หะดีษเก๊! ผลบุญการละหมาดตะรอเวี๊ยะห์ 30 คืน ในเดือนรอมฎอน หยุดแชร์

30 พค. 60     5039

 

 

หะดีษเก๊! ผลบุญการละหมาดตะรอเวี๊ยะห์ 30 คืน ในเดือนรอมฎอน หยุดแชร์

 

ระบาดหนักทุกปี  ระบาดไม่เลิก

โกหกว่าท่านนบีพูด ทั้งๆ ที่นบีไม่ได้พูดไม่ได้สอน

หากไม่หยุดแชร์ ไม่หยุดโพสต์โทษหนัก โกหกต่อท่านนบีโดยเจตนา

หะดีษปลอม!! เรื่องผลบุญ การละหมาดตะรอเวี๊ยะห์ 30 คืน ในเดือนรอมฎอน ระบาดหนัก 

เนื่องจากมีการเผยแพร่หะดิษเมาฎูอฺ หมายถึงหะดีษเก๊ ปลอม ทุกคืนของเดือนรอมาฎอน ก่อนทำการละหมาดตะรอเวียะห์ ณ มัสยิดแห่งหนึ่งที่ผู้เขียนร่วมละหมาดตะรอเวียะห์ โดยจะมีโต๊ะครูคนหนึ่งลุกขึ้นยืนประกาศต่อหน้าผู้ทำละหมาดนับร้อย ในช่วงก่อนละหมาดตะรอเวียะห์ร็อกอะฮฺแรกของทุกคืน ในแต่ละคืนจะประกาศผลได้รับผลบุญไม่เหมือนกัน 

เช่นในคืนที่ 4 โต๊ะครูคนนี้กล่าวว่า "คืนนี้คืนที่ 4 ของเดือนรอมาฎอน ใครผู้ใดละหมาดตะรอเวียะห์พร้อมกับโต๊ะอิมาม ครบ 20 ร็อกอะฮฺ อัลลอฮฺได้สัญญาว่า เขาผู้นั้นจะได้รับผลบุญ เหมือนได้อ่านคัมภีร์เตารอต อินยีน ซาบูร และอัลกุรอาน 1 จบ แต่ต้องละหมาดครบนะ หากไม่ครบอัลลอฮจะไม่ตอบแทนผลบุญนั้นแก่เขา

ในคืนที่ 5 ก็ยืนขึ้นหันหน้ามายังผู้จะทำการละหมาดตะรอเวียะฮฺ เช่นคืนที่ผ่านมาเช่นเดียวกัน แต่แค่เปลี่ยนผลบุญที่จะได้รับ ว่า หากเขาละหมาดครบพร้อมอิมาม เขาจะได้ผลบุญเสมอเหมือนดังคนที่ได้ไปละหมาดในมัสยิดิ้ลฮารอมในนครมักกะห์ กับได้ไปละหมาด ณ มัสยิดมาดีนะห์ และเสมือนได้ไปละหมาดในมันยิดิ้ลอักซอ

 และในคืนที่ 6 ก็กล่าวเช่นนีมาเรื่อย จนผู้ที่มาละหมาดส่วนใหญ่จะละหมาดตะรอเวียะห์กันจนครบหะดิษที่โต๊ะครูคนนี้กล่าวอ้าง มีระบุไว้ในหนังสือ "ดุรรอตุลนาซีฮีน"ว่ารายงานจากซัยยิดินาอาลี บุตรของอาบีตอลิบ ร่อฎียัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า

"ท่านบีมูฮำาหมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้ถูกสาวกเรียนถามถึงศักดิ์ศรีและความสำคัญยิ่งของการละหมาดตะรอเวี๊ยะฮ์ในเดือนรอมฎอน" ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ทรงตรัสว่า "มุมินนั้นจะพ้นจากบาปเนื่องในการละหมาดตะรอเวี๊ยะ" คือ

 

หะดีษเก๊! ผลบุญการละหมาดตะรอเวี๊ยะห์ 30 คืน ในเดือนรอมฎอน หยุดแชร์

คืนที่ 1 เขาจะไม่มีบาป เสมือนวันที่มารดาคลอดเขามา

คืนที่ 2 อัลเลาะห์(ซ.บ.) จะอภัยโทษแก่เขาและบิดามารดาทั้งสองของเขา ถ้าท่านทั้งสองนั้นมีอีหม่านต่อัลเลาะห์ (ซ.บ)

คืนที่ 3 มาลาอีกัตจะประกาศจากใต้อารัชว่า เจ้าจงเริ่มทำความดีต่อไปได้ ความชั่วที่แล้วมาจะถูกลบเลือนออกหมด เจ้าจงใช้ชีวิตให้ส่วยงามต่อไป

คืนที่ 4 เขาจะได้กุศลเสมอกับ - เหมือนดังที่ได้อ่านคัมภีร์ เตารอต อินยีน ซาบูร และอัลกรุอ่าน 1 จบ

คืนที่ 5 เขาจะได้กุศลเสมอเหมือนดังคนที่ได้ไปละหมาดในมัสยิดิ้ลฮารอมในนครมักกะห์ กับได้ไปละหมาด ณ มัสยิดมาดีนะห์ และเสมือนได้ไปละหมาดในมันยิดิ้ลอักซอ ด้วย

คืนที่ 6 เขาจะได้กุศลเสมอเหมือนดังคนที่ได้ไปตอวาฟที่บัยติ้ลมะฮ์มูด (ซึ่งเป็นกิบลัตของมาลาอีกัตอยู่ตรงกับบัยตุ้ลเลาะห์) และทุกสิ่งทุกอย่างที่มีอยู่ในโลกนี้จะขออภัยโทษจากอัลเลาะห์(ซ.บ.) ให้แก่เขา

คืนที่ 7 เจาจะได้กุศลเสมอเหมือนกับเขาได้เกิดในสมัยท่านนบีมูซา และได้ร่วมในการปราบปรามฟิรอูนและ ฮามาน

คืนที่ 8 เขาจะได้กุศลเสมอเหมือนดังที่พระองค์อัลเลาะฮ์(ซ.บ.)ได้ทรงประทานให้แก่ท่านนบีอิบรอฮีม

คืนที่ 9 เขาจะได้กุศลเสมอเหมือนดังที่เขาได้สักกาะระแด่พระองค์อัลเลาะฮ์ (ซ.บ.) เท่ากับท่านนบีมูฮำหมัดที่ได้ทำมา

คืนที่ 10 อัลเลาะฮ์ (ซ.บ.)จะบันดาลให้เขาพบแต่ความดีทั้งในโลกนี้และโลกอาคีเราะฮ์

คืนที่ 11 เวลาเขาจะได้ตายจากโลกนี้ไป เขาจะจากไปเสมือนกับว่าเขาออกจากท้องมารดาแล้วก็ตาย

คืนที่ 12 เขาจะเกิดมาในวันกียามัตด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มจรัสดุจดวงจันทร์ ณ. วันเพ็ญ

คืนที่ 13 เขาจะเกิดมาในวันกียามัตด้วยกับความปลอดภัยจากความชั่วร้ายทั้งปวง

คืนที่ 14 ในวันกียามัตจะมีมาลาอีกัตมาเป็นพยานให้แก่เขา ในการที่เขามาละหมาดตะรอเวี๊ยะฮ์

คืนที่ 15 บรรดามาลาอีกัตทั้งปวงจะมาให้พรแก่เขาตลอดจนมาลาอีกัตที่กำลังแบกทูนอารัชและกุรซี ก็จะมาอวยพรแด่เขาด้วย

คืนที่ 16 เขาจะถูกบันทึกว่า เป็นผู้ที่ปลอดภัยจากนรกอเวจีคืนที่ 17 เขาจะได้กุศลเท่ากับกุศลของนบีทั้งปวงรวมกัน

คืนที่ 18 มาลาอีกัตจะประกาศชื่อของเขาว่า "แน่แท้ พระองค์อัลเลาะฮ์(ซ.บ.) ทรงพึงพระทัยจากเขาและบิดามารดาของเขา"

คืนที่ 19 อัลเลาะฮ์(ซ.บ.)จะยกฐานันดรอันสูงส่งแก่เขาในสวรรค์ชั้นฟิรเดาซ์

คืนที่ 20 เขาจะได้รับผลบุญเท่ากับไปตายในสงครามศาสนา และเท่ากับบรรดาคนที่ไม่เคยทำบาปทั้งหลายมาเลย

คืนที่ 21 อัลเลาะฮ์ (ซ.บ.) จะทรงสร้างบ้านหลังหนึ่งในสวรรค์ไว้ให้แก่เขา และบ้านนั้นเต็มไปด้วยรัศมี

คืนที่ 22 เขาจะไปปรากฎตนในวันกียามัตด้วยความปลอดภัยปราศจากทุกข์โศก

คืนที่ 23 อัลเลาะฮ์ (ซ.บ.) ได้เตรียมเมืองเมืองหนึ่งไว้ให้เขาครอง

คืนที่ 24 อัลเลาะฮ์ (ซ.บ.)จะเปิดโอกาสรับคำขอของเขา 24 ประการ

คืนที่ 25 อัลเลาะฮ์ (ซ.บ.) จะทรงยกโทษในกุโบรให้แก่เขา

คืนที่ 26 อัลเลาะฮ์ (ซ.บ.) จะทรงยกกุศลของเขาให้มีค่าสูงส่งเทียมเท่ากับทำอิบาดะฮ์ 40 ปี

คืนที่ 27 เขาจะผ่านสะพานซีรอต้อลมุสตากีม มีความไวเหมือนแสง

คืนที่ 28 อัลเลาะฮ์ (ซ.บ.) จะทรงยกฐานันดรให้แก่เขา 1,000 ขั้น

คืนที่ 29 อัลเลาะฮ์ (ซ.บ.)จะทรงประทานอานิสงค์แก่เขาอุปมาดั่งเขาไปทำฮัจยี 1,000 ครั้ง

คืนที่ 30 อัลเลาะฮ์ (ซ.บ.) จะกล่าวแก่เขาว่า "โอ้ข้าของเรา จงมารับประทานผลไม้ในสวรรค์นี้ และจงอาบน้ำจากแม่น้ำซัลซาบีล ซึ่งเป็นน้ำทิพย์ในสวรรค์ และจงดื่มน้ำอัลเกาซัร เราเป็นเจ้าของ เจ้าเป็นข้าของเรา เจ้าได้ปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าสมบูรณ์แล้ว"

หะดีษที่อ้างมาข้างต้นเป็นหะดีษเมาฎูอฺ เป็นหะดีษที่มิได้มีที่มาจากท่านรสูลุลลอฮฺเลยแม้แต่น้อย เพียงแต่มีใครก็ไม่ทราบที่อุตริแต่งหะดีษขึ้นมาเองแล้วอ้างว่าท่านนบีเป็นผู้ที่พูด , กระทำ หรือยอมรับนั่นเองอนึ่ง ข้อพิสูจน์บางประการที่จะจับผิดหะดีษข้างต้น มีดังนี้

1. ผลบุญนมาซของการนมาซสุนนะฮฺได้มากกว่าผลบุญการนมาซฟัรฺฎูเสียอีก ซึ่งผลบุญนมาซฟัรฺฎูที่มัสญิดเป็นญะมาอะฮฺได้เพียง 25 หรือ 27 เท่า ส่วนนมาซตะรอวีหฺซึ่งเป็นนมาซสุนนะฮฺได้ผลอย่างมหาศาลมากมายเหลือจะคณานับ

2. ในสำนวนที่อ้างว่าเป็นหะดีษนั้น มีคำว่า "นมาซตะรอวีหฺ" ซึ่งนัยความจริงคำว่า "ตะรอวีหฺ" เป็นชื่อที่บรรดาอุละมาอฺในยุคหลังตั้งชื่อขึ้นมาเอง โดยชื่อดังกล่าวไม่เคยถูกเรียกในสมัยของท่านนบีแม้แต่น้อย เพราะในสมัยของท่านนบีจะเรียกละหมาดในค่ำคืนของเดือนเราะมะฎอนว่า "ละหมาดกิยามุเราะมะฎอน" หรือละหมาดในเดือนเราะมะฎอน ไม่ใช่เรียกว่า "ละหมาดตะรอวีหฺ" เฉกเช่นในยุคปัจจุบัน
อยากถามว่าโต๊ะครูคนนั้น รู้หรือไม่ว่าหะดิษบทนี้เป็นหะดิษเก๋ เป็นหะดิษที่ไม่มีที่มาที่ไป เป็นหะดิษที่มีการกุขึ้นมาจากผู้ใดไม่ทราบ แต่กลับนำมาเป็นหลักฐาน นี่หรือมารฐานของผู้นำศาสนา เพียงเพื่อเป็นการกระตุ้นคนให้มาละหมาดด้วยการล่อใจผลบุญอันมหาศาล แต่กลับแลกกับการโกหกต่อท่านนบี กับชาวบ้านลูกศิษย์ผู้ตามตาดำๆเป็นร้อยๆคน ทั้งที่การโกหกต่อท่านนบีนั้นมันร้ายแรงขนาดไหน โต๊ะครูคนนั้นคงรู้อยู่เต็มอก

รายงานจากท่านมุฆีเราะฮฺ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ เล่าว่า ฉันได้ยินท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่าمَنْ كَذَبَ عَلَيَّ مُتَعَمِّدًا فَلْيَتَبَوَّأْ مَقْعَدَهُ مِنْ النَّارِ“บุคคลใดโกหกต่อฉันอย่างตั้งใจ ดังนั้นเขาจงเตรียมที่นั่งของเขาในไฟนรก”(บันทึกโดยมุสลิม : 34 อิบนุมาญะฮฺ : 30 อะหฺมัด : 585)

หรือว่าโต๊ะครูคนนั้นท่านไม่รู้ว่าหะดิษบทนี้เป็นหะดิษเก๋ คนที่มีความรู้ถึงขั้นเป็นถึงโต๊ะครูคงไม่พลั่งเพล้อที่จะกล่าวออกไปในสิ่งที่ตนไม่รู้ ไม่แน่ใจ ก่อนการตรวจสอบความถูกต้องให้ชัดเจนเสียก่อน มิเช่นนั้นจะเกิดผลเสียหายตามมาแก่ผู้ตาม ที่มีความเชื่อถือที่ผิดๆ เพราะคำสอนของโต๊ะครูคนนั้นอย่างแน่นอนอยากให้ทุกคนช่วยกันเผยแพร่ ออกไปให้มากที่สุด เพื่อป้องกันความเชื่อที่ผิดๆนี้ ลุกลามไปให้น้อยที่สุดที่จะทำได้

والله أعلم بالصواب

เขียนโดย truth islam ที่ 03:20