สื่อรักสัมผัสหัวใจ ยิ่งรู้จักยิ่งรักเธอ แต่อะไรเล่า ที่เป็นตัวทำลาย ความรัก

29 ตค. 55     5731

สื่อรักสัมผัสหัวใจ ยิ่งรู้จักยิ่งรักเธอ แต่อะไรเล่า ที่เป็นตัวทำลาย ความรัก

สิ่งที่ทำลายความรักระหว่างกัน


โดย.....อิสมาอีล  บินกอเซ็ม


         เมื่อพูดถึงการนินทาว่า คนเรามักจะคิดถึงผู้หญิงอันดับแรก และมักจะคิดว่าการนินทาว่าร้ายนั้นไม่เกิดขึ้นในหมู่ผู้ชาย แต่ในความเป็นจริงการนินทานั้นเกิดทั้งในกลุ่มของผู้หญิงและผู้ชาย  และการนินทาว่าร้ายยังเป็นสาเหตุที่กัดกร่อนความดีของตัวของผู้ที่นินทา และเป็นบ่อนทำลายความสามัคคีในสังคม

          การนินทาว่าร้ายเป็นการแสดงออกของคนใจแคบ ที่จิตใจเต็มไปด้วยกับความเกลียดชัง และ เป็นการชี้ถึงความหยิ่งยโสที่มีในจิตใจของผู้ที่ชอบนินทาผู้อื่น  เพราะเขาคิดว่าตัวเองนั้นมีความประเสริฐเลอเลิศกว่าคนอื่น เขาจะไม่ให้เกียติรผู้อื่นและคิดว่าผู้อื่นนั้นไม่มีความหมายอะไรจะไปว่าเขา อย่างไรก็ได้


          อิสลามคือศาสนาที่มาปลดแอกของมนุษย์ออกจากความตกเป็นทาสของมนุษย์ด้วยกัน  ออกจากความมืดความงมงาย มาสู่แสงสว่างของอัลอิสลาม  ดัง นั้นคำสอนของอิสลามนั้นมีแต่ความดี ความสวยงาม และมาสร้างความสุขให้กับการดำเนินชีวิตมนุษย์ในสังคม  ทุกวันนี้สังคมที่มนุษย์ใช้ชีวิตอยู่นั้นเต็มไปด้วยกับความวุ่นวาย และ การที่มุสลิมจะรอดพ้นจากความวุ่นวาย ความไม่ดีต่างๆที่เกิดขึ้นคือ การศึกษาหาความเข้าใจในศาสนาที่ถูกต้อง และนำความรู้ ความเข้าใจมาปฏิบัติจริงในชีวิตประจำวันของเรา  การที่เรามีความรู้แต่ไม่ปฏิบัติ ความรู้เหล่านั้นก็ไม่มีคุณค่าอะไรกับตัวเรา

          ส่วนหนึ่งจากสิ่งที่มาทำลายความรักความสามัคคีของคนในสังคมคือ  การขาดความจริงใจซึ่งกันและกัน การไม่คิดว่าเราคือพี่น้องในศาสนาที่มีพระเจ้าองค์เดียวกัน และมีแนวทางอันเดียว หมายความว่าเราไม่สามารถเอาคำว่า “รัก” มาทำให้เกิดขึ้นในจิตใจ  เมื่อ ใช้ชีวิตร่วมกันโดยไม่ได้ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความรักและความจริงใจ จึงทำให้สังคมของเราเต็มไปด้วยกับความหวาดระแวง การใส่ร้าย การไม่ไว้เนื้อเชื่อใจกัน และการไม่ให้เกียรติซึ่งและกัน 

         สาเหตุที่คนเราไม่ให้เกียรติกัน คือการถือดี เราเห็นความดีมีอยู่แค่ในตัวเรา แต่ที่คนอื่นเขาไม่มีความดี ไม่มีเกียรติที่สมควรจะได้รับ  ความรู้สึกเหล่านี้เมื่อบ่มเพาะขึ้นในสังคมแล้วมันจะเป็นชนวนของความวุ่นวาย ในสังคมได้  และการนินทาว่าร้ายนั้นถือว่าเป็นหนึ่งในสาเหตุที่สร้างความแตกแยกในสังคม มุสลิม และสังคมทั่วไป

          ปัจจุบันการนินทามิได้แพร่หลายในสังคมผู้หญิง แต่มันยังลุกลามไปยังสังคมของผู้ชาย สังคมชนชั้นสูง สังคมคนรากหญ้า สังคมคนธรรมดา และสังคมปัญญาชน ผู้มีความรู้  หรือแม้กระทั่งในสื่อสารมวลชน เช่น การนำเสนอข่าวที่แฝงไปด้วยการนินทาว่าร้าย

เรามาดูคำสอนของอัลอิสลามที่กล่าวตำหนิการนินทาว่าร้าย  

 
قال رسول الله: ( إن المفلس من أمتي يأتي يوم القيامة بصلاة وصيام وزكاة، ويأتي قد شتم هذا، وقذف هذا، وأكل مال هذا، وسفك دم هذا، وضرب هذا، فيعطى هذا من حسناته، وهذا من حسناته، فإن فنيت حسناته قبل أن يقضى ما عليه أخذ من خطاياهم فطرحت عليه، ثم طرح في النار! ) صحيح مسلم (2581)

ท่านรอซูลุลลอฮ (ซ.ล.) ได้กล่าวว่า

“แท้จริงคนที่ล้มละลายจากประชาชาติของฉัน ก็คือบุคคลที่มาในวันกิยามะห์ ด้วยกับการละหมาด การถือศีลอด การจ่ายซากาต

 แต่ว่าเขาด่าทอกล่าวว่า คนนั้น ใส่ร้ายคนนี้ และกินทรัพย์สินที่หะรอม (ต้องห้าม) และละเมิดหลั่งเลือดผู้อื่น ไปตบตีคนนั้น 

ดังนั้นความดีของเขาก็ถูกเอา และนี่คือความดีของเขา เมื่อความดีของเขาหมดเสียก่อนที่จะชดใช้ 

ดังนั้นเขาต้องเอาความผิดของพวกเขา(ความผิดของบุคคลที่เขาละเมิด)มาแบกรับไว้ หลังนั้นเขาถูกให้เข้านรก”

(ซอเอียะมุสลิม หะดีษที่ 2581)

       จากหะดีษนี้ทำให้ทราบว่า สาเหตุที่ทำให้ความดีที่อุตสาห์ทำไว้ ไม่ว่าจะเป็นความดีจากการละหมาด การถือศีลอด จ่ายซากาต และความดีอื่นๆ  เขาจะต้องยืนอยู่ต่อหน้าอัลลอฮฺ(ซ.บ.)โดยที่ความดีที่เขาทำไว้ไม่เหลืออยู่เลยสักนิด  ซ้ำแล้วเขายังต้องแบกรับความผิดของผู้อื่นอีก  ด้วยกับสาเหตุที่ไปละเมิดสิทธิของผู้อื่นโดยการนินทาว่าร้าย  เพราะคำพูดแท้ๆ ที่ทำให้ความดีที่สะสมไว้ต้องหมดไป จึงไม่ต่างอะไรกับบุคคลที่ล้มละลาย   การล้มละลายในโลกนี้เราสามารถแก้ตัวได้  แต่การล้มละลายในโลกหน้าจะไม่สามารถแก้ไขอะไรได้เลย   เมื่อโทษของการนินทาว่าร้ายมันมีโทษอย่างมากมาย  และจัดอยู่ในประเภทของบาปใหญ่เราอย่าได้เผลอไปกระทำบาปนี้โดยเด็ดขาด

 

ท่านเชค อิบนุบินบาสรอฮิมาอุลลอฮฺ ได้กล่าวเตือนสำหรับการนินทาไว้ดังต่อไปนี้

การนินทาและการยุยงให้ผู้คนแตกแยกนั้นเป็นบาปใหญ่ จำเป็นที่จะต้องเตือนสำทับในเรื่องนี้ อัลลอฮ(ซ.บ.)ได้ตรัสไว้ว่า

 (وَلَا يَغْتَب بَّعْضُكُم بَعْضًا) (12)

“บางคนจากพวกท่านอย่าได้นินทาแก่อีกบางคน”

ท่านนบี (ซ.ล.) กล่าวว่า

ويقول النبي -صلى الله عليه وسلم-: رأيت اسري بي رجالاً لهم أظفار من نحاس يخدشون بها، وجوههم وصدروهم، فقلت من هؤلاء؟ قيل له: هؤلاء الذين يأكلون لحوم الناس، ويقعون في أعراضهم).

“ฉันได้เห็น ในขณะที่ถูกนำไปในค่ำคืนอิสรอฮฺ คนกลุ่มหนึ่ง โดยที่เขามีเล็บที่เป็นทองแดง พวกเขาใช้มันข่วนใบหน้า และตามหน้าอกของพวกเขา

ฉันได้ถามว่า พวกเขาเป็นใครกัน ? 

มีเสียงตอบแก่ท่านว่า พวกเขาคือพวกที่ชอบกินเนื้อของผู้คน และพวกเขาชอบทำลายเกียรติของคนอื่น”

ท่านนบี(ซ.ล.) กล่าวว่า

يقول -صلى الله عليه وسلم-: (ذكرك أخاك بما يكره). هذه هي الغيبة، ذكرك أخاك بما يكره، وهكذا ذكر الأخت في الله بما تكره. من الرجال والنساء، قيل: يا رسول الله إن كان في أخي ما أقول؟ قال: ( إن كان فيه ما تقول فقد اغتبته، وإن لم يكن فيه فقد بهته)

“การที่ท่านกล่าวพี่น้องของท่านในสิ่งที่เขาไม่ชอบ”

นี่คือรูปแบบของการนินทา  และเช่นนี่แหละ การกล่าวถึงพี่สาวน้องสาวในศาสนาในสิ่งที่เขาไม่ชอบ จากบรรดาผู้ชายและบรรดาผู้หญิง 

มีคนกล่าวว่า  โอ้ ท่านรอซูลุลลอฮฺ หากว่าในตัวของพี่น้องของฉันมีสิ่งที่ฉันกล่าวแล้วจะเป็นอย่างไร?

ท่านรอซูล(ซ.ล.) ตอบว่า “หากในตัวของเขามีสิ่งที่ท่านกล่าวแล้ว แท้จริงท่านได้นินทาเขาแล้ว แต่หากในตัวของเขาไม่มีสิ่งนั้นแท้จริงท่านได้ใส่ร้ายเขาแล้ว”

 


สำหรับการนินทาเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจมาก และเป็นบาปใหญ่ อีกทั้งการยุแยงผู้อื่นก็บาปใหญ่เช่นกัน อัลลอฮฺ(ซ.บ.) ได้ตรัสไว้ ความว่า

(وَلَا تُطِعْ كُلَّ حَلَّافٍ مَّهِينٍ*هَمَّازٍ مَّشَّاء بِنَمِيمٍ (10-11) سورة القلم

และเจ้าอย่าปฏิบัติตามทุกคนที่เป็นนักสาบานที่ต่ำช้า ผู้นินทาตระเวนใส่ร้ายผู้อื่น”

ท่านนบี (ซ.ล.) กล่าวว่า

(لا يدخل الجنة نمام)،     “คนที่ชอบยุแยงตะแคงรั่วผู้อื่นจะไม่ได้เข้าสวรรค์”

 

ท่านนบี(ซ.ล.) กล่าวว่า

أنه رأى شخصين يعذبان في قبورهما أما أحدهما فكان لا يستنزه من البول، وأما الآخر فكان يمشي بالنميمة

“แท้จริงท่านได้เห็นบุคคลสองคน ถูกลงโทษในหลุมฝังศพของทั้งสอง

หนึ่งในนั้นเขาไม่ได้ขจัดสิ่งสกปรกจากการปัสสาวะ สำหรับอีกคนนั้นเขาชอบเดินไปยุแยงผู้คน

 

          ดังนั้นจำเป็นแก่เธอโอ้น้องสาว ที่ศรัทธาต่ออัลลอฮฺ(ซ.บ.) จะต้องระมัดระวังการร่วมวงสนทนา กับบรรดาผู้ที่ชอบนินทาว่าร้ายผู้คน และพยายามที่จะยุแยงผู้คน หากเธอจะนั่งร่วมกับผู้คนเหล่านั้น เธอจะต้องยับยั้งการกระทำของพวกเขาให้เลิกการนินทา และบอกพวกเขาว่ามันเป็นสิ่งที่ไม่อนุญาต เป็นสิ่งที่เป็นความชั่ว และพยายามให้พวกเขาละทิ้ง  หากพวกเขายังไม่ทิ้งเธอต้องแสดงออกด้วยการต่อต้าน อย่าได้นั่งร่วมกับพวกเขา และอย่าได้ไปมีส่วนร่วมกับพวกเขาในการนินทา ใส่ร้ายผู้อื่น

(จบคำพูดเชคบินบาส)

 

ทำอย่างไรที่จะทำให้เรารอดพ้นจากการนินทาว่าร้ายผู้อื่น

     1. จะต้องหลีกเหลี่ยงจากวงสนทนาที่พูดในสิ่งที่ไม่มีประโยชน์ ไม่ก่อให้เกิดปัญญา

     2. อย่าได้เป็นบุคคลที่อยากรู้อยากเห็นในสิ่งที่ไม่ดีของผู้อื่น หลีกเหลียงจากการฟังคำพูดที่ชอบตำหนิบุคคลอื่น

     3. พยายามคิดดีๆต่อผู้อื่น และอย่าได้เชื่อเรื่องราวใดๆที่กล่าวพาดพิงผู้อื่นจนกว่าเราจะพิสูจน์เสียก่อน  เพราะสาเหตุของคนหูเบา คือได้ยินอะไรมาแล้วไม่กลั่นกรองและพูดทุกอย่างที่ได้ยิน จนบางครั้งเราอาจเป็นเหตุสร้างความวุ่นวายให้เกิดขึ้น

     4. รู้จัก ให้อภัยบุคคลที่ตำหนิเรา เพราะบางทีเมื่อเราได้ยินว่ามีบุคคลใดพูดถึงเราในสิ่งที่ไม่ดี เราก็พยายามหาสิ่งที่ไม่ดีของเขามาพูดเป็นการโต้ตอบกลับ และเป็นเหตุให้เราต้องเป็นผู้ที่นินทาผู้อื่นเสียเอง

     5. ละทิ้งการเปิดเผยความชั่วของผู้อื่นที่เป็นความชั่วส่วนตัว ซึ่งความชั่วนั้นไม่ได้ทำให้คนในสังคมได้รับความเดือดร้อน

     6. อย่าได้อิจฉาผู้อื่น เพราะส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดการนินทาเนื่องจากการอิจฉาริษยา ดังนั้นการที่คนหนึ่งอิจฉาผู้อื่นนั้น เขาก็พยายามพูดในสิ่งที่ไม่ดีของบุคคลที่เขาอิจฉา


         การที่มุสลิมช่วยกันทำความดี ละทิ้งสิ่งที่เป็นความชั่วเป็นสาเหตุที่จะทำให้มุสลิมได้รับความช่วยเหลือจากอัลลอฮ์ (ซ.บ.)ทุกวันนี้บรรดามุสลิมประสบกับความตกต่ำเพราะว่าไม่ได้ปฏิบัติตามคำสอนของศาสนาด้วยความจริงจัง และไม่ได้ละทิ้งความชั่ว  สุดท้ายนี้ขออัลลอฮ์โปรดปรับปรุงสภาพมุสลิมทั่วโลกให้กลับมาสู่การปฏิบัติอิสลามด้วยความจริงใจ

 

สื่อรักสัมผัสหัวใจ ยิ่งรู้จักยิ่งรักเธอ แต่อะไรเล่า ที่เป็นตัวทำลาย ความรัก

Source: www.islammore.com

เป็นเพื่อน Line กับเรา