หมวดหมู่
อิสลาม-มุสลิม
หน้าหลัก       ยินดีต้อนรับสู่คลังความรู้มุสลิมไทยโพสต์

วิธีลดความอ้วนที่ได้ผลเร็วที่สุด วิธีลดความอ้วน ภายใน 7 วัน วิธีลดความอ้วนแบบธรรมชาติ วิธีลดความอ้วนภายใน3วัน วิธีลดความอ้วนของผู้ชาย ภาษาอาหรับที่เจอบ่อย      คำง่ายๆภาษาอาหรับ    ศัพท์เกาหลีแบ่งเป็นหมวด    คำศัพท์เกาหลี เรียกญาติ    ศัพท์เกาหลีง่ายๆ     
   คำศัพท์ญี่ปุ่น เรียกญาติ    วันเดือนปีในภาษามลายู    การเขียนวันเดือนปีในภาษามลายู    ศัพท์ยาวี    ศัพท์ญี่ปุ่นแบ่งเป็นหมวด     ภาษาไทยน่ารู้    
สระ 32 ตัว    ซาร่า ปาทาน    ขวัญกมล ปาทาน    น.ส.ขวัญกมล ปาทาน     ศัพท์อาหรับที่เจอบ่อย ศัพท์ญี่ปุ่นง่ายๆ  

 


ค้นหา
หากมีคำค้นหลายตัว สามารถคั่นด้วย comma (,)
หน้าหลัก >> อิสลาม-มุสลิม >> ความรู้เบื้องต้น
พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน
หาดิษเกียวก้บการครอบครัว รูปภาพการอาบน้ำวาญิบ
คำค้น : หาดิษเกียวก้บการครอบครัว

40 หะดีษ สร้างครอบครัวคุณธรรม  สู่สังคมอุดมสุข

เรียบเรียงโดย : อาบู  อัดนาน อาหมัด  อัลฟารีตีย์

1.ครอบครัวมุสลิมต้องซื่อสัตย์ สุจริต

قَالَ رَسُوْلُ اللهِ    :    مَنْ غَشَّنَا فَلَيْسَ مِنَّا وَالْمَكْرُ وَالْخِدَاعُ فِى النَّارِ

                                                              ( صحيح الجامع : 6408)

ความว่า "ท่านรสูล ได้กล่าวว่า ผู้ใดที่ไม่สุจริตต่อเรา เขาไม่ใช่จากพวกเราและ (ผู้ที่) ล่อลวง ฉ้อโกง นั้นจะตกลงไปในนรก"
 
ข้อคิดจากหะดีษ

1.การหลอกลวงเป็นคุณลักษณะที่ไม่พึงประสงค์ในอิสลาม
2.ท่านนบี  ได้ตักเตือนผู้ที่มีนิสัยไม่ดี หลอกลวงคนอื่น หรือทุจริต ไม่ว่าในการทำธุรกิจ การค้าขาย หรือในเรื่องอื่นๆ
3.ท่านนบี  ไม่ยอมรับผู้ที่หลอกลวง ฉ้อโกง หรือทุจริตว่าป็นประชาชาติของท่าน 
4.ผู้ที่หลอกลวง ฉ้อโกง หรือทุจริต จะถูกลงโทษอย่างใหญ่หลวงในวันอะคีเราะฮฺคือต้องเข้านรก
 

2.ครอบครัวมุสลิมต้องไม่อิจฉาริษยาผู้อื่น

قَالَ رَسُوْلُ اللهِ   :     لاَ يَجْتَمِعَانِ فِى قَلْبِ عَبْدٍ الإِيْمَانُ وَالْحَسَدُ

                                                               (صحيح الجامع 5633)

ความว่า "ท่านรสูล  ได้กล่าวว่า มีสองอย่างที่ไม่อาจจะอยู่ร่วมกันได้ในหัวใจของบ่าวคนหนึ่งคือการศรัทธาและการอิจฉาริษยา"

ข้อคิดจากหะดีษ

1.หัวใจของมนุษย์เป็นศูนย์รวมของคุณลักษณะต่างๆทั้งที่ดีงามและที่ชั่วร้าย
2.หัวใจคนดีจะต้องมีแต่อีหม่านและมีตักวา อย่าให้โรคกลับหลอก เคียดแค้นและขัดเคืองอยู่ด้วยกัน
3.คนที่มีอีหม่านที่แท้จริงอยู่ในหัวใจ เขาจะไม่อิจฉาคนอื่นอย่างเด็ดขาดจะเป็นด้วยสาเหตุใดก็ตาม
4.ความประเสริฐของคนที่มีอีหม่านและไม่มีการอิจฉาคนอื่น


3.ครอบครัวมุสลิมต้องเป็นผู้ชี้นำทำความดีให้แก่สังคม

قَالَ رَسُوْلُ اللهِ   :     مَنْ دَلَّ عَلَى خَيْرٍ فَلَهُ مِثْلُ أَجْرِ فَاعِلِهِ

                                                               ( رواه مسلم )

ความว่า "ท่านรสูล  ได้กล่าวว่า ผู้ใดได้ชี้นำคนอื่นให้กระทำในสิ่งที่ดี  ผู้นั้นจะได้รับผลตอบแทนเช่นเดียวกับผลตอบแทนของผู้กระทำความดีนั้นด้วย"

ข้อคิดจากหะดีษ

1.ท่านรสูล ได้ส่งเสริมให้มุสลิมมีการเชิญชวนผู้อื่นกระทำความดี พูดและปฏิบัติในสิ่งที่ก่อประโยชน์
2.ครอบครัว สังคมจะอยู่ในความดีงาม และสงบสุขอย่างยันยืนหากการเชิญชวนในทางที่ดีเป็นไปอย่างสม่ำเสมอ
3.ผู้ที่ทำหน้าที่เชิญชวนผู้อื่นให้ทำความดีนั้นย่อมได้รับการตอบแทนผลบุญเหมือนกับคนที่ปฏิบัติความดีตามที่เขาเชิญชวนให้ทำ


4. ครอบครัวมุสลิมต้องสร้างสิ่งที่จะได้มาซึ่งผลบุญที่มิขาดสายในวันอะคีเราะฮฺ

قَالَ رَسُوْلُ اللهِ   :   إِذَا مَاتَ الإِنْسَانُ انْقَطَعَ  عَمَلُهُ إِلاَّ مِنْ ثَلاَثٍ: صَدَقَةٍ جَارِيَةٍ، أَوْ عِلْمٍ يُنْتَفَعُ بِهِ، أَوْ وَلَدٍ صَالِحٍ يَدْعُو لَهُ

                                                                                                                              ( رواه مسلم )

ความว่า "ท่านรสูล ได้กล่าวว่า  เมื่อมนุษย์ตายการงานของเขาก็จะขาดไป (และก็จะไม่มีผลบุญให้) เว้นที่มาจากการปฏิบัติสามประการ คือ การบริจาคทานที่ผู้คนใช้ประโยชน์ได้ตลอด ความรู้ที่ให้ประโยชน์แก่ผู้อื่น หรือ ลูกที่ดีที่ขอพรให้แก่เขาอย่างสม่ำเสมอ"

ข้อคิดจากหะดีษ

1.มนุษย์ทุกคนล้มลองความตาย เมื่อถึงเวลาที่ถูกกำหนดไว้
2. เมื่อมนุษย์ตายแล้วการงาน หรือการกระทำของเขาไม่ว่าความดีงาม หรือความชั่วร้ายจะขาด
3. มีสามประการที่ผลบุญของมันนั้นจะไม่ขาด ถึงแม้ว่าเขาตายจากโลกไปแล้ว คือ การบริจาคทานที่ผู้คนใช้ประโยชน์ได้ตลอด ความรู้ที่ให้ประโยชน์แก่ผู้อื่น และลูกที่ดีที่ขอพรให้แก่พ่อแม่อย่างสม่ำเสมอเพื่อให้ได้รับความโปรดปราน ความเมตตาปรานีจากอัลลอฮฺ
4. ความประเสริฐของผู้ที่บริจาคทำกุศล ผู้มีความรู้ที่ผู้อื่นได้รับประโยชย์จากเขาและผู้ที่มีลูกที่มีคุณธรรมที่คอยช่วยเหลือพ่อแม่ด้วยการดูอาต่ออัลลอฮฺ


5.ครอบครัวมุสลิมต้องไม่บ่อนทำลายแก่ตัวเองและคนอื่น

قَالَ رَسُوْلُ اللهِ    :    لاَ ضَرَرَ وَلاَ ضِرَار

                   (صحيح الجامع : 7517)
 

ความว่า "ท่านรสูล ได้กล่าวว่า ไม่อนุญาติสร้างความเดือดร้อน ทำลายให้กับตัวเองและผู้อื่น"

ข้อคิดจากหะดีษ

1.หะดีษนี้เป็นหลักการสำคัญในการรักษาและปกป้องผลประโยชน์พื้นฐานของมนุษย์โดยเฉพาะชีวิต ทรัพย์สิน สติปัญญาและเกียรติยศของมนุษย์เพื่อความเป็นอยู่เปี่ยมสุข
2.อิสลามสอนไม่ให้สร้างความเดือดร้อนและทำลายตัวเองและคนอื่นด้วยวิธีใดก็ตาม
3.สามีภรรยาต้องยึดมั่นหลักการอันดีงามนี้เพื่อรักษาผลประโยชน์ของครอบครัวสู่สังคมอุดมสุข เปี่ยมคุณภาพ


6.ครอบครัวมุสลิมต้องหมั่นขอดุอา

قَالَ رَسُوْلُ اللهِ    :    الدُّعَاءُ هُوَ الْعِبَادَةُ 

                  ( صحيح الجامع : 3407 )

ความว่า "ท่านรสูล ได้กล่าวว่า การร้องขอ (การดุอา ) คือ การเคารพภักดี ( การอิบาดะฮฺ ต่ออัลลอฮฺ )"

ข้อคิดจากหะดีษ

1.การดุอาขอพรต่ออัลลอฮฺ ไม่ว่าดุอาในทางโลก หรือในทางอะคีเราะฮฺ ไม่ว่าดุอาที่ขอนั้นสำหรับตัวเอง หรือ ครอบครัว สำหรับคนอื่น ก็ถือเป็นการภักดีต่ออัลลอฮฺ
2.อิสลามส่งเสริมให้ทุกคนขอดุอาต่ออัลลอฮฺอย่างสม่ำเสมอซึ่งพระองค์ทรงสัญญาจะรับดุอาและให้ผลบุญสำหรับผู้ปฎิบัติ
3.ความประเสริฐของดุอา นับว่าเป็นหัวใจสำคัญของอิบาดะฮฺ


7. ครอบครัวมุสลิมจะต้องเป็นดั่งคนเป็น

قَالَ رَسُوْلُ اللهِ   :    مَثَلُ الْبَيْتِ الَّذِيْ يُذْكَرُ اللهُ فِيْهِ وَالْبَيْتِ الَّذِيْ لاَ يُذْكَرُ اللهُ فِيْهِ مَثَلُ الْحَيِّ وَالْمَيِّتِ  

                                                                                                                                ( مسلم )

ความว่า "ท่านรสูล  ได้กล่าวว่า อุปมาบ้านที่มีการรำลึกถึงอัลลอฮฺ กับบ้านที่ไมมีการรำลึกถึงอัลลอฮฺ อุปมัยดั่งคนเป็นกับคนตาย"

ข้อคิดจากหะดีษ

1. ท่านนบี เอาใจใส่กับการสร้างบ้านเรือนเปิ่ยมสุขและครอบครัวคุณธรรม
2. ครอบครัวมุสลิมต้องเป็นดั่งคนเป็นด้วยการรำลึกถึงอัลลอฮฺอย่างสม่ำเสมอ ควรให้เป็นกิจวัตรประจำวัน พยายามสร้างบรรยากาศในบ้านเรือนให้เกิดการภักดีต่ออัลลอฮฺด้วยกิจกรรมรำลึกที่หลากหลาย
3.การรำลึกถึงอัลลอฮฺกระทำได้ในหลายรูปแบบ เช่นการเรียน สอนหรืออ่านอัลกุรอาน การอ่านบทซิกิรเช้าเย็น การอ่านดุอา หรือ การละหมาดในโอกาสต่างๆ ทั้งกลางวันและกลางคืน อ่านตัฟสีร หรือคำแปลอัลกุรอาน หรือ หะดีษ หรือฟังการบรรยายเกี่ยวกับอิสลาม
4.บ้านเรือนของครอบครัวมุสลิมไม่ควรละทิ้ง หรือขาดการรำลึกถึงอัลลอฮฺ อย่าให้เป็นเหมือนคนไร้วิญญาณ ไม่มีชีวิตชีวา ยิ่งกว่า นั้นอย่าให้บ้านเรือนเป็นรังของชัยฎอนจอมฝ่าฝืนอัลลอฮฺเสมอ


8.ครอบครัวมุสลิมสามีต้องช่วยเหลืองานของภรรยา

قَالَ الأَسْوَدُ   :   سَأَلْتُ عَائِشَةَ رَضِيَ اللهُ عَنْهَا مَاكَانَ النَّبِيُّ    يَصْنَعُ فِى الْبَيْتِ؟ قََالَتْ: كَانَ يَكُوْنُ فِى مِهْنَةِ أَهْلِهِ، فَإِذَا سَمَعَ الأَذَانَ خَرَجَ

                                                                                                                            ( رواه البخارى )

ความว่า "อัลอัสวัดกล่าวว่า ฉันได้ถามอาอิชะฮฺว่า นบี เคยทำอะไรบ้างในบ้านของท่าน? นางตอบว่า ท่านได้ช่วยเหลืองานของครอบครัวของท่าน แล้วเมื่อท่านได้ยินเสียงอะซานท่านก็ออกไปละหมาด"

ข้อคิดจากหะดีษ

1.นบี เป็นแบบอย่างที่ดีของครอบครัวคุณธรรม
2.มุสลิมที่ดีต้องพยายามปฎิบัติหน้าที่อย่างครบถ้วน ทั้งที่เป็นสิทธิของครอบครัว เช่นช่วยเหลือภรรยาและที่เป็นสิทธิของอัลลอฮฺเช่นทำการละหมาด
3.การคบสมาคมที่ดีกับครอบครัวมีหลายวิธี ส่วนหนึ่งคือช่วยเหลืองานภรรยาในบ้าน
4.มุสลิมทุกคนต้องรู้จักหน้าที่ รู้จักบริหารเวลา ใช้โอกาสอย่างมีคุณค่าและให้เกิดประโยชน์มากที่สุดแก่ตัวเอง ครอบครัวและสังคม


9. ครอบครัวมุสลิมต้องไม่ประมาทและคำนึงถึงความปลอดภัยในบ้าน

قَالَ رَسُوْلُ اللهِ    :     لاَ تَتْرُكُوْا النَّارَ فِى بُيُوْتِكُمْ حَتَّى تَنَامُوا

                                                                  (متفق عليه )

ความว่า "จงอย่าทิ้งไฟในบ้านของท่านก่อนท่านจะนอนหลับ"

ข้อคิดจากหะดีษ

1.ไฟมีทั้งประโยชน์และให้โทษแก่มนุษย์
2.ประโยชน์ของไฟมีมากมายที่มนุษย์เอามาใช้ในชีวิต
3.สำหรับโทษของไฟนั้นคือถ้าเกิดความประมาทเมื่อไหรอาจเกิดอัคคีภัย สร้างความเสียหายและความเดือดร้อนแก่ตัวเองและคนอื่น
4.เพื่อไม่ประมาท และเพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินควรดับไฟ ปิดไฟไว้ก่อนนอน และขณะเดียวกันทำให้ประหยัดเงินทองด้วย


10.ครอบครัวมุสลิมสามีต้องจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดู

قَالَ رَسُوْلُ اللهِ   :    كَفَى بِالْمَرْءِ إِثْمًا أَنْ يَحْبَسَ عَمَّنْ يَمْلِكُ قُوْتَهُ

                                                                          ( رواه مسلم )

ความว่า "ท่านรสูล ได้กล่าวว่า   เป็นการเพียงพอที่จะรับบาปสำหรับบุคคลที่ไม่ย่อมจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูให้แก่ผู้ที่อยู่ใต้ความดูแลของเขา"

ข้อคิดจากหะดีษ

1.อิสลามได้กำหนดให้สามีมีหน้าที่จ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูให้แก่ภรรยาและบุตร
2. บุคคลใดที่ปละละเลยไม่ยอมจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูให้แก่ผู้ที่อยู่ใต้ความดูแลของเขาบุคคลนั้นย่อมจะต้องรับบาป
3. ผู้ที่มีภาระหน้าที่ แต่ละเว้นไม่ปฎิบัติ ถือว่าเป็นบุคคลที่ไม่มีคุณธรรมและไม่ความสำนึก


41.ครอบครัวมุสลิมต้องรำลึกถึงความตายอยู่เสมอ

قَالَ رَسُوْلُ اللهِ   :    أَكْثِرُوْا ذِكْرَ هَاذِمِ الْلَذَّاتِ : اَلْمَوْتَ 

                                       ( صحيح الجامع : 1210 )

ความว่า "ท่านรสูล ได้กล่าวว่า จงรำลึกถึงสิ่งที่ทำลายความอร่อยต่างๆให้มากเถิด หมายถึงความตาย."

 

ขอบคุณข้อมูล หาดิษเกียวก้บการครอบครัว จาก : 40 หะดีษ สร้างครอบครัวคุณธรรม  สู่สังคมอุดมสุข - islammore.com

ข้อคิดจากหะดีษ

1. ชีวิตของมนุษย์ทุกคนในโลกนี้ต้องพบกับความตายเมื่อถึงเวลาที่อัลลอฮฺทรงกำหนดไว้
2. ความเพลิดเพลินสนุกสนาน ความเอร็ดอร่อยทุกอย่างในโลกนี้จะดับสูญเมื่อความตายมาเยี่ยม
3. ครอบครัวมุสลิมจะต้องรำลึกถึงความตายอย่างสม่ำเสมอและเตรียมความพร้อมด้วยอีหม่านที่ถูกต้อง อมัลที่ดีและมารยาทที่ดีงามก่อนสิ้นชีวิตจากโลกนี้ไปสู่อะคีเราะฮฺ

 
  เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :-
 
  เนื้อหาที่คุณอาจกำลังค้นหา :-
    DB function failed with error number 2006
    MySQL server has gone away SQL=SELECT cn.catid, cn.chknew, cn.iconnew, cn.chkmakelink, cn.usefile, cn.catid, cn.id, cn.contentName FROM islamhouse_maincontent AS cn WHERE cn.catid = '7' and cn.published = '1' and UNIX_TIMESTAMP(cn.publishdate) <= UNIX_TIMESTAMP('2014-08-31 17:12:40') Order by cn.publishdate DESC LIMIT 0, 10
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์
340 ลาดพร้าว 112 วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร 0-2514-0593 แฟ็กซ์ 0-2538-4215 Email : Webmaster@muslimthaipost.com
สารบัญเว็บไซต์ Muslimthaipost.com
SubDomain หน้าหลัก