เดือนรอญับ มีซุนนะห์ให้ถือศีลอดหรือไม่?

20 มีค. 61     849

ประกาศจุฬาราชมนตรี วันที่ 1 ของเดือนรอยับ ฮิจเราะห์ศักราช 1439  ตรงกับวันจันทร์ที่ 19 มีนาคม 2561


เดือนรอญับ มีซุนนะห์ให้ถือศีลอดหรือไม่?

กรณีการถือศีลอดเดือนรอญับนั้น  ปวงปราชญ์มีทัศนะที่แตกต่างกัน

นักปราชญ์ฟิกห์ส่วนมาก  จากมัซฮับหะนะฟีย์ , มัซฮับมาลิกีย์ , และมัซฮับชาฟิอีย์ , และทัศนะคำกล่าวส่วนหนึ่งจากมัซฮับฮัมบาลีย์  มีทัศนะว่า  สุนัตให้ทำการถือศีลอดในเดือนรอญับทั้งเดือน 

ส่วนมัซฮับฮัมบาลีย์  มีทัศนะว่า มักโระฮ์ (อนุญาตให้กระทำได้แต่ไม่ทำดีกว่า) ในการถือศีลอดเดือนรอญับทั้งเดือนเป็นเอกเทศน์โดยไม่ถือศีลอดสุนัตเดือนอื่น ๆ   และหลักการมักโระฮ์นี้จะหมดไปตามทัศนะของพวกเขา  ด้วยการไม่ถือศีลอดหนึ่งวันหรือสองวันของเดือนรอญับหรือถือศีลอดเดือนอื่น ๆ ด้วย

จากทัศนะปวงปราชญ์มัซฮับทั้งสี่นั้น  ไม่มีมัซฮับใดที่ฮุกุ่มว่าการถือศีลอดเดือนรอญับทั้งเดือนเป็นสิ่งที่บิดอะฮ์หะรอมแต่มากสุดแค่มักโระฮ์  ดังนั้นการฮุกุ่มว่าการถือศีลอดทั้งเดือนรอญับเป็นบิดอะฮ์หะรอม  ถือว่า เป็นการกำหนดฮุกุ่มศาสนาขึ้นเองโดยไม่มีหลักฐานอัลกุรอานและซุนนะฮ์มาระบุ

หลักฐานของทัศนะนักปราชญ์ส่วนมาก  ดังนี้

1.  ท่านอัลหาฟิซฺ  อิบนุ  หะญัร  อัลฮัยตะมีย์  กล่าวไว้ในหนังสือ อัลฟะตาวา อัลฟิกฮียะฮ์ อัลก๊อบรอ  ของท่านว่า "ท่านได้มีความเห็นสอดคล้องกับฟัตวาของท่าน อิมาม อิซซุดดีน บิน อับดุสสลาม  คือท่านได้ถูกถามเกี่ยวกับหลักการที่ถ่ายทอดจากนักหะดิษบางส่วนที่ห้ามการถือศีลอดเดือนรอญับและให้ความสำคัญกับเดือนร่อญับ  ว่า  ใช้ได้หรือไม่?

ในการบนบานว่า จะถือศีลอดตลอดทั้งเดือนร่อญับ  ท่านอิมามอิซซุดดีน บิน อับดุสสลาม  ตอบว่า  การบนบานถือศีลอดของเขานั้นถือว่าใช้ได้  อีกทั้งยังเป็นการสร้างความใกล้ชิดต่ออัลเลาะฮ์ตาอาลา  และบุคคลที่ห้ามจากการถือศีลอดของเขานั้น  ถือว่าโง่เขลาจากหลักฐานฮุกุ่มต่าง ๆ ของศาสนา  และการถือศีลอดของเขาจะถูกห้ามได้อย่างไร  ในเมื่อบรรดานักปราชญ์ได้บันทึกหลักการของชะรีอะฮ์ไว้แล้วโดยไม่มีนักปราชญ์คนใดนำการถือศีลอดของเขา (ผู้ที่บนบานถือศีลอดในเดือนรอญับ)  เข้าไปอยู่ภายใต้หลักการที่มักโระฮ์ 

แต่ในทางตรงกันข้าม  การถือศีลอดของเขากลับเป็นการสร้างความใกล้ชิดต่ออัลเลาะฮ์ตาอาลา  เพราะมีบรรดาหะดิษซอฮิห์ได้ส่งเสริมให้ทำการถือศีลอด  เช่น ท่านร่อซูลุลเลาะฮ์  ซ๊อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า :

"อัลเลาะฮ์ทรงตรัสว่า  ทุกการปฏิบัติอะมัลของลูกหลานอาดัมนั้นมีให้สำหรับเขา นอกจากการถือศีลอด (ที่มีให้สำหรับฉัน)"  และคำกล่าวของท่านร่อซูลุลเลาะฮ์ ซ๊อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมความว่า "กลิ่นปากของผู้ถือศีลอดนั้น ย่อมหอม  ณ ที่อัลเลาะฮ์  ยิ่งกว่ากลิ่นชะมดเชียง"  และคำกล่าวของท่านร่อซูลุลเลาะฮ์  ซ๊อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลม  ความว่า "การถือศีลอดที่ดีเลิศคือการถือศีลอดของพี่น้องของฉัน คือดาวูด  ซึ่งเขาได้ถือศีลอดหนึ่งและไม่ถือศีลอดหนึ่งวัน(คือถือศีลอดวันเว้นวัน)"  และการถือศีลอดของท่านนบีดาวูดนั้นไม่ถูกจำกัดยกเว้นในเดือนรอญับด้วย"  ดู  เล่ม 2 หน้า 53 

ท่านอัชเชากานีย์  กล่าวว่า "แท้จริงได้มีหะดิษที่บ่งชี้ถึงบทบัญญัติการถือศีลอดของเขาตามนัยยะที่ครอบคลุมและเจาะจง  สำหรับหะดิษที่มีความหมายครอบคลุมคือบรรดาหะดิษที่ส่งเสริมในการถือศีลอดในบรรดาเดือนอัลฮุรุม (หมายถึงเดือนที่ต้องห้ามจากการทำสงครามคือเดือน ร่อญับ , ซุลเกาะอฺดะฮ์ , ซุลฮิจญะฮ์ , และอัลมุฮัรร๊อม) และการส่งเสริมถือศีลอดบรรดาเดือนอัลฮุรุมนั้น เป็นมติของปวงปราชญ์ และเช่นเดียวกันกับสิ่งดังกล่าว คือมีบรรดาหะดิษที่ได้วางบทบัญญัติในเรื่องการถือศีลอดในรูปแบบกว้าง"  ดู  นัยลุลเอาฏ๊อร เล่ม 4 หน้า 291

เดือนรอญับ มีซุนนะห์ให้ถือศีลอดหรือไม่? 

2. อบูดาวูด ได้รายงานจาก มุญีบะฮ์ อัลบาฮิลียะฮ์  จากบิดาหรือน้าชายของนาง ว่า "เขาได้เคยไปหาท่านนบี ซ๊อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม หลังจากนั้นหนึ่งปีเขาได้เดินทางไปหาท่านนบี  โดยสภาพร่างกายของเขาเปลี่ยนไป  ดังนั้น เขากล่าวว่า  โอ้  ท่านร่อซูลัลลอฮ์  ท่านไม่รู้จักฉันดอกหรือ ?  ท่านร่อซูลุลเลาะฮ์ กล่าวว่า  ท่านเป็นใคร?  เขาตอบว่า  ฉันคือ อัลบาฮิลีย์  ที่เคยมาหาท่านในช่วงปีแรก  ท่านร่อซูลุลเลาะฮ์กล่าวว่า  อะไรทำให้(ร่างกายของ)ท่านเปลี่ยนไป  ทั้งที่ท่านมีบุคคิกงดงาม  เขาตอบว่า  ตั้งแต่ฉันจากท่านไป  ฉันไม่รับประทานอาหารเลยนอกจากตอนกลางคืนเท่านั้น  ดังนั้น  ท่านร่อซูลุลเลาะฮ์ ซ๊อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า  เหตุใดท่านจึงทรมานตนเอง  หลังจากนั้นท่านร่อซุลเลาะฮ์ กล่าวว่า  ท่านจงถือศีลอดในเดือนแห่งความอดทนซิ (คือเดือนรอมะฏอน) และหนึ่งวันของทุก ๆ เดือน  เขากล่าวว่า  ท่านจงเพิ่มให้แก่ฉันเถิดเพราะฉันยังมีกำลัง  ท่านร่อซูลุลเลาะฮ์กล่าวว่า  ท่านจงถือศีลอดสองวัน(ของทุก ๆ เดือน) เขากล่าวว่า  ท่านจงเพิ่มแก่ฉันเถิด  ท่านนบีกล่าวว่า  ท่านจงถือศีลอดสามวันซิ  เขากล่าวว่า  ท่านจงเพิ่มแก่ฉันเถิด  ท่านร่อซูลุลเลาะฮ์  จึงกล่าวว่า  ท่านจงถือศีลอดเดือนอัลฮุรุม (คือเดือน ร่อญับ , ซุลเกาะอฺดะฮ์ , ซุลฮิจญะฮ์ , และอัลมุฮัรร๊อม) และท่านจงละเว้น(การถือศีลอด)  แล้วก็จงถือศีลอดจากเดือนอัลฮุรุมต่อ  และท่านจงว่างเว้น(การถือศีลอด)  แล้วท่านจงถือศีลอดจากเดือนอัลฮุรุมต่อไป และท่านจงว่างเว้น(การถือศีลอด) และท่านนบีก็ได้ยกนิ้วทั้งสามให้ติดกันหลังจากนั้นท่านก็ปล่อย" ดู เล่ม 2 หน้า 322

ท่านอิบนุมาญะฮ์  ได้รายงานจาก อบีมุญีบะฮ์ อัลบาฮิลี  จากบิดาหรือน้าของเขา ความว่า :   "ฉันได้ไปหาท่านร่อซูลุลเลาะฮ์  ซ๊อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม  แล้วฉันกล่าวว่า  โอ้  ศาสนทูตของอัลเลาะฮ์   ฉันคือบุรุษที่เคยมาหาท่านในปีแรก  ท่านนบีจึงกล่าวว่า  อะไรที่ทำให้ฉันเห็นว่าท่านมีร่างกายซูบผอมไป  ฉันตอบว่า  โอ้  ท่านร่อซูลุลเลาะฮ์  ฉันไม่เคยรับประทานอาหารในตอนกลางวันเลย  นอกจากฉันจะรับประทานในตอนกลางคืน  ท่านนบีได้กล่าวว่า  ใครที่ใช้ให้ท่านทรมารตัวเอง  ฉันกล่าวว่า  โอ้ท่านร่อซูลัลลอฮ์  แท้จริงฉันมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง  ท่านนบีกล่าวว่า  ท่านจงถือศีลอดในเดือนแห่งความอดทน (เดือนร่อมะฏอน)ซิ และถือศีลอดอีกหนึ่งวันหลังจากนั้น  ฉันกล่าวว่า  แท้จริงฉันยังมีพละกำลัง  ท่านนบีกล่าวว่า ท่านจงถือศีลอดในเดือนแห่งความอดทนและถือศีลอดสองวันหลังจากนั้นซิ  ฉันกล่าวว่า  แท้จริงฉันยังมีพละกำลังอยู่  ท่านนบีกล่าวว่า  ท่านจงถือศีลอดในเดือนแห่งความอดทนและสามวันหลังจากนั้นซิ  และท่านจงถือศีลอดในบรรดาเดือนอัลฮุรุม (ที่ต้องห้ามจากการทำสงครามคือเดือน ร่อญับ , ซุลเกาะอฺดะฮ์ , ซุลฮิจญะฮ์ , และอัลมุฮัรร๊อม)"  ดู  เล่ม 1 หน้า 554  

ท่านอิมามอันนะวาวีย์ กล่าวว่า :   "คำกล่าวของท่านนบี ซ๊อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ที่ว่า "ท่านจงถือศีลอดจากบรรดาเดือนอัลฮุรุมและท่านจงละเว้น" คือท่านร่อซูลุลเลาะฮ์ได้ใช้ให้เขาทิ้งการถือศีลอด(หลังจากได้ถือจากเดือนอัลฮุรุมแล้ว) เพราะจะเป็นความลำบากบนเขาที่ทำการถือศีลอดมาก ๆ เสมือนที่ได้กล่าวไว้ในส่วนแรกของอัลหะดิษ  แต่สำหรับผู้ที่ไม่มีความลำบากบนเขานั้น  ถือว่าการถือศีลอดตลอดทั้งเดือนอัลฮุรุมย่อมเป็นความดีงาม" ดู  อัลมัจญ์มั๊วะ เล่ม 6 หน้า 439

ท่านชัยคุลอิสลาม ซะการียา อัลอันซอรีย์  กล่าวว่า :  "การใช้ให้ผู้ร่วมสนทนา(คืออัลบาฮิลีย์) ทำการละเว้นการถือศีลอดนั้น เพราะว่าการถือศีลอดมาก ๆ จะทำให้มีความลำบากบนเขาเสมือนที่หะดิษได้บอกไว้อย่างชัดเจน  สำหรับผู้ที่ไม่มีความลำบากบนเขานั้น  การถือศีลอดตลอดเดือนอัลฮุรุม ย่อมเป็นความดีงามสำหรับเขา"  ดู  หนังสืออัสนัลมะฏอลิบ เล่ม 1 หน้า 433

ท่านอิบนุหะญัร กล่าวว่า :  "บรรดาปวงปราชญ์กล่าวว่า  การที่ท่านนบีใช้ให้ว่างเว้นการถือศีลอดนั้น  เพราะการถือศีลอดมาก ๆ จะทำให้เกิดความลำบากบนเขา เสมือนที่ได้กล่าวไว้ในหะดิษแรก  สำหรับผู้ที่ไม่มีความลำบากบนเขานั้น  การถือศีลอดตลอดเดือนอัลฮุรุม  ย่อมเป็นความประเสริฐ  ดังนั้น  ท่านจงพิจารณาการสั่งใช้ของท่านร่อซูลุลเลาะฮ์ ซ๊อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ให้ทำการถือศีลอดในบรรดาเดือนอัลฮุรุมในหะดิษสายรายงานแรก  และได้ใช้ให้ถือศีลอดในเดือนอัลฮุรุมในหะดิษสายรายงานที่สอง  ท่านจะพบว่าหะดิษได้ระบุถึงการใช้ให้ทำการถือศีลอดในเดือนรอญับหรือถือศีลอดจากส่วนหนึ่งของเดือนรอญับ  เพราะเดือนรอญับนั้นเป็นส่วนหนึ่งของเดือนอัลฮุรุม ยิ่งกว่านั้น ยังเป็นเดือนที่มีความประเสริฐยิ่ง"(รองจากเดือนอัลมุฮัรร๊อม) ดู  อัลฟะตาวา อัลฟิกฮียะฮ์  อัลก๊อบรอ  เล่ม 2 หน้า 53

ดังนั้น  หลักฐานหะดิษเหล่านี้จึงเพียงพอแล้วสำหรับผู้ปราถนาที่จะทำความดีงามในการถือศีลอดเดือนร่อญับ
 

 
สำหรับการถือศีลอดในเดือนชะอฺบาน

ท่านอัตติรมีซีย์  ได้รายงานจากอบูฮุรอยเราะฮ์  ร่อฏิยัลลอฮุอันฮุ  ว่าท่านร่อซูลุลเลาะฮ์  ซ๊อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า 

"เมื่อเข้าสู่ครึ่งที่สองของเดือนชะอฺบาน  ท่านทั้งหลายอย่าถือศีลอด"  ดู หะดิษที่  738  ท่านอัตติรมีซีย์กล่าวว่า หะดิษนี้ซอฮิห์

ท่านอิบนุมาญะฮ์  รายงานว่า

"เมื่อถึงครึ่งหนึ่งของเดือนชะอฺบานแล้ว  จะไม่มีการถือศีลอด  จนกว่าจะเข้าสู่รอมะฏอน" ดู หะดิษที่ 1651 

แต่จะไม่ห้ามการถือศีลอดในวันที่สงสัย (ว่าเข้าเดือนรอมะฏอนแล้วหรือยัง) และไม่ห้ามการถือศีลอดในครึ่งที่สองของเดือนชะอฺบาน  เมื่อมันไปตรงกับวันที่ผู้ถือศีลอดได้ปฏิบัติอยู่เป็นประจำ  หรือเขาได้ถือศีลอดต่อเนื่องกันมาจนเข้าสู่ครึ่งที่สองของเดือนชะอฺบาน

ท่านอบูฮุรอยเราะฮ์  รายงานจากท่าน ร่อซูลุลเลาะฮ์  ซ๊อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมความว่า 

"ท่านทั้งหลายอย่าถือศีลอดก่อนเข้าสู่รอมะฏอนหนึ่งวันหรือสองวัน  นอกจากผู้ที่ได้ถือศีลอดเป็นประจำ  ก็ให้เขาถือศีลอดเถิด"  รายงานโดย บุคอรีและมุสลิม   

สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์
www.sunnahstudent.com

เป็นเพื่อน Line กับเรา