การเป็นมุสลิม ไม่ใช่ยาก..แต่ก็ไม่ง่ายเกินไป

1 พย. 60     472

การเป็นมุสลิม ไม่ใช่ยาก..แต่ก็ไม่ง่ายเกินไป

การเป็นมุสลิม ไม่ใช่ยาก แต่ก็ไม่ง่ายเกินไป

มุสลิม เป็นคำภาษาอาหรับ แปลว่า ผู้สวามิภักดิ์ ซึ่งหมายถึงผู้สวามิภักดิ์อย่างบริบูรณ์แด่ อัลลอฮฺ พระผู้เป็นเจ้า ด้วยการปฏิบัติตามคำบัญชาของพระองค์

มุสลิมคือ ผู้นับถือศาสนาอิสลาม ด้วยการปฏิบัติตามกฏบัญญัติของศาสนาอิสลาม

หลังจากนั้นคือ การปฏิบัติตนตามข้อบังคับหลักของศาสนาอิสลาม 5 ประการคือ

1. การปฏิญาณตนว่า อัชฮาดุ อัลลา อิลาฮะ อิลลัลลอฮฺ วะ อัชฮะดุ อันนะ มุฮัมมะดัร ร่อซูลุลลอฮฺ ข้าขอปฏิญาณว่าไม่มีพระผู้เป็นเจ้าที่เป็นที่เคารพสักการะอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺ และข้าขอปฏิญาณว่ามุฮัมมัดเป็นศาสนทูตแห่งอัลลอฮฺ ซึ่งการผู้ที่เข้ารับนับถือศาสนาอิสลามจะต้องปฏิญาณตนก่อนหนึ่งครั้ง หลังจากนั้นก็จะกล่าวคำปฏิญาณตนในการนมาซรายวัน

2. การนมาซ วันละ 5 ครั้ง

3. การถือศีลอดในเดือนรอมะฎอนทุกปี

4. การจ่ายซะกาต คือการบริจาคทรัพย์ตามส่วนที่กำหนดไว้ให้แก่ผู้ที่ยากจนเป็นต้น

5. การทำหัจญ์ในมักกะฮฺ หากมีความสามารถ

นอกจากนี้ยังกฏข้อบังคับอื่น ๆ อีก เช่น การญิฮาดในทางของอัลลอฮฺ เพื่อเผยแผ่และปกป้องศาสนาอิสลาม การสั่งใช้ในสิ่งที่ดี การสั่งห้ามในสิ่งที่เลวร้าย เป็นต้น

ศาสนวินัย

มุสลิมที่เพิ่งเข้ารับนับถือศาสนาอิสลาม จะต้องอาบน้ำและขริบปลายหนังองคชาติเพื่อรักษาความสะอาด เรียกว่าทำสุนัต และจะต้องละเว้นจากการทำผิดอันเป็นบาปมหันต์ดังต่อไปนี้

บาปมหันต์ในด้านความเชื่อ

1. การตั้งภาคีต่ออัลลอฮฺ อันเป็นการเสียสัตย์ต่อการปฏิญานตน (รุกุนอิสลามข้อแรก)
2. การแหนงหน่ายต่อความเมตตาของอัลลอฮฺ
3. การหมดหวังในความเมตตาต่ออัลลอฮฺ
4. การเชื่อว่าสามารถรอดพ้นจากการลงโทษของอัลลอฮฺ
5. การปฏิเสธคำสั่งสอนของศาสนทูตมุหัมมัด
6. การเรียนและทำคุณไสย
7. การเสี่ยงทาย ตรวจชะตา ดูดวง
8. การเชื่อและปฏิบัติตามความเชื่อของญาฮิลียะฮฺ ศาสนพิธี หรือขนบธรรมเนียมประเพณีของศาสนาอื่นที่ขัดแย้งกับอิสลาม
9. การทำอุตริในศาสนา ด้วยการเติมต่อหรือบั่นทอนศาสนพิธี หรือบทบัญญัติศาสนา
10. การหักห้ามกีดกันผู้อื่นไม่ให้เข้าสู่สัจธรรม
11. การหลอกหลวงผู้อื่นให้หลงทางออกจากสัจธรรม
12. การเนรคุณต่อคุณงามความดีและความโปรดปรานของอัลลอฮฺ
13. การกลับคืนสู่อวิชชาหลังจากได้เรียนรู้สัจธรรมอิสลามแล้ว

บาปมหันต์ในด้านวาจา

14. การพูดเท็จ
15. การสาบานเท็จ
16. การเป็นพยานเท็จ
17. การบ่ายเบี่ยงไม่ยอมให้การหรือเป็นพยาน
18. การใส่ร้ายผู้บริสุทธิ์ว่าทำผิดประเวณีหรือรักร่วมเพศ
19. การใส่ร้ายผู้อื่น

บาปมหันต์ในด้านทรัพย์สิน

20. การกินทรัพย์สินของลูกกำพร้าโดยอธรรม
21. การกินดอกเบี้ย
22. การปล้นสะดม
23. การขโมยลักทรัพย์
24. การเล่นการพนัน
25. การไม่ยอมจ่ายหนี้หรือเหนี่ยวรั้งทรัพย์สินของผู้อื่น
26. การฉ้อโกงทุกอย่างเพื่อให้ได้ทรัพย์สินของคนอื่นมาโดยทุจริตวิธี ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนหลอกลวง การโกงตาชั่ง การตวง หรือการวัด

บาปมหันต์ในด้านการบริโภค

27. การดื่มสุราเมรัยหรือทำการใดที่เกี่ยวข้องกับสุราเมรัย
28. การเสพยาเสพติดอันเป็นอันตรายต่อตนเองและผู้อื่น หรือทำการใดที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด
29. การบริโภคสิ่งที่ได้มาโดยทุจริตวิธี
30. การรับประทานซากสัตว์ เลือด เนื้อสุกร และสัตว์ที่ไม่ได้ถูกเชือดตามหลักศาสนา
31. การใช้ชีวิตอย่างฟุ่มเฟือย สุรุ่ยสุร่าย
32. การอยู่กับการละเล่นบันเทิง หรือการเปิดสถานที่เริงรมย์ให้ผู้คนมาใช้บริการ
33. การฟังหรือขับร้องเพลงและเล่นดนตรีในรูปแบบที่ผิดกฎบัญญัติอิสลาม

บาปมหันต์ในสัญญา

34. การผิดสัญญา
35. การทำลายไม่รับผิดชอบสิ่งที่ได้รับมอบหมาย

บาปมหันต์ในด้านการพิทักษ์ปกป้องศาสนา

36. การหนีออกจากสนามรบในสงครามศาสนา
37. การไม่ยอมออกร่วมรบ หรือสนับสนุนการรบเพื่อปกป้องศาสนา

บาปมหันต์เนื่องจากการละเมิดต่อรุกุนอิสลาม

38. การละทิ้งการนมาซรายวัน 5 เวลา
39. การไม่จ่ายซะกาต
40. การไม่ใยดีต่อการทำหัจญ์
41. การละทิ้งการถือศีลอดเดือนรอมะฎอน

บาปมหันต์อันเกี่ยวข้องกับกาม

42. การผิดประเวณีทุกรูปแบบ
43. การรักร่วมเพศระหว่างชาย
44. การรักร่วมเพศระหว่างหญิง
45. การเป็นพ่อสื่อแม่ชักให้คนทำผิดประเวณีหรืออนาจาร ไม่ว่าจะการเป็นแมงดาหรือแม่เล้าติดต่อให้แก่โสเภณี หรือการเปิดซ่องเพื่อบริการทางเพศ
46. การยินยอมให้ภรรยาและบุตรีของตนผิดประเวณี
47. การสำเร็จความใคร่ที่นอกเหนือจากการสมสู่กับคู่ครอง ไม่ว่าจะการสมสู่กับสัตว์ หรือสำเร็จความใคร่ด้วยตัวเอง

บาปมหันต์อันเกี่ยวข้องกับสังคม

48. การเข่นฆ่าสังหารชีวิตผู้ไม่มีความผิด
49. การเนรคุณต่อมารดาและบิดา
50. การตัดขาดจากญาติพี่น้อง
51. การก่อเหตุวุ่นวายในสังคม การก่อจลาจล จุดชนวนสงคราม ทำให้ผู้คนเข่นฆ่า หรือทะเลาะเบาะแว้งกัน
52. การทำสงครามในเดือนต้องห้ามทั้งสี่ คือ ซุลกออิดะฮฺ ซุลหิจญะฮฺ มุหัรรอม และรอญับ นอกจากจะเป็นฝ่ายถูกรุกราน
53. การเอาศัตรูของศาสนาอิสลามมาเป็นมิตร
54. การเคารพเชื่อฟัง ช่วยเหลือ หรือให้ที่พึ่งพาอาศัยแก่คนชั่ว คนอุตริ และคนหลงผิด
55. การขายอาวุธแก่ผู้ที่ก่อความไม่สงบสุขในสังคมหรือศัตรูศาสนา
56. การไม่สั่งให้ทำความดี การไม่ห้ามการทำความชั่ว
57. การกักตุนสินค้าจนทำให้ข้าวยากหมากแพง
58. การยุยงให้ผู้คนแตกแยกกัน
59. การนินทากาเล
60. การอิจฉาริษยาต่อผู้อื่น
61. การอวดโอ้
62. การเย่อหยิ่งทรนง แบ่งแยกชนชั้น ฐานันดร ชาติ ตระกูล สีผิว
63. การทำร้าย ก่อการความเจ็บปวด และการตั้งตัวเป็นศัตรูต่อศรัทธาชน
64. การพิพากษาคดีด้วยความฉ้อฉล
65. การไม่ช่วยเหลือผู้ถูกอธรรม
66. การชักชวน สนับสนุนให้คนอื่นทำบาป
67. การไม่ใยดีต่อการที่ตนได้ทำบาป ไม่คิดจะสำนึกผิด
68. การหักห้าม กีดกันไม่ให้คนอื่นทำดี
69. การทำบาปเล็กบาปน้อยจนเป็นกิจวัตร

บาปมหันต์อันเกี่ยวข้องกับชีวิตครอบครัว

70. ไม่กดขี่ เอารัดเอาเปรียบสตรี เช่น ด้วยการบังคับให้นางทำความผิด การเอานางมาเป็นมรดกสืบทอดเหมือนทรัพย์สิน การไม่ให้มรดกแก่ทายาทเพศหญิง
71. การไม่ให้สินสอดเมื่อสมรสกับนาง หรือเอาสินสอดคืนเมื่อหย่าร้างนาง
72. การที่ภรรยาฝ่าฝืนคำสั่งของสามี อันเป็นคำสั่งที่ไม่ได้ผิดหลักศาสนาอิสลาม

บาปมหันต์เกี่ยวกับการลบหลู่ดูหมิ่น

73. การลบหลู่ดูหมิ่นต่ออัลลอฮฺ
74. การลบหลู่ดูหมิ่นต่อศาสนทูต
75. การลบหลู่ดูหมิ่นต่อกะอฺบะฮฺและอัลมัสญิด อัลหะรอมในมักกะฮฺ
76. การลบหลู่ดูหมิ่นต่อมัสญิด
77. การการลบหลู่ดูหมิ่นต่อศาสนสถานอื่น ๆ
78. การล่วงละเมิดสิทธิของศรัทธาชนด้วยการล้อเล่น ลบหลู่ ดูหมิ่น เหยียดหยาม ด่าทอ

บาปในด้านการแต่งกายและเครื่องประดับ

79. การที่บุรุษสวมใส่ผ้าไหม
80. การใช้ภาชนะทำด้วยทองคำและเงิน
81. การที่บุรุษแต่งตัวเป็นสตรี และสตรีแต่งตัวเป็นบุรุษ
82. การแต่งกายที่ทำให้คนเข้าใจผิดว่าตนนับถือศาสนาอื่น

วัลลอฮฺอะห์ลัมบิศศอวาบ

อบูอิสรอฟีล

เป็นเพื่อน Line กับเรา