ประวัติ ปีใหม่ อิสลาม วันปีใหม่อิสลาม วันปีใหม่ของมุสลิม 

ประวัติ ปีใหม่ อิสลาม วันปีใหม่อิสลาม วันปีใหม่ของมุสลิม 
วันปีใหม่อิสลาม วันปีใหม่ของมุสลิม รู้จักกันในชื่อ ปีฮิจเราะฮ์ใหม่ หรือ ปีใหม่อาหรับ เป็นวันที่เป็นจุดเริ่มต้นของปีฮิจเราะฮ์ใหม่

ประวัติ ปีใหม่ อิสลาม วันปีใหม่อิสลาม วันปีใหม่ของมุสลิม 

วันปีใหม่อิสลาม วันปีใหม่ของมุสลิม รู้จักกันในชื่อ ปีฮิจเราะฮ์ใหม่ หรือ ปีใหม่อาหรับ เป็นวันที่เป็นจุดเริ่มต้นของปีฮิจเราะฮ์ใหม่ และเป็นวันแรกของปฏิทินอิสลาม หรือว่า วันที่ 1 เดือนมุฮัรรอม ต้นยุคอ้างอิงของปีฮิจเราะฮ์อยู่ที่ ค.ศ. 622 ซึ่งเป็นปีที่ศาสดามุฮัมมัดอพยพจากมักกะฮ์ไปยังมะดีนะฮ์ ที่รู้จักกันในชื่อ ฮิจเราะห์

ซึ่งพิธีศาสนาอิสลามทั้งหมด อาทิ ละหมาด ถือศีลอดในเดือนเราะมะฎอน ทำฮัจญ์ และเทศกาลต่าง ๆ ถูกคำนวณตามปฏิทินอิสลาม

องค์กรอิสลามบางแห่งขึ้นเดือนใหม่ (และปีใหม่) โดยการดูดวงจันทร์ สถาบันและประเทศอิสลามส่วนใหญ่ เช่น ซาอุดีอาระเบีย ใช้การคำนวณทางดาราศาสตร์เพื่อกำหนดปฏิทินอิสลามในอนาคต บางครั้ง การคำนวณที่แตกต่างกัน ทำให้มีความแตกต่างระหว่างวันในแต่ประเทศ 1 หรือ 2 วัน เช่น ปฏิทิน อุมมุลกุรอ ที่ใช้ในประเทศซาอุดีอาระเบียถูกปรับปรุงหลายครั้ง การปรับปรุงครั้งล่าสุดถูกนำเสนอในปี ฮ.ศ. 1423 (15 มีนาคม ค.ศ. 2002)

วันในปฏิทินอิสลาม เริ่มขึ้นตอนพระอาทิตย์ตก ตัวอย่างเช่น 1 มุฮัรรอม ฮ.ศ. 1432 อยู่ในวันที่ 7 หรือ 8 ธันวาคม ค.ศ. 2010 ในปฏิทินทางการ (ขึ้นอยู่กับประเทศ) สำหรับปฏิทินที่ใช้วิธีส่องดู การเห็นจันทร์ดับตอนดวงอาทิตย์ตกของวันที่ 6 ธันวาคม หมายความว่า วันที่ 1 มุฮัรรอม อยู่ตั้งแต่ช่วงดวงอาทิตย์ตกของวันที่ 6 ธันวาคมถึงช่วงดวงอาทิตย์ตกของวันที่ 7 ธันวาคม  ถ้าบริเวณนั้นไม่เห็นจันทร์ดับในวันที่ 6 ธันวาคม วันที่ 1 มุฮัรรอมอยู่ตั้งแต่ช่วงดวงอาทิตย์ตกของวันที่ 7 ธันวาคมถึงช่วงดวงอาทิตย์ตกของวันที่ 8 ธันวาคม

ปีฮิจเราะห์ศักราช ตามปฏิทินอิสลามนั้นถือตามทางจันทรคติ ซึ่งจะมีจำนวนวันใน แต่ละเดือน แตกต่างกับปฏิทินสากล คือ แต่ละเดือนตามปฏิทินอิสลามจะมี 29 หรือ 30 วันเท่านั้น จะไม่มีเดือนที่มี 28 วัน และ 31 วัน เหมือนปฏิทินสากล

ซึ่งถือตามทางสุริยคติ เมื่อครบ 1 ปี ตามปีปฏิทินอิสลามจำนวนวันในรอบ 1 ปี จะมีจำนวนวันน้อยกว่า จำนวนวันตามปีปฏิทินสากลประมาณ 10 วัน ดังนั้นวันขึ้นศักราชใหม่ หรือวันขึ้นปีใหม่ของอิสลามก็จะร่นเร็วขึ้นประมาณปีละ 10 วัน ทุกปี

การถือศีลอดของพี่น้องมุสลิม ซึ่งจะต้องถือศีลอดในเดือนรอมฎอน หรือเดือนที่ 9 ของปฏิทินอิสลามและการประกอบพิธีฮัจย์ ต้องกระทำในเดือนซุ้ลฮิจยะฮ์ หรือเดือนที่ 12 ของปฏิทินอิสลาม เดือนที่พี่น้องมุสลิมถือศีลอดหรือและทำพิธีฮัจย์ จึงหมุนเวียนไปเรื่อยๆ ซึ่งบางปีจะตรงกับฤดูหนาว บางปีตรงกับฤดูร้อน และบางปีก็ตรงกับฤดูฝน หมุนเวียนไปตลอดกาล ซึ่งเป็นฮิกมะฮ์(ความโปรดปราณ)จากเอกองค์อัลลอฮ์ อย่างหนึ่งที่พระองค์ทรงโปรดประทานแก่พี่น้องมุสลิม

ประวัติ ปีใหม่ อิสลาม วันปีใหม่อิสลาม วันปีใหม่ของมุสลิม 

ประวัติ ปีใหม่ อิสลาม วันปีใหม่อิสลาม วันปีใหม่ของมุสลิม

ความสำคัญของศักราชอิสลาม หรือฮิจเราะฮ์ศักราชถือเอาการอพยพของท่านนบีมุฮัมมัด และบรรดาผู้ที่เข้ารับนับถือศาสนาอิสลาม เมื่อ 1430 ปีที่ผ่านมา โดยอพยพย้ายจากการพำนักที่มหานครมักกะห์สู่นครมาดีนะฮ์ ซึ่งเดิมเรียกว่า “เมืองยัษริบ” ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นมาดีนะฮ์ตุลนบี เรียกสั้นๆ ว่า “มาดีนะฮ์” ซึ่งเป็นการย้ายถิ่นที่อยู่จากสถานที่ที่มีบรรยากาศแห่งการต่อต้านและทำลายล้างอิสลาม โดยชาวมักกะฮ์มาสู่บรรยากาศแห่งความเอื้ออารี ความมีภารดรภาพเดียวกันระหว่างชาวเมืองมาดีนะฮ์ที่มีจิตใจเต็มเปี่ยมด้วยความศรัทธาที่จะรับนับถือศาสนาอิสลาม กับชาวมักกะฮ์ผู้อพยพ

ทั้งนี้ เนื่องจากการที่ท่านนบีมุฮัมมัด ใช้เวลาในการเทศนาเผยแผร่เชิญชวนชาวมักกะฮ์ให้ศรัทธาในคำสอนของอัลลอฮ์ผู้เป็นพระเจ้าที่แท้จริง เพื่อให้หันกลับมายึดมั่นศรัทธาและประพฤติปฏิบัติตามแนวทางอิสลาม ละทิ้งการเคารพบูชาเจว็ด (รูปปั้น รูปเคารพ รูปสักการะ) และสิ่งงมงายต่างๆ ที่มนุษย์สร้างขึ้นมาเพื่อแสวงหาประโยชน์ให้แก่ตัวเองและพวกพ้อง ซึ่งท่านได้รับการต่อต้านจากชาวมักกะฮ์อย่างรุนแรงมาก ถูกข่มเหงรังแกจากชาวมักกะห์ที่เคารพบูชาเจว็ดต่างๆ จนในที่สุดมีการปองร้ายหมายเอาชีวิตของท่านนบีมุฮัมมัด

เพราะชาวมักกะฮ์ที่เป็นผู้ปฏิเสธศรัทธาเห็นว่า ศาสนาอิสลามกำลังจะแผ่ขยายมากขึ้นในมักกะฮ์ จึงพยายามจะทำร้ายถึงขั้นเอาชีวิตของท่านนบีมุฮัมมัด ดังนั้นอัลลอฮ์ จึงฮิดายะห์(ให้ทางนำ)ให้ท่านนบีมุฮัมมัด อพยพบรรดามุสลิมไปยังเมืองยัษริบ หรือเมืองมาดีนะฮ์ ตามที่พระองค์ทรงตรัสไว้ในอัลกุรอาน ซูเราะห์อัลอัมฟาลอายะห์(โองการ)ที่ 30 มีความหมายโดยสรุป ว่า

“เมื่อบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาที่เนรคุณได้ว่างแผนเพื่อกักกันเจ้าไว้ หรือฆ่าเจ้า หรือขับไล่เจ้าเพื่อไม่ให้มีโอกาสเผยแพร่ศาสนาอิสลาม แต่อัลลอฮ์ ได้ทรงวางแผนที่ประเสริฐยิ่งกว่าแผนใดๆ ทั้งมวล”

คือ ให้ท่านนบีมุฮัมมัด อพยพไปสู่เมืองมาดีนะฮ์ ซึ่งในการอพยพดังกล่าวนี้ ชาวมาดีนะฮ์ได้มีการติดต่อท่านนบีมุฮัมมัด มาก่อนหน้าที่จะอพยพแล้ว และมีแนวโน้มว่าชาวเมืองมาดีนะฮ์จะรับนับถือศาสนาอิสลามเป็นจำนวนมาก เมื่อมีการอพยพสู่นครมาดีนะฮ์ ได้มีการช่วยเหลือกันระหว่างชาวเมืองมะดีนะฮ์ เรียกว่า “อันศ๊อร” (ผู้ช่วยเหลือ) กับผู้อพยพที่เรียกว่า “มูฮาญิรีน” ท่านนบีมุฮัมมัด ได้ใช้ชีวิตในเมืองมาดีนะฮ์ เพื่อเผยแผ่อิสลามเป็นเวลา 10 ปี

ช่วงแรกพี่น้องมุสลิมในนครมาดีนะฮ์ต้องทำสงครามต่อสู้ป้องกันตัวจากการรุกรานของชาวมักกะฮ์ที่หมายจะทำลายล้างพลังของมุสลิมในเมืองมาดีนะฮ์ การทำสงครามนั้นส่วนใหญ่มุสลิมได้รับชัยชนะต่อผู้รุกรานที่ปฏิเสธอิสลาม มีเพียงครั้งเดียวเท่านั้นที่มุสลิมพ่ายแพ้ต่อชาวมักกะห์ คือสงครามอุฮุด ซึ่งเป็นสงครามที่ท่านนบีมุฮัมมัด ถูกทำร้ายจนบาดเจ็บ และมีมุสลิมหลายคนต้องเสียชีวิตในสมรภูมิแห่งนี้ อันเนื่องมาจากกำลังพลมุสลิมบางกลุ่มเห็นแก่ทรัพย์สินของศัตรูในสงคราม จนละทิ้งที่มั่นเป็นเหตุให้กองทัพของมักกะฮ์ ซึ่งคุมทัพโดยท่านคอลิด บินวะลีด โจมตีกองทัพมุสลิมจนแตกพ่าย (ในขณะนั้นท่านคอลิด ยังไม่ได้เข้ารับนับถืออิสลาม)

ในที่สุดชาวมักกะฮ์เองต้องยอมพ่ายแพ้ต่อพลังมุสลิม ยอมให้ท่านนบีมุฮัมมัด และผู้นับถือศาสนาอิสลามเข้ามหานครมักกะฮ์ โดยไม่มีการสู้รบต่อต้านจากชาวนครมักกะฮ์ แต่อย่างใด ท่านนบีมุฮัมมัด ได้ให้อภัยแก่ผู้ที่เคยเป็นศัตรูของท่านทุกคน มิได้มีการแก้แค้นต่อผู้ที่เคยทำร้ายท่าน และต่อมาผู้คนในแถบคาบสมุทรอาหรับก็เข้ารับนับถือศาสนาอิสลามด้วยความเลื่อมใสศรัทธาและเป็นประเทศมุสลิมในที่สุด

ศักราชของอิสลาม ใช้คำว่า ฮิจเราะห์ศักราช ใช้ตัวอักษรย่อว่า “ฮ.ศ.” คำว่า ฮิจเราะฮ์ หมายถึง “การอพยพ” คือ การอพยพของท่านนบีมุฮัมมัด และบรรดาสหายของท่านพร้อมกับชาวมุสลิมจากมักกะฮ์ไปสู่มาดีนะฮ์ หลังจากที่ท่านนบีมุฮัมมัดได้เสียชีวิต

ท่านคอลิฟะฮ์(กาหลิบ)อุมัร อิบนุคอฎฎ็อบ ผู้ปกครองอาณาจักรอิสลามคนที่สองต่อจากท่านอบูบักร์ ได้ปรึกษากันว่า อิสลามควรจะต้องมีการนับศักราชเพื่อใช้ในการกำหนดวัน เดือน ปี เช่นเดียวกับคริสตศักราช แต่การเริ่มศักราชของอิสลามจะเริ่มเมื่อใดนั้น ได้มีบรรดาอัครสาวกที่ใกล้ชิดของท่านนบีมุฮัมมัด และบรรดาผู้นับถือศาสนาอิสลามในเวลานั้นเสนอแนวทางในการกำหนดศักราชอิสลาม 4 แนวทางด้วยกัน คือ

1. เสนอให้ถือเอาปีเกิดของท่านนบีมุฮัมมัด เป็นปีเริ่มต้นศักราช

2. เสนอให้ถือเอาปีที่ท่านนบีมุฮัมมัด เริ่มเผยแพร่ศาสนาอิสลาม เป็นปีเริ่มต้นศักราช

3. เสนอให้ถือเอาปีที่ท่านนบีมุฮัมมัด อพยพจากเมืองมักกะฮ์สู่เมืองมาดีนะฮ์ เป็นปีเริ่มต้นศักราช

4. เสนอให้ถือเอาปีที่ท่านนบีมุฮัมมัด เสียชีวิต เป็นปีเริ่มต้น ศักราช

ข้อสรุปในที่ประชุมได้มีมติให้ถือเอาปีที่ท่านนบีมุฮัมมัด อพยพจากมหานครมักกะฮ์สู่นครมาดีนะฮ์ ซึ่งเป็นปีที่ท่านนบีมุฮัมมัด ถูกชาวมักกะฮ์ที่เคารพบูชาเจว็ด และสิ่งงมงายต่างๆ มุ่งหวังจะเอาชีวิต และเมื่ออพยพสู่นครมาดีนะฮ์นั้น ชาวเมืองมาดีนะฮ์ได้ให้การต้อนรับเป็นอย่างดี พร้อมทั้งเข้ารับนับถือศาสนาอิสลามเป็นจำนวนมาก และเป็นปีที่มีความสำคัญในการเริ่มแผ่ขยายการเผยแพร่ศาสนาอิสลามจนประสบกับความสำเร็จในเวลาต่อมา จึงเริ่มต้นนับศักราชของอิสลามตั้งแต่ปีที่ท่านนบีมุฮัมมัด และบรรดามุสลิมได้อพยพจากมักกะฮ์สู่มาดีนะฮ์ คือ ฮิจเราะห์ศักราช (ฮ.ศ.) นับแต่นั้นเป็นต้นมา

ประวัติ ปีใหม่ อิสลาม วันปีใหม่อิสลาม วันปีใหม่ของมุสลิม 

วันปีใหม่อิสลาม วันปีใหม่ของมุสลิม  ความสำคัญของเดือนมุฮัรรอม

เดือนมุฮัรรอมเป็นเดือนที่หนึ่งของปฎิทินอิสลาม เป็นเดือนหนึ่งในสี่เดือนที่ฮารอม(ต้องห้าม)

ได้แก่ เดือนซุ้ลกอดะฮ์ (เดือนที่11) เดือนซุลฮิจยะฮ์ (เดือนที่12 เดือนการทำฮัจย์) เดือนมุฮัรรอม (เดือนที่1) และเดือนรอญับ (เดือนที่7) นักวิชาการส่วนใหญ่มีทัศนะว่าเดือนฮารอมที่ประเสริฐที่สุดได้แก่เดือนมุฮัรรอม

สิ่งที่ควรปฏิบัติในเดือนมุฮัรรอม คือการถือศีลอดในวันที่ 10 มุฮัรรอม

วันที่สำคัญในเดือนมุฮัรรอมคือวันที่ 10 เรียกวันนี้ว่าวันอาชูรอ สิ่งที่ควรปฏิบัติในวันอาชูรอคือการถือศีลอด เพราะเป็นวันที่อัลลอฮ์ได้ให้ความปลอดภัยแก่ท่านนบีมูซา(โมเสส) และชาวบนีอิสรออีล และเป็นวันที่อัลลอฮ์ได้ให้ ฟิรอูน(ฟาโรห์) กับพรรคพวกของเค้าจมน้ำตาย

การเฉลิมฉลองปีใหม่ในอิสลาม

แม้ว่าเดือนมุฮัรรอมจะเป็นเดือนที่หนึ่งในปฏิทินอิสลาม แต่ก็ไม่มีบัญญัติให้มีการเฉลิมฉลองวันขึ้นปีใหม่แต่อย่างใด วันสุดท้ายของเดือนซุลฮิจยะฮ์ และวันที่ 1 เดือนมุฮัรรอมของทุกปี จึงเป็นวันทำการปกติของโลกมุสลิมโดยทั่วไป และไม่พบว่ามีประเทศมุสลิมประเทศใดกำหนดให้2วันนี้เป็นวันหยุด หรือมีการจัดงานเฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่แต่อย่างใด อย่างไรก็ตามอิสลามได้กำหนดให้มุสลิมมีวัน 2 วันสำหรับการเฉลิมฉลอง คือวันที่ 1 ของเดือนเชาวาล(เดือนที่10หลังเทศกาลถือศีลอดเดือนรอมฎอน) เรียกว่าวันอิดิลฟิตรี และวันที่ 10 เดือนซุลฮิจยะฮ์ (เดือนที่12 เดือนการทำฮัจย์) เรียกว่าวันอิดิลอัฎฮา มุสลิมจะใช้วันทั้งสองวันนี้เพื่อเฉลิมฉลองแทนวันขึ้นปีใหม่ ถ้าจะให้เข้าใจกันง่ายๆคือ มุสลิมถ้าเป็นเรื่องในทางศาสนา ทุกอย่าง ถ้าหากไม่มีหลักฐานอนุญาติ จากอัลกุรอานหรือไม่มีหลักฐานยืนยันการปฎิบัติของท่านศาสดามุฮัมมัด หรือสหายของท่าน หรือความเห็นจากบรรดานักปราชญ์แห่งยุคสมัย เกี่ยวกับพิธีการต่างๆของศาสนา ก็จะไม่มีการอุตริทำพิธีขึ้นมาเองครับ ที่เราเห็นทุกวันนี้ว่าทำไมมุสลิมปฎิบัติเหมือนกันทั่วโลก ก็เพราะสิ่งที่ปฎิบัติหรือกระทำต้องมีจากอัลกุรอาน และการกระทำจากท่านนบีมุฮัมมัด หรือบรรดาสหายของท่าน และบรรดาปราชญ์ที่มีทรรศนะไม่ขัดกับหลักการครับ

ดังนั้น ไม่มีอิสลามแบบไทย อิสลามแบบอาหรับ อิสลามแบบยุโรบ อิสลามแบบอัฟริกา มุสลิมมีแบบอย่างเดียวคือ แบบอย่างจากท่านนบีมุฮัมมัด