พวกเขาได้รู้จักท่าน

ในสงครามครั้งนี้   ผู้คนหลายรุ่นทั้งสหายสนิทรุ่นอาวุโสและคนรุ่นใหม่ต่างก็ถูกเกณฑ์ให้เคลื่อนทัพ เราต้องตระหนักว่า ท่านนบีนั้น อยู่ในฐานะของศาสทูตของพระเจ้า และกษัตริย์จอมทัพแห่งเมือง เป็นผู้อาวุโสแก่คนรุ่นใหม่ เป็นสหายที่ร่วมเป็นร่วมตายเคียงบ่าเคียงไหล่กับสหายทั้งในสมรภูมิยามสงครามหรือความวุ่นวายด้านการเมืองและยามปกติสุข ท่านเป็นที่รักยิ่งสำหรับมุสลิมทุกรุ่นและเป็นศูนย์รวมจิตใจและเป็นศูนย์กลางทุกอย่างของบรรดาผู้คน ดังนั้นการล้มป่วยของท่านจึงนำความเป็นห่วงและหวั่นไหวมาสู่ผู้คน จนกองทัพไม่อาจเคลื่อนออกไปจากเมืองได้ ที่ผ่านมาเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพของท่าน ก็มีไม่กี่ครั้งซึ่งไม่เกี่ยวกับการรบเลยก็คือ  ในช่วงที่ท่าน ผู้คนของท่านและครอบครัวถูกกักขังอยู่ในหุบเขาบนูฮาซิมนับแรมปีที่ชาวเมืองมักกะฮ์คว่ำบาตรห้ามบุคคลภายนอกติดต่อค้าขายหรือทำกิจการช่วยเหลือใดๆต่อท่านและผู้คนในตระกูลของท่าน จนไม่มีอาหารกินแทบจะอดตายถึงขั้นเริ่มกินใบไม้ประทังชีวิตอยู่นาน อีกครั้งหนึ่งก็คือการถูกลอบวางยาพิษชนิดที่รุนแรงที่สุดจากสาวยิว เพราะความไว้ใจผู้คนและไม่ถือตัวของท่านว่าท่านอยู่ในฐานะใดซึ่งท่านทำตัวปกติเสมือนเมื่อท่านมิได้มีแผ่นดินใดอยู่ในการปกครอง สาวกของท่านบางคนกินเพียงแค่คำเดียวก็ถึงแก่ชีวิตทันที แต่ท่านคายอาหารออกมาทัน หลายคนสันนิฐานว่าพิษในครั้งนั้นมิได้หมดไปจากตัวท่าน

ตลอดเวลาท่านนั้น   เป็นผู้ทานแต่น้อยและเป็นผู้ที่ดูแลสุขภาพรักษาความสะอาดเป็นแบบอย่างเสมอ   จนผู้คนแทบจะไม่เคยเห็นท่านล้มป่วยเลย ดังนั้น   การล้มป่วยที่ดูรุนแรงครั้งนี้ของท่าน จึงมีผลให้ทุกคนหวั่นไหวเป็นอย่างยิ่ง เป็นเหตุผลเพียงพอที่มันจะทำให้กองทัพต้องชะลอการเคลื่อนทัพออกไปเพราะทุกคนต่างเป็นห่วงใย และต้องการทราบข่าวเกี่ยวกับอาการของท่าน  และต้องการจะรู้ถึงพระประสงค์ของพระเจ้าเกี่ยวท่านอย่างแท้จริง

 

เช้าวันรุ่งขึ้น ท่านนบีมูฮัมหมัดได้พบกับท่านหญิงอาอีซะฮ์ ซึ่งท่านมิได้แสดงอาการเจ็บปวดใดๆแก่เธอ ท่านหญิงอาอีซะฮ์เอามือกุมศีรษะของเธอและบ่นว่า

                  “โอ๊ย ปวดหัว”

                ในภาวะที่ท่านไม่สบายนั้นท่านก็ยังมีอารมณ์ขันหยอกล้อกับบรรดาภรรยาของท่านตามปกติ ซึ่งอาการของท่านยังไม่หนักจนถึงขั้นหยุดทำงานหรือต้องไปนอนพัก ท่านได้ตอบไปว่า

                     “แต่โอ้ อาอีซะฮ์ ฉันก็ปวดหัวเหลือเกิน”

                ท่านหญิงอาอีซะฮ์ ยังคงบ่นปวดหัวต่อไปโดยมิได้คิดว่าท่านนบีนั้นเจ็บป่วยจริงๆ จนท่านนบีพูดกับเธอว่า

                      “ก็ไม่เลวเลยนะ ถ้าเธอจะตายไปก่อนฉัน เพราะฉันจะได้ละหมาด(นมัส)ให้เธอและทำพิธีฝังศพให้เธออย่างไรล่ะ”

                ท่านหญิงอาอีซะฮ์นั้น แม้เธอจะเป็นภรรยาคนแรกที่สมรสกับท่านหลังจากที่คอดียะฮ์ภรรยาคนแรกของท่านเสียชีวิตไป และถัดจากอาอีซะฮ์ท่านก็มีภรรยาอีกหลายคนด้วยเหตุผลหลายๆอย่าง แต่ๆละคนนั้นก็มีอายุมากกว่าเธอทั้งสิ้นเป็นหญิงหม้ายทั้งหมดและบางคนก็อยู่ในวัยชรา ในวัยที่ท่านนบีอายุ63 นี้ เธอน่าจะมีอายุราว 25-26 ปี ซึ่งเป็นที่รู้กันในประวัติศาสตร์ว่าท่านนั้นใช้ชีวิตอยู่กับท่านหญิงอาอีซะฮ์เป็นส่วนใหญ่ และเธอได้รายงานวจนะเกี่ยวกับพฤติกรรมส่วนตัวของท่านนบี ที่สาวกท่านอื่นไม่ได้เห็นมากที่สุดคนหนึ่ง ด้วยวัยของเธอในเวลานั้น คำพูดนี้ของท่านทำให้เธอรู้สึกหึงหวงขึ้นมา นางจึงตอบท่านว่า

                     “ขอให้นั่นเป็นโชคดีของคนอื่นเถิด ถ้าเรื่องอย่างนั้นเกิดขึ้นแก่ดิฉัน ท่านก็ยังมีภรรยาคนอื่นๆคอยอยู่เป็นเพื่อนท่านนี่นะ”

                ท่านนบีได้แต่ยิ้มแต่ก็มิได้กล่าวสิ่งใดต่อ เนื่องจากอาการปวดมากขึ้น และเมื่ออาการทุเลาท่านก็ออกไปเยี่ยมเยือนภรรยาคนอื่นๆดังที่ท่านทำมาเสมอในยามปกติ แต่ต่อมาอาการปวดเริ่มทวีมากขึ้นจนท่านทนที่จะทำเป็นปกติอยู่ต่อไปไม่ไหว ซึ่งในตอนนั้นท่านอยู่ที่ห้องของท่านหญิงมัยมูนะฮ์ ภรรยาอีกคนหนึ่งของท่าน ท่านตัดสินใจบอกแก่สมาชิกในครอบครัวของท่านให้นำท่านไปพยาบาลที่ห้องของ อาอีซะฮ์ ภรรยาทุกคนของท่านก็เห็นด้วยเช่นนั้น

                 ท่านออกจากห้องของท่านหญิงมัยมูนะฮ์ ในสภาพที่มีผ้าพันที่ศีรษะ ท่านอาลี ผู้มีศักดิ์เป็นหลานและบุตรเขยของท่านพยุงร่างของท่านข้างหนึ่ง ท่าน อับบาส ซึ่งมีศักดิ์เป็นลุงของท่านแต่อายุเท่ากับท่านได้พยุงอีกด้านหนึ่ง พาท่านเข้าไปนอนพักยังห้องของท่านหญิงอาอีซะฮ์  แล้วอาการปวดศีรษะและไข้ได้รุมเร้าท่านอย่างหนัก


 

 

oknation.nationtv.tv