การเกิดสุริยคราสในวันที่ ลูกชายนบีมุฮัมมัดเสียชีวิต เมื่อ1400 กว่าปี

31 มค. 61     8934

การเกิดสุริยุปราคาหรือจันทรุปราคา สัญญานแห่งความยิ่งใหญ่ของอัลลอฮฺ ไม่ใช่เกิดเพราะตายของผู้ใด เมื่อพวกท่านเห็นอย่างใดอย่างหนึ่ง ก็จงละหมาดและขอดุอาต่ออัลลอฮฺจนกว่ามันจะหายไป


สุริยุปราคา ตรงกับภาษาอาหรับว่า กุสูฟ คือ การที่แสงตะวันถูกบังไปหมดหรือหายไปบางส่วนในเวลากลางวัน

จันทรุปราคา ตรงกับภาษาอาหรับว่า คุสูฟ คือ การที่แสงจันทร์หายไปหมดหรือหายไปบางส่วนในเวลากลางคืน

การเกิดสุริยคราสในวันที่ ลูกชายนบีมุฮัมมัดเสียชีวิต เมื่อ1400 กว่าปี

เมื่อ 1400 กว่าปีก่อน ได้เกิดสุริยคราสขึ้นในวันที่ท่าน อิบรอฮีม บุตรชายของท่านนบีมุฮัมมัด (ขออัลลอฮฺให้พร และความสันติแก่ท่าน) เสียชีวิตลง 

เหตุการณ์ดังกล่าวมีบันทึกในสายรายงานมากมาย หนึ่งในนั้นคือ บันทึกของอิมาม อัลบุคอรีที่มีความว่า :

จากท่านหญิงอาอิชะฮฺได้กล่าวว่า:

“เกิดสุริยคราสขึ้นในสมัยท่านศาสนทูตของอัลลอฮฺ (ขออัลลอฮฺให้พรและความสันติแก่ท่าน) ท่านได้นำละหมาดผู้คน ท่านได้ยืนละหมาดนานมาก หลังจากนั้นได้รุกูอ และกลับมายืนอีกครั้งอย่างนานแต่ไม่เท่าครั้งแรก หลังจากนั้นได้รุกูอฺอย่างยาวนานแต่ไม่เท่าครั้งแรก หลังจากนั้นท่านได้สุจูด (ก้มกราบ) อีกนานมาก และท่านได้ทำเช่นเดียวกันในร่อกะอะฮฺที่สอง เมื่อท่านละหมาดเสร็จ สุริยคราสก็หมดพอดี

และท่านได้คุตบะฮฺ (ให้ธรรมเทศนา) แก่ผู้ที่มาร่วม โดยเริ่มจากการสรรเสริญและสดุดีต่ออัลลอฮฺ และท่านได้กล่าวว่า แท้จริงดวงอาทิตย์ และดวงจันทร์ เป็นส่วนหนึ่งของสัญญาณของอัลลอฮฺมันไม่ได้ดับแสงเพราะการเสียชีวิต หรือ การเกิดของใคร หากพวกท่านเห็นมันดับท่านจงขอดุอาจากอัลลอฮฺ จงกล่าวตักบีร จงละหมาด และจงบริจาค

หลังจากนั้นท่านได้กล่าวว่า ประชาชาติแห่งมุฮัมมัดเอ๋ย ไม่มีใครจะหึงหวงมากไปกว่าอัลลอฮฺ ในการที่บ่าวชาย หรือ บ่าวสาว ของพระองค์จะไปทำซินา (ผิดประเวณี)
โอ้ประชาชาติของมุฮัมมัดเอ๋ย หากพวกคุณรู้เหมือนที่ผมรู้ คุณจะหัวเราะกันน้อยลง และจะร้องไห้กันมากขึ้น ...”

จากฮะดิษที่ยกมา หมายความว่า “สุริยคราส” และ “จันทรคราส” ไม่มีส่วนเกี่ยวช้องกับลางร้าย หรือ ลางดี และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของบุตรชายท่านนบีแต่อย่างใด
มันเป็นเพียงหนึ่งในสัญญาณที่แสดงถึงความสามารถของพระเจ้าผู้สร้างมันมา

นี่เป็นคำอธิบายที่มาจากท่านนบีผู้ไม่รู้หนังสือที่ค้านกับแทบจะทุกความเชื่อของผู้คนในยุคสมัยนั้นที่บางส่วนเชื่อว่ามันเกี่ยวกับ การเป็น การตาย ของผู้มีบุญ หรือ ลางร้าย เป็นต้น

มีรายงานจากท่านอบู มัสอูด อัล-อันศอรีย์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ว่าท่านเราะสูลุลลอฮฺศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวว่า:

«إنَّ الشَّمْسَ وَالقَمَـرَ آيَتَانِ مِنْ آيَاتِ الله يُـخَوِّفُ الله بِـهِـمَا عِبَادَهُ، وَإنَّهُـمَا لا يَنْكَسِفَانِ لِـمَوتِ أَحَدٍ مِنَ النَّاسِ، فَإذَا رَأَيْتُـمْ مِنْـهُـمَا شَيْئاً فَصَلُّوا وَادْعُوا الله حَتَّى يُكْشَفَ مَا بِكُمْ»

ความว่า “แท้จริงดวงอาทิตย์และดวงจันทร์นั้นเป็นสัญญานแห่งความยิ่งใหญ่ของอัลลอฮฺ เพื่อเป็นการเตือนสำทับบรรดาบ่าวของพระองค์ ฉะนั้นการเกิดสุริยุปราคาหรือจันทรุปราคาไม่ใช่เกิดเพราะตายของผู้ใด เมื่อพวกท่านเห็นอย่างใดอย่างหนึ่ง ก็จงละหมาดและขอดุอาต่ออัลลอฮฺจนกว่ามันจะหายไป”

(มุตตะฟะกุน อะลัยฮฺ โดยมีบันทึกในอัล-บุคอรีย์ เลขที่ : 1041 และมุสลิม เลขที่: 911 ซึ่งสำนวนนี้เป็นของมุสลิม)

ที่มา:  อิศรา โต๊ะการิม 
islamhouse.muslimthaipost.com

เป็นเพื่อน Line กับเรา