การละหมาดวันศุกร์ (ความสำคัญ - ผลบุญ)

23 เมย. 55     120330

ละหมาดยุมอะฮฺ (วันศุกร์)

          ก่อนที่ผู้เขียนจะบอกกฎเกณฑ์และวิธีการละหมาดยุมอะฮฺ ผู้เขียนขอกล่าวถึงความสำคัญของวันศุกร์ ให้ผู้อ่านได้ทราบก่อน พอเป็นสังเขป ตามที่ผู้เขียนพอจะรู้

การละหมาดวันศุกร์  (ความสำคัญ - ผลบุญ)

 

          วันศุกร์เป็นประมุขของวัน ยิ่งใหญ่กว่าวันอีดิลนะฮ์ริและอีดิลฟิตริเสียอีก เพราะอัลลอฮฺได้สร้างนบีอาดัม ท่านนบีอาดัมถูกขับจากสวรรค์สู่พื้นดิน ท่านนบีอาดัมมรณภาพ ในวันนั้น และในวันศุกร์ ปรภพจะอุบัติขึ้น  ดังอัลหะดิษได้กล่าวไว้ ความว่า

"ประมุขแห่งวันทั้งหลาย ณ อัลลอฮฺ คือ วันศุกร์ 
ซึ่งยิ่งใหญ่กว่าวันอีดิลนะฮ์ริ และอีดิลฟิตริเสียอีก
ในวันศุกร์นั้นมี (ความประเสริฐกว่า) ห้าประการ
คือ อัลลอฮฺสร้างนบีอาดัมในวันนั้น
ท่านนบีอาดัมถูกขับจากสวรรค์
สู่พื้นดิน ก็วันนั้น ท่านนบีอาดัมมรณภาพวันนั้น
และในวันศุกร์มีชั่วโมงหนึ่ง ซึ่งไม่ว่าข้าทาสคนใด
จะขอต่ออัลลอฮฺสิ่งใดๆ ก็ตาม
นอกจากอัลลอฮฺจักทรงประทานแก่เขา
ตามที่เขาขอเสมอ ทั้งนี้ ตราบที่เขาไม่ขอสิ่งที่เป็นบาป
หรือ ในการตัดไมตรี  วันศุกร์ เป็นวันที่ปรภพจะอุบัติขึ้น
ไม่ว่าจะเป็นมลาอิกะฮฺ ผู้ใกล้ชิด(ต่ออัลลอฮฺ) ไม่ว่าชั้นฟ้า
ไม่ว่าแผ่นดิน ไม่ว่าลม ไม่ว่าภูเขา ไม่ว่าก้อนหิน
นอกจากว่าทุกๆ สิ่งเหล่านั้น มีความฝักใฝ่ในวันศุกร์ทั้งสิ้น"
รายงานโดย อัชชาฟีอีย์, อะหมัด, บุคอรีย์ จาก สะอีด บินอุบาดะฮฺ

"ศุกร์หนึ่งถึงศุกร์หนึ่งนั้น
เป็นสิ่งนิรโทษ (แก่ผู้กระทำละหมาดวันศุกร์)
ในช่วงเวลาระหว่างมันทั้งสอง
ทั้งนี้ ตราบเท่าที่ไม่มีการทำบาปใหญ่ๆ"
รายงานโดย อิบนุมายะฮฺ จาก อะบีฮุรอยเราะฮฺ

" การละหมาดวันศุกร์ เป็นการบังคับแก่ผู้ที่ได้ยินเสียงอะซาน"
รายงานโดย อิบนิมายะฮฺ จาก อิบนิอุมัร

" การละหมาดวันศุกร์ เป็นหน้าที่อันจำเป็นแก่บุคคลที่เวลากลางคืน
ทำให้เขากลับสู่ครอบครัวของเขาทัน"
(คือเขาสามารถเดินทางกลับสู่ครอบครัวของเขาโดยไม่ทันค่ำ)
รายงานโดย อัตติรมีซีย์ จาก อะบีฮุรอยเราะฮฺ

"หน้าที่ที่อัลลอฮฺบังคับแก่ทุกคนที่เป็นมุสลิม
คือ เขาจะต้องอาบน้ำทุกๆ เจ็ดวัน ซึ่งมีอยู่วันหนึ่งที่เขาต้องล้างศีรษะและร่างกายของเขา
(ทั้งหมด วันนั้น คือ วันศุกร์)"
รายงานโดย อัลบุคอรีย์ มุสลิม จาก อะบีฮุรอยเราะฮฺ

"เป็นหน้าที่ของผู้ (อยู่ในวัย) ฝันทุกคน ต้องไปวันศุกร์
และเป็นหน้าที่ของผู้ไปวันศุกร์ทุกคน ต้องอาบน้ำ"
รายงานโดย อะบูดาวุด จาก ฮับเซาะฮฺ

"เป็นหน้าที่ของบุรุษมุสลิมทุกคน ในทุก ๆ เจ็ดวัน
จะต้องมีการอาบน้ำหนึ่งวัน นั่นคือ วันศุกร์"
รายงานโดย อะหมัด และท่านอื่นๆ จาก ยาบิร

"แท้จริงการอาบน้ำในวันศุกร์
จะทำให้ความผิดต่างๆ ไหลออกจากโคนผมอย่างแท้จริง"
รายงานโดย อัตตอบะรอนีย์ จาก อะบีอุมามะฮฺ

"แท้จริงในวันศุกร์มีอยู่ชั่วโมงหนึ่ง ไม่ว่าบ่าวมุสลิมคนใด
ได้ประจวบกับมันเข้าพอดี โดยขณะนั้นเขากำลังยืนทำละหมาด
ด้วยการวอนขอสิ่งดีงามต่ออัลลอฮฺในชั่วโมงนั้น
นอกจากว่าพระองค์จะทรงประทานสิ่งนั้นแก่เขาอย่างแน่นอน"
รายงานโดย มาลิก จาก อะบีฮุรอยเราะฮ

"วันที่ดีที่สุดที่ตะวันได้ขึ้น คือ วันศุกร์
ในวันนั้นนบีอาดัมได้ถูกสร้าง ในวันนั้นนบีอาดัมถูกขับ (จากสวรรค์)
ในวันนั้นเขาได้รับการเตาบะฮฺตัว (จากอัลลอฮฺ)
ในวันนั้นเขาถูกเก็บตัว (เสียชีวิต) และในวันศุกร์ ปรภพจะอุบัติขึ้น
ไม่ว่าสัตว์ใดในหน้าแผ่นดินนี้ นอกจากเมื่อถึงวันศุกร์
จะเงียบสดับฟังจนกว่าตะวันขึ้น
เพราะความกลัวว่าวันปรภพจะอุบัติขึ้น
ยกเว้นมนุษย์เท่านั้น (ที่ไม่ได้ทำและไม่รู้สึกเช่นนั้น)
และในวันศุกร์มีอยู่ช่วงหนึ่ง ไม่ว่าบ่าวมุสลิมคนใดก็ตาม
ที่ประจวบกับมัน โดยที่เขากำลังทำละหมาดอยู่
เขาขอต่ออัลลอฮฺแก่สิ่งใดสิ่งหนึ่ง
นอกจากอัลลอฮฺจะประทานสิ่งนั้นแก่เขาอย่างแน่นอน"
รายงานโดย มาลิก และท่านอื่นๆ จาก อะบีฮุรอยเราะฮฺ

"คุตบะฮฺทุกคุตบะฮฺที่ไม่มีการปฏิญาณตน
มันเป็นประหนึ่งมือด้วนนั่นเอง"
รายงานโดย อะบูดาวุด จาก อะบีฮุรอยเราะฮฺ

"ไม่มีละหมาดใดๆ จากบรรดาละหมาดทั้งหลาย
ที่จะได้ผลเลิศกว่าการละหมาดซุบฮิในวันศุกร์
โดยทำรวมกันเป็นคณะ
และฉันไม่คิดว่าใครในหมู่พวกท่านได้มาสู่ละหมาดนั้น
นอกจากเขาจะต้องได้รับการอภัยอย่างแน่นอน"
รายงานโดย อัลฮากิม, อัตตอบะรอนีย์

"ผู้ใดมาวันศุกร์ โดยในขณะนั้นอีหม่ามกำลังแสดงธรรมกถา
แน่นอนวันศุกร์นั้นจะเป็นซุฮุรสำหรับเขา"
(ไม่ถือว่าเป็นละหมาดวันศุกร์ที่สมบูรณ์)
รายงานโดย อิบนุอะซากิร จาก อัมริบนิลอ๊าศ

"บุคคลใดทิ้งสามวันศุกร์ โดยไม่มีเหตุสุดวิสัย
เขาจะถูกบันทึกไว้ให้เป็นหนึ่งจากบรรดาพวกตลบแตลง"
รายงานโดย อัตตอบะรอนีย์ จาก อุซามะฮฺ บินซัยต์

การละหมาดวันศุกร์

การละหมาดวันศุกร์ เป็นฟัรดูที่จำเป็นเฉพาะผู้ชายมุสลิมทุกคนที่เป็นอิสระ ไม่ใช่ทาส ซึ่งบรรลุนิติภาวะพร้อมทั้งมัสติสัมปชัญญะรู้สึกรับผิดชอบ ซึ่งไม่มี กรอุปสรรคจำเป็นใดๆมาขัดขวาง เช่น การป่วยไข้ ฯลฯ การละหมาดวันศุกร์ เป็นการละหมาด บัร ยะ มา อะห์ (ละหมาดรวม) มี 2 ร่อกะอั๊ต โดยถือเอาสองคุตบะห์แทนสองร่อกะอั๊ต กำหนดเวลาละหมาดวันศุกร์ นับแต่เวลา พระอาทิตย์คล้อย จนถึงเงาของสิ่งหนึ่งเท่าตัวของมัน สุนัตให้อ่าน อุซ็อลลีดังนี้

การละหมาดวันศุกร์  (ความสำคัญ - ผลบุญ)

อ่านว่า " อุซ็อลลี ฟัรด็อลญุมุอะติ ร๊อกอะไตนิ มะอ์มูมันลิ้ลลาฮิตะอาลา "

ต้องนึกในใจว่า ข้าพเจ้าละหมาดฟัรดูญุมอะห์ 2 ร่อกะอั๊ต เป็นมะอ์มูมเพื่ออัลเลาะฮ์ตะอาลา

 

 การละหมาดของคนที่เดินทางไกล

การละหมาดของผู้ที่เดินทางไกลนั้นมีบทบัญญัติให้ได้รับการผ่อนผันโดยลดจำนวนร่อกะอัต ของการละหมาดฟัรดูประจำวันชนิดที่มี 4 ร่อกะอัตลดลงเหลือ 2 ร่อกะอัต เราเรียกการละหมาดชนิดนี้ว่า “ ละหมาดก้อซ้อร์” (ละหมาดลดจำนวน) ส่วนละหมาดชนิดที่มีเพียง 3 หรือ 2 ร่อกะอัต จะละหมาดก้อซ้อร ไม่ได้

ผู้เดินทางไกลนอกจากได้รับการลดจำนวนรอกะอัตในละหมาดแล้วยังได้รับการผ่อนผันให้รวมละหมาดฟัรดู 2 เวลาที่ใกล้เคียงกันเอาไว้ในเวลาเดียวกันได้อีกด้วย เราเรียกว่าการละหมาดญะมาอะห์ (ละหมาดรวม)

>> 1. การละหมาดก้อซ้อร์

ผู้เดินทางที่จะละหมาดก้อซอร์ได้นั้น จะต้องมีเงื่อนไขหลายประการดังนี้

  1. การเดินทางไกลนี้ จะต้องเป็นการเดินทางที่มีวัตถุประสงค์ไม่ผิดศาสนบัญญัติ เช่น ไม่ใช่เดินทางเพื่อไปลักทรัพย์ของผู้อื่นฯลฯ
  2. ต้องเป็นการเดินทางไกล บางท่านว่าต้องมีระยะไม่น้อยกว่า 80 หรือ 90 กิโลเมตร
  3. การลดจำนวนร่อกะอัต (ก้อซ้อร์) นี้จะทำได้เฉพาะการละหมาดที่มี 4 ร่อกะอัต เท่านั้น
  4. การเนียตละหมาดก้อซอร์ ให้เนียตในขณะกล่าวตักบีร เริ่มละหมาด
  5. ห้ามละหมาดก้อซ้อร์โดยเป็นมะมูมของอีมามที่ไม่ได้ละหมาดก้อซ้อร์

การทำละหมาดก้อซ้อร์ ควรทำพร้อมกันไปกับการทำละหมาดญะเมาะอด้วย

>> 2. การละหมาดญะเมาะอ (ละหมาดรวม)

การละหมาดญะเมาะอ์ ซึ่งคนเดินทางไกลได้รับการผ่อนผันให้รวมเอาการละหมาดฟัรดู 2 เวลาเข้าด้วยกันนั้น อนุญาตให้รวมได้ 2 ชนิดคือ

รวมในเวลาแรก เรียกว่า ญะเมาะอ์ ตักดีม

รวมในเวลาหลัง เรียกว่า ญะเมาะอ์ ตะอ์คีร

แต่มีเงื่อนไขว่าละหมาดที่จะรวมกันได้นั้น คือละหมาดดุฮ์รีร่วมกับอัสริ และมักริบรวมกับอิซาเท่านั้น จะรวมกันโดยวิธีอื่นไม่ได้

>> 2.1 ญะเมาะฮ์ตั๊กดีม (การรวมในเวลาแรก)

มีเงื่อนไขดังนี้

  1. ต้องเนียตว่าเอาละหมาดอัสริมารวมกับดุฮริ หรือเอาอิซามารวมกับมักริบ
  2. ต้องละหมาดดุฮ์ริก่อนอัสริในเวลาดุฮ์ริ หรือละหมาดมักริบก่อนอิซาในเวลามักริบ
  3. การต้องละหมาดที่รวมกันระหว่างละหมาดแรกกับละหมาดหลัง อย่าให้ทิ้งห่างกันนานนัก
  4. กาเดินทางไกลต้องยังไม่ถึงจุดหมายก่อนที่จะตักบีร ละหมาดหลัง

วิธีละหมาดกอซ้อรและญะเมาะอ์ตั๊กดีมโดยอัสริรวมกับดุฮ์ริ

1. เมื่อถึงเวลาละหมาดดุฮ์ริ ให้ละหมาดดุฮ์ริ 2 ร่อกะอัต โดยเนียตว่า

การละหมาดวันศุกร์  (ความสำคัญ - ผลบุญ)

อ่านว่า " อุซ้อลลีฟัรด๊อลดุฮ์ริ ร๊อกอะไตนี่ ก๊อซรอน มัจญ์ มูอันอิลั้ลอัสรี่ อะดาอัน ลิ้ลลาฮี่ตะอาลา "

ข้าพเจ้าละหมาดฟัรดูดุฮ์ริ 2 ร่อกะอัตโดยก้อซ้อรมารวมกับอัสริ ในเวลาเพื่ออัลเลาะห์ตะอาลา

เมื่อละหมาดเสร็จและให้สลามแล้วจึงควรลุกขึ้นละหมาดอัสริต่อไปโดยเนียตว่า

การละหมาดวันศุกร์  (ความสำคัญ - ผลบุญ)

อ่านว่า " อุซ้อลลี ฟัรด็อลอัสริ ร๊อกอะไตนี่ ก็อซรอน มัจญ์ มูอันอิลัดดุฮ์ริ อะดาอัน ลิ้ลลาฮี่ตะอาลา "

ข้าพเจ้าละหมาดฟัรดูอัสริ 2 ร่อกะอัต โดยก้อซ้อรไมรวมกับดุฮ์ริ ในเวลา เพื่ออัลเลาะห์ตะอาลา

ส่วนการละหมาดอิซารวมกับละหมาดมักริบในเวลามักริบนั้นก็ใช้วิธีเดียวกัน เพียงแต่เปลี่ยนการเนียตว่า ละหมาดมักริบโดยก้อซ้อร์ รวมกับอิซาแล้วละหมา 3 ร่อกะอัต จึงให้สลาม แล้วจึงเนียตละหมาดอิซา โดยก้อซ้อรรวมกับมักริบ แล้วละหมาด 2 ร่อกะอัต จึงให้สลาม

 

 

 

>> 2.2 ญะเมาะอ์ตะอคีร (การรวมในเวลาหลัง)

มีเงื่อนไขดังนี้

  1. ต้องเนียตในเวลาของละหมาดแรก คือต้องเนียตในเวลาของดุฮ์ริว่าจะเอาละหมาดดุฮ์ริไปทำรวมกับละหมาดอัสริหรือต้องเนียต ในเวลาของมักริบว่าจะเอาละหมาดมักริบไปทำรวมกับละหมาดอิซา
  2. ไม่จำเป็นต้องเรียงลำดับการละหมาดและไม่ต้องละหมาดติดต่อกัน
  3. การเดินทางต้องไม่ถึงจุดหมายก่อนเสร็จการละหมาดทั้งสอง

วิธีละหมาดก้อซ้อรและญะเมาะอ์ตะคีร โดย ดุฮ์รีรวมกับอัสริ

เมื่อถึงเวลาอัสริ ให้ละหมาดอัสริ 2 ร่อกะอัต โดยเนียตว่า

การละหมาดวันศุกร์  (ความสำคัญ - ผลบุญ)

อ่านว่า " อุซ้อลลี ฟัรด็อลอัสริ ร๊อกอะไตนี่ ก็อซรอน มัจญ์ มูอันอิลัยฮีซดุฮ์รู่ อะดาอัน ลิ้ลลาฮี่ตะอาลา "

ข้าพเจ้าละหมาดฟัรดูอัสริ 2 ร่อกะอัต โดยก้อซ้อรไมรวมกับดุฮ์ริ ในเวลา เพื่ออัลเลาะห์ตะอาลา

เมื่อละหมาดเสร็จและให้สลามแล้ว จึงควรลุกขึ้นละหมาดดุฮ์ริต่อไปโดยเนียตว่า

" อุซ้อลลีฟัรด๊อลดุฮ์ริ ร๊อกอะไตนี่ ก๊อซรอน มัจญ์ มูอันอิลั้ลอัสรี่ อะดาอัน ลิ้ลลาฮี่ตะอาลา "

ข้าพเจ้าละหมาดฟัรดูดุฮ์ริ 2 ร่อกะอัตโดยก้อซ้อรมารวมกับอัสริ ในเวลาเพื่ออัลเลาะห์ตะอาลา

หรือจะสลับกันก็ได้ โดยเมื่อถึงเวลาละหมาดอัสริ จะละหมาดดุฮ์ริก่อนแล้วละหมาดอัสริทีหลัง ส่วนการละหมาดมักริบมารวมกับอิซาในเวลาอิซานั้นก็ใช้วิธีเดียวกัน เพียงแต่เปลี่ยนชื่อละหมาดและจำนวนร่อกะอัตของละหมาดมักริบเท่านั้น.

 

เป็นเพื่อน Line กับเรา