เพิ่มผลบุญในเดือนเชาวาล (บวช 6)

13 มิย. 61     1647

เพิ่มผลบุญในเดือนเชาวาล (บวช 6)

รอมฎอนเพิ่งจากเราไป แต่กลิ่นอายความเมตตาจากพระองค์อัลลอฮฺ(ซบ.) ยังคงไม่จางหาย เราสามารถทำความดีปฏิบัติอามั้ลอิบาดะห์เก็บเกี่ยวผลบุญได้ทุกวัน ไม่เฉพาะเดือนรอมฎอน แท้จริงแล้วอัลลอฮฺคือผู้ทรงเมตตาเสมอ

เมื่อสิ้นสุดเดือนรอมฎอนก็ยังมีภารกิจที่ส่งเสริมให้ทำเพื่อเสริมสร้างให้ภารกิจหลักในการถือศีลอดรอมฎอนนั้นเพิ่มทวีผลบุญมากยิ่งขึ้น ท่านศาสนทูตมูฮัมหมัด(ซ.ล.) เคยกล่าวว่า

“ผู้ใดถือศีลอดเดือนรอมฎอนแล้วถือศีลอดติดตามอีก 6 วันของเดือนเชาวาล เสมือนกับว่าเขาถือศีลอดตลอดปี”

เดือนเชาวาลเป็นเดือนถัดจากรอมฎอน “เชาวาล” หมายความว่า เพิ่มพูล เนื่องจากว่ามันคือเดือนแห่งการเพิ่มพูลซึ่งอามั้ลต่างๆ ของเดือนรอมฎอนด้วยการถือศีลอดต่ออีก 6 วันในเดือนนี้
การถือศีลอดเชาวาลเป็นช่วงสั้นๆ บ้านเรามักเรียกติดปากว่า “บวชหก” และไม่จำเป็นต้องถือติดต่อกันทุกวันก็ได้ เพียงแต่ที่นิยมถือติดต่อกันเพราะว่ากระเพาะเคยชินครั้นตั้งแต่รอมฎอนนัยว่าอิงเรื่องสุขภาพไปด้วย ดังที่ท่านศาสดา (ซ.ล) ไม่ได้ระบุว่าการถือศีลอด 6 วันในเดือนเซาวาลนี้จะต้องทำอย่างต่อเนื่อง หรือว่าสลับกันด้วยเหตุดังกล่าวการถือศีลอด 6 วัน ดังปรากฎอยู่ในหะดิษบทนี้จึงสามารถทำได้ทั้งอย่างต่อเนื่องติดต่อกัน 6 วันหรือสลับๆกันไปจนครบ 6 วัน

ส่วนกรณีของผู้ที่ถือศีลอดรอมฎอนยังไม่ครบ ตามหลักการให้ถือศีลอดใช้ให้ครบเสียก่อนที่จะถือบวชหก และหากใครไม่บวชหกก็ไม่ถือว่าผิดบาปเพราะเป็นเรื่องสมัครใจ เพียงแต่เสียดายผลตอบแทนที่จะได้รับ เพราะสวนสวรรค์ของพระองค์มิใช่ง่ายๆ ที่ทุกคนจะได้รับเพียงแต่ต้องแลกด้วยกับความอุสาหะพากเพียร เพื่อเข้าใกล้อัลลอฮฺ (ซบ.)

นอกจากนี้ พระเมตตาของพระองค์ยังไม่สิ้นสุด ยังมีข้อผ่อนผันสำหรับมนุษย์ผู้อ่อนแอ อาทิ คนป่วยไข้ คนเดินทาง ในบางกรณีที่ยกตัวอย่างไปนั้นก็ให้ถือศีลอดใช้ให้ครบ ชายหรือหญิงชราเมื่อทั้งสองไม่สามารถจะถือศีลอดได้ และโรคที่เป็นไม่สามารถหายขาดได้เลย เช่นเดียวกับหญิงตั้งครรภ์และหญิงให้นมลูก หากเธอเกรงกลัวว่าจะเกิดโทษแก่ตัวเองหรือเด็กในครรภ์แล้ว ก็ให้จ่ายอาหารแก่คนยากจนขัดสนแทนทุกวันครบเดือนรอมฎอน ทั้งนี้ ก็ไม่ใช่หลบเลี่ยงไม่ทดลองถือศีลอดก่อน เพราะบางทีร่างกายที่เราคิดว่าอดข้าวอดน้ำไม่ไหว อัลลอฮฺจะทรงประทานความช่วยเหลือให้ถือศีลอดตลอดเดือนก็เป็นได้ นี่แหละ! ความกรุณาปรานีต่อบ่าวของพระองค์เสมอ

ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก  www.thaimuslim.com

เป็นเพื่อน Line กับเรา