ประกันฮาลาล ตะกาฟุล ประกันชีวิต เป็น ฮาลาลหรือหะรอม

22 มีค. 55     5516

ประกันฮาลาล ตะกาฟุล ประกันชีวิต เป็น ฮาลาลหรือหะรอม

การประกันชีวิต หมายถึง

การประกันชีวิต เป็นวิธีการที่บุคคลกลุ่มหนึ่งร่วมกันเฉลี่ยภัยอันเนื่องจากการตาย การสูญเสียอวัยวะ ทุพพลภาพ และการสูญเสียรายได้ในยามชรา โดยที่เมื่อบุคคลใดต้องประสบกับภัยเหล่านั้น ก็ได้รับเงินเฉลี่ยช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ตนเองและครอบครัว โดยบริษัทประกันชีวิตจะทำหน้าที่เป็นแกนกลางในการนำเงินก้อนดังกล่าวไปจ่ายให้แก่ผู้ได้รับภัย

--------------------------------------------------------------------------------

การประกันชีวิต แยกออกได้เป็น 3 ประเภทคือ

1. ประเภทสามัญ เป็นการประกันชีวิตที่มีจำนวนเงินเอาประกันภัยค่อนข้างสูง ตั้งแต่ 50,000 บาทขึ้นไป เหมาะสำหรับผู้ที่มีรายได้ปานกลางขึ้นไป ในการพิจารณารับประกันชีวิตอาจจะมีการตรวจสุขภาพหรือไม่ตรวจสุขภาพ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของบริษัท และมีการชำระเบี้ยประกันภัยเป็นรายปี, ราย 6 เดือน, ราย 3 เดือน หรือรายเดือน

2. ประเภทอุตสาหกรรม เป็นการประกันชีวิตที่มีจำนวนเงินเอาประกันภัยต่ำ โดยทั่วไปตั้งแต่ 10,000 - 30,000 บาท เหมาะสำหรับผู้ที่มีรายได้ปานกลางถึงรายได้ต่ำ การชำระเบี้ยประกันภัยจะชำระเป็นรายเดือน และไม่มีการตรวจสุขภาพ ฉะนั้นจึงมีระยะเวลารอคอย คือ ถ้าผู้เอาประกันภัยเสียชีวิตด้วยโรคภัยไข้เจ็บตามธรรมชาติ บริษัทจะไม่จ่ายจำนวนเงินเอาประกันภัยให้ แต่จะคืนเบี้ยประกันภัยที่ผู้เอาประกันภัยได้ชำระมาแล้วทั้งหมด

3. ประเภทกลุ่ม เป็นการประกันชีวิตที่กรมธรรม์หนึ่งจะมีผู้เอาประกันชีวิตร่วมกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป ส่วนมากจะเป็นกลุ่มของพนักงานบริษัท ในการพิจารณารับประกันอาจจะมีการตรวจสุขภาพหรือไม่ตรวจก็ได้ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของบริษัท การประกันชีวิตกลุ่มนี้อัตราเบี้ยประกันชีวิตจะต่ำกว่าประเภทสามัญและประเภทอุตสาหกรรม

--------------------------------------------------------------------------------

แบบของการประกันชีวิต

การประกันชีวิตมีมากมายหลายแบบ แต่ละแบบจะมีลักษณะความคุ้มครองและผลประโยชน์แตกต่างกันออกไป แบบการประกันชีวิตพื้นฐานมีอยู่ 4 แบบคือ

1. แบบตลอดชีพ เป็นการประกันชีวิตที่ให้ความคุ้มครองตลอดชีพ ถ้าผู้เอาประกันภัยเสียชีวิตเมื่อใดในขณะที่กรมธรรม์มีผลบังคับ บริษัทประกันชีวิตจะจ่ายจำนวนเงินเอาประกันภัย ให้แก่ผู้รับประโยชน์ วัตถุประสงค์เบื้องต้นของการประกันภัยแบบนี้เพื่อจัดหาเงินทุนสำหรับจุนเจือบุคคลที่อยู่ในความอุปการะเมื่อผู้เอาประกันภัยเสียชีวิต หรือเพื่อเป็นเงินทุนสำหรับการเจ็บป่วยครั้งสุดท้ายและค่าทำศพ ทั้งนี้เพื่อไม่ให้ตกเป็นภาระของคนอื่น

2. แบบสะสมทรัพย์ เป็นการประกันชีวิตที่บริษัทจะจ่ายจำนวนเงินเอาประกันภัยให้แก่ผู้เอาประกันภัยเมื่อมีชีวิตอยู่ครบกำหนดสัญญา หรือจ่ายเงินเอาประกันภัย ให้แก่ผู้รับประโยชน์เมื่อผู้เอาประกันภัยเสียชีวิตลงภายในระยะเวลาประกันภัย การประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์เป็นส่วนผสมของการคุ้มครองชีวิตและการออมทรัพย์ ส่วนของการออมทรัพย์ คือส่วนที่ผู้เอาประกันภัยได้รับคืนเมื่อสัญญาครบกำหนด

3. แบบชั่วระยะเวลา เป็นการประกันชีวิตที่บริษัทประกันชีวิตจะจ่ายเงินให้แก่ผู้รับประโยชน์เมื่อผู้เอาประกันภัยเสียชีวิตในระยะเวลาประกันภัย วัตถุประสงค์เพื่อคุ้มครอง การเสียชีวิตก่อนวัยอันสมควร การประกันชีวิตแบบนี้ไม่มีส่วนของการออมทรัพย์ เบี้ยประกันภัยจึงต่ำกว่าแบบอื่น ๆ และไม่มีเงินเหลือคืนให้หากผู้เอาประกันภัยอยู่จนครบกำหนดสัญญา

4. แบบเงินได้ประจำ เป็นการประกันชีวิตที่บริษัทประกันชีวิตจะจ่ายเงินจำนวนหนึ่งเท่ากันอย่างสม่ำเสมอให้แก่ผู้เอาประกันภัยทุกเดือน นับแต่ผู้เอาประกันภัยเกษียณอายุ หรือมีอายุครบ 55 ปี หรือ 60 ปี เป็นต้นไป แล้วแต่เงื่อนไขในกรมธรรม์ที่กำหนดไว้ สำหรับระยะเวลาการจ่ายเงินได้ประจำนี้ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้เอาประกันชีวิตที่จะเลือกซื้อ

--------------------------------------------------------------------------------

ฮาลาลคืออะไร ? ทำไมต้องฮาลาล

คำว่า “ฮาลาล” เป็นคำภาษาอาหรับมีความหมายทั่วไปว่า อนุมัติ เมื่อนำมาใช้ในทางศาสนา จะมีความหมายาว่า สิ่งที่ศาสนาอนุมัติ (เช่นอนุมัติให้กิน อนุมัติให้ดื่ม อนุมัติให้ทำ อนุมัติให้ใช้สอย เป็นต้น )

คำว่า “ฮาลาล” เป็นคำภาษาอาหรับมีความหมายทั่วไปว่า อนุมัติ เมื่อนำมาใช้ในทางศาสนา จะมีความหมายาว่า สิ่งที่ศาสนาอนุมัติ (เช่นอนุมัติให้กิน อนุมัติให้ดื่ม อนุมัติให้ทำ อนุมัติให้ใช้สอย เป็นต้น )

“ฮาลาล” เป็นคำที่มีความหมายตรงข้ามกับคำว่า “ฮารอม” ที่มีความหมายทั่วไปว่า ห้าม และเมื่อนำมาใช้ในทางศาสนาจะมีความหมายว่า สิ่งที่ศาสนาห้าม

การอนุมัติสิ่งใด หรือการห้ามสิ่งใดใสศาสนาอิสลามเป็นประกาศิตที่มาจากอัลเลาะห์ผู้เป็นเจ้า และมาจากศาสนทูตของพระองค์เท่านั้น ถือเป็นหลักสำคัญที่มุสลิมทุกคนต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดโดยไม่ต้องค้นหาเหตุผลการอนุมัติ หรือเหตุผลการห้ามแต่อย่างใด เมื่อพระผู้เป็นเจ้าไม่ได้แจ้งไว้ เพราะมุสลิมมีความเชื่อมั่นศรัทธาว่าสิ่งที่พระผู้เป็นเจ้าอนุมัติเป็นสิ่งที่ดีมีประโยชน์ส่วนสิ่งที่พระผู้เป็นเจ้าห้ามเป็นสิ่งที่มีพิษภัยและมีโทษ พระผู้เป็นเจ้าผู้สร้างมนุษย์ขึ้นมาทราบดีถึงสิ่งที่เป็นและเป็นโทษต่อมนุษย์ พระองค์จึงอนุมัติสิ่งที่เป็นคุณและห้ามสิ่งที่เป็นโทษ

ส่วนเหตุผลที่มนุษย์ค้นพบว่ามีข้อดีในสิ่งที่ศาสนาอนุมัติ และมีข้อเสียในสิ่งที่ศาสนาห้าม โดยพระผู้เป็นเจ้าไม่ได้แจ้งไว้และได้นำมาอ้างอิงนั้นเป็นเพียงส่วนประกอบเท่านั้นไม่ใช่เป็นหลักสำคัญ เพราะเหตุผลที่มนุษย์ค้นพบอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ส่วนประกาศิตของพระผู้เป็นเจ้านั้นเป็นอมตะไม่เปลี่ยนแปลง

--------------------------------------------------------------------------------

การประกันชีวิตผิดหลักศาสนาอิสลามหรือไม่? โดย อ.ยาซีน เอสเอ็ม มูตู นายกสมาคมนักธุรกิจอุตสาหกรรมไทย-มุสลิม


ประกันชีวิตเป็น ฮาลาลหรือหะรอม

การที่จะตอบว่าประกันชีวิตเป็นฮาลาล (สิ่งที่อนุญาตให้กระทำได้) หรือหะรอม (สิ่งที่ไม่อนุญาตให้กระทำ) นั้น ตามหลักการแล้วตอบไม่ได้ เพราะว่าหลังจากที่อัลกุรอานลงมาแล้วเป็นอัลฟุกอน แยกแยะความถูกและความผิดออกจากกันอย่างชัดเจนแล้ว จึงไม่มีใครนอกจากอัลเลาะห์ และรอซูลฮ์ (ศาสดา) ที่จะพูดได้ว่าสิ่งไหนเป็นฮาลาลหรือหะรอม เพราะว่าสิ่งที่เป็นฮาลาลหรือหะรอมนั้นชัดเจนแล้วตามหลักของศาสนาอิสลาม คำว่า "ประกันชีวิต" ไม่มีในอัลกุรอาน ไม่มีในซุนนะ (แบบอย่างของศาสดา) ท่านนะบีไม่เคยพูด ท่านซอหะบะฮ์ ท่านตาบีอิด ตาบีอีน ก็ไม่เคยเขียนเอาไว้ จึงไม่ใช่หน้าที่ของผู้ใดจะมากล่าวอ้างว่าสิ่งนั้นเป็นฮาลาลหรือหะรอม นอกจากจะเอาสิ่งที่ชัดเจนแล้วมากล่าวกัน เช่น ในประกันชีวิตมีดอกเบี้ยร่วมด้วยหรือไม่ ? มีการเอารัดเอาเปรียบกันหรือไม่ ? มีการพนันในนั้นหรือไม่ ? มีความไว้วางใจหรือไม่ไว้วางใจในอัลเลาะห์หรือไม่ ? เป็นการช่วยเหลือซึ่งกันและกันหรือไม่ ? ถ้าเป็นการช่วยเหลือซึ่งกันและกันแล้วก็ไม่มีใครบอกได้ว่าเป็นหะรอม เพราะฉะนั้นเมื่ออัลเลาะห์ได้กำหนดไว้เป็นสิ่งชัดเจนแล้ว ก็จำเป็นต้องนำสิ่งที่กำหนดไว้ชัดเจนแล้วมาพูดกัน ผู้ใดก็ตามที่กล่าวอ้างในสิ่งที่อัลเลาะห์ไม่ได้กำหนดไว้ย่อมถือได้ว่าเป็นการกล่าวอ้างที่ไม่เป็นธรรม เพราะในอัลกุรอานมีบัญญัติไว้ว่า " อย่าพูดด้วยความเท็จโดยให้ลิ้นของเจ้าพาไปว่าสิ่งนั้นเป็นสิ่งฮาลาล เป็นหะรอม โดยอ้างพระเจ้า เพราะความเท็จในการอ้างพระเจ้านั้นทำให้ผู้พูดไม่ได้รับความจำเริญ" ซูเราะห์ที่ 16 อายะห์ที่ 116 ดังนั้น การกล่าวอ้างว่าสิ่งนั้นเป็นสิ่งฮาลาลหรือสิ่งหะรอมโดยอ้างชื่อพระเจ้าแล้ว เป็นสิ่งต้องห้ามตามหลักอัลกุรอานทั้งสิ้น ถ้าจะพูดว่าสิ่งใดเป็นสิ่งอนุมัติหรือไม่อนุมัติก็ต้องนำเอาสิ่งที่ชัดเจนแล้วมากล่าวกัน

ความเป็นมาของการประกันชีวิต

ก่อนจะมีการประกันชีวิตนั้นมีการประกันภัยทางทะเลมาก่อน สมัยก่อนมีการค้าขายระหว่างทวีปยุโรป เอเชีย เมื่อค้าขายเสร็จแล้วก็ซื้อสินค้ากลับบ้านตัวเอง มีสถิติว่าในจำนวน 10 เที่ยว เรือต้องอับปาง 1 เที่ยว เจ้าของเรือเดินทะเลรู้ว่าใน 10 เที่ยวต้องกลายเป็นยาจกได้ในพริบตา จึงตกลงกันระหว่างพ่อค้าเดินเรือว่าไม่ควรเอาเงินซื้อสินค้าทั้งหมด แต่ให้เอาเงินส่วนหนึ่งมารวมกันเป็นกองกลาง แต่ละคนก็เดินเรือไปตามปกติ ถ้าเรือใครอับปางก็เอาเงินไปชดเชย แต่ถ้าไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็ให้เก็บไว้เป็นเงินกองกลาง ถามว่าการทำเช่นนี้เป็นการผิดหลักของอิสลามหรือไม่ ? ถ้าผู้ใดพูดว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งหะรอม เขาผู้นั้นไม่ได้พูดตามหลักการอัลอิสลาม เพราะอัลอิสลามกำหนดไว้ชัดเจนว่ามุสลิมทุกคนเป็นพี่น้องกัน ถ้าเห็นใครเดือดร้อน ก็ต้องเดือดร้อนแทนเขา ถ้าจะพูดว่าการประกันเป็นหะรอมก็ถือว่าผู้พูดไม่มีความเป็นธรรม จึงจำเป็นจะต้องศึกษาหาส่วนที่ชัดเจนที่แฝงอยู่ในคำว่าประกันชีวิต ที่จริงแล้ว การประกันชีวิตไม่ได้ประกันเพื่อว่าจะไม่ให้ตาย หลักการเฉลี่ยความเสี่ยงร่วมกัน การประกันชีวิตก็คล้ายกับการประกันเรือ หลายๆ คนมารวมกัน ฝากเงินไว้จำนวนหนึ่งต่อปี มีข้อตกลงว่าถ้าครบกำหนดก็จะคืนให้เท่าที่ตกลงกันไว้ แต่ถ้าผู้ทำประกันเสียชีวิตไปก่อนหรือทุพพลภาพทำอะไรไม่ได้ก็ให้เอาเงินก้อนหนึ่งให้ภรรยาส่งลูกให้เรียนหนังสือต่อ ตามที่ทำสัญญากันไว้ แม้ว่าผู้ทำยังฝากไม่ครบตามกำหนดก็ตาม ซึ่งต่างกับการฝากเงินในธนาคาร เป็นหลักการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ส่วนเงินที่บริษัทรับมาจะนำไปลงทุนเอง ได้กำไรหรือขาดทุนตัวผู้ทำประกันไม่เกี่ยว แต่ละฝ่ายยินดีและรับผิดชอบในข้อเสนอ รัฐบาลโดยกรมการประกันภัยคอยควบคุมเงินกองกลาง ส่วนบริษัทประกันนำเงินส่วนหนึ่งไปซื้อพันธบัตรรัฐบาล รัฐบาลก็นำเงินไปจ่ายเงินเดือน ใช้จ่ายในงบประมาณ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : prakancheevit.net และ muangthaitakaful.com

เป็นเพื่อน Line กับเรา