สลามยามเช้า การทักทายแบบมุสลิม


สลามยามเช้า การทักทายแบบมุสลิม เรียกว่า หรือการให้สลาม เพราะการให้สลาม หรือรับสลามเป็นการขอดุอาอฺ (การวิงวอน)...


สลามยามเช้า การทักทายแบบมุสลิม

การทักทายแบบมุสลิม เรียกว่า หรือการให้สลาม เพราะการให้สลาม หรือรับสลามเป็นการขอดุอาอฺ (การวิงวอน)

"อัสสลามุอะลัยกุม วะเราะมะตุลลอฮฺ วะบะเราะกาตุฮฺ"

แปลว่า : "ขอความสันติสุข, ความเมตตา และความจำเริญจากพระองค์อัลลอฮฺจงประสบแด่ท่าน"

ผู้ได้ยิน จะต้องรับว่า

" วะอะลัยกุมุสลาม วะเราะมาตุลลอฮฺ วะบะเราะกาตุฮฺ "

แปลว่า  "ขอความสันติสุข, ความเมตตา และความจำเริญจากพระองค์อัลลอฮฺจงประสบแด่ท่านเช่นกัน"

ซึ่งถ้ามีมุสลิมผู้ใด กล่าวสลาม แล้วจำเป็น(วาญิบ) ที่มุสลิมที่ได้ยินนั้น ต้องรับสลาม

- ท่านนบีมูฮัมมัด ศอลลอลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ระบุว่า หากกล่าว "อัสสลามุอะลัยกุม วะเราะมะตุลลอฮฺ วะบะเราะกาตุฮฺ"

เช่นนี้ผู้กล่าวได้ 30 ผลบุญ

- แต่ถ้าให้สลามโดยกล่าวว่า

"อัสสลามุอะลัยกุมวะเราะมะตุลลอฮฺ" ท่านนบีระบุว่าคนกล่าวได้ 20 ผลบุญ

- และส่วนบุคคลใดกล่าว "อัสสลามุอะลัยกุม" เขาจะได้ 10 ผลบุญ

- "วัสสลามมุอะลัยกุม" ก็มักจะใช้เมื่อเราจะจากกัน

-และเมื่อมีผู้ฝากสล่ามมาถึง หมายถึง บุคคลที่ 1 ฝากสล่าม ไปถึงบุคคลที่ 3 โดยฝากไปกับบุคคลที่ 2 ต้องตอบรับว่า

"วะอะลัยกะ อะลัยฮิสสลาม "

หมายความว่า "ขอความสันติ ความเมตตาจงมีแด่ผู้ให้(ฝากมา) และผู้นำ(ผู้รับฝาก)มาเช่นกัน "

ถ้ามีผู้ที่ไม่ใช่มุสลิมเข้ามากล่าวสลาม ให้นั้น ต้องบอกเขาว่า ไม่สามารถกระทำได้ แม้ว่าจะเป็นการหวังให้เขาได้รับความรู้สึกดีๆ  เพราะการให้สล่ามและการรับสล่ามนั้นเป็นการขอดุอา (วิงวอน)
ต่อพระเจ้า (อัลลอฮฺ ซุบบะฮานะฮูวะตะอาลา ) ของผู้ที่นับถืออิสลาม

สำหรับผู้ที่สนใจอิสลาม แต่ยังไม่ได้เข้ารับอิสลาม
หรือ ถ้ามีมุสลิมมากล่าวสล่าม (เพราะคิดว่า อีกฝ่ายเป็นมุสลิม) ผู้ที่ไม่ใช่มุสลิมก็สามารถบอกไปได้ว่า ขอโทษค่ะ /ครับ มิใช่มุสลิมคะ/ครับ เป็นการแสดงให้เขาเห็นว่า เราแสดงความบริสุทธิ์ใจกับเขาด้วยค่ะ
หากแต่จะ จับมือทักทาย  (เฉพาะเพศเดียวกันเท่านั้น) สามารถทำได้

แล้ว บอกเพื่อนไปได้ค่ะ ว่า ที่ทำไปเพราะไม่รู้เพราะอยากให้เพื่อนรู้สึกดี แต่ตอนนี้ทราบแล้ว และเรากำลังศึกษาอิสลามอยู่นะคะ แค่นี้ เพื่อนคุณก็จะรู้สึกดีมากๆแล้วค่ะ เพราะคุณกำลังสนใจศาสนาของเพื่อนคุณเคารพศรัทธาอยู่นั่นเองค่ะ เขาจะยิ่งอยากช่วยเหลือให้ความรู้กับคุณค่ะ

การทักทายแบบมุสลิม มารยาทในการให้สลาม

- เด็กให้กับผู้ใหญ่ แต่ผู้ใหญ่ก็สามารถทักทายเด็กก่อนได้ เพราะเป็นการฝึกฝนให้เด็กได้รู้จักเรียนรู้สิ่งที่ดีในอิสลาม

- คนที่เิดินให้กับคนที่นั่ง

- ก่อนเข้าบ้านควรที่จะให้สล่ามก่อน   หรือก่อนเข้าบ้านใครก็ให้สล่ามก่อน อย่าดุ่มๆเข้าไปพร้อมให้สล่ามทันที เพราะเจ้าของบ้าน อาจจะยังแต่งกายไม่เรียบร้อยหรือติดธุระหรือไม่อยู่บ้าน

- หญิงควรให้กับหญิง ชายควรให้กับชาย แต่ชายและหญิงสามารถให้สล่ามกันได้

- ถ้ามีมุสลิมอยู่รวมกับผู้ไม่ใช่มุสลิม สามารถกล่าวสล่ามได้

- ผู้ที่ให้สล่ามก่อนประเสริฐกว่า

หลีกเลี่ยงการให้สล่ามในสถานการณ์ ต่อไปนี้

- คนที่กำลังสนใจกุรอาน อ่านกุรอานอยู่

- ใครที่กำลังกล่าวคำบรรยายหรือฟังคำปราศัยหรืิอเทศนาอยู่

- เมื่อคนกำลังอะซาน(ทำการเรียกร้องสู่การละหมาด)

- ครูที่กลังสอนหนังสือ

- คนที่กำลังทำกิจธุระ (ขับถ่าย)

อย่ากล่าวสลามกับบุคคลต่อไปนี้

- ผู้ที่กำลังทำสิ่งชั่วช้าที่อิสลามห้ามไว้

- ผู้ที่โจมตีให้ร้ายอิสลาม บิดเบือนศาสนา หรือเอาศาสนามาพูดตลก

- ผู้ที่ปลุกปั่น ยุยงให้คนเกลียดและต่อต้านอิสลาม

ด้วยความเคารพ

วัสสลามมุอะลัยกัม

-----------

การ ทักทาย เป็นมารยาททางสังคมอีกประการหนึ่ง ซึ่งแสดงออกถึงความผูกพัน ความมีมิตรไมตรี และความสมานฉันท์กันของผู้คน

ดังนั้น ผู้คนในสังคมต่าง ๆ จึงมีวิธีการและคำทักทายตลอดจนมารยาทในการทักทายเป็นส่วนหนึ่งของ วัฒนธรรม มุสลิมก็เป็นอีกประชาคมหนึ่ง ซึ่งมีวัฒนธรรมของตนเองในการทักทาย และอิสลามได้กำหนดมารยาทในการทักทายให้ แก่มุสลิมให้ปฏิบิติดังนี้ :-

1.  คัมภีร์กุรอานกำหนดให้มุสลิมกล่าวคำว่า "อัสสะลามุอะลัยกุม" (ขอความสันติจงมีแด่ท่าน) เมื่อพบปะพี่น้องมุสลิมด้วยกัน และเป็นหน้าที่สำหรับผู้ได้รับคำทักทายดังกล่าว จะต้องกล่าวตอบรับว่า "วะอะลัยกุมุสสะลาม"(ขอความสันติจงมีแด่ท่านเช่นกัน) เป็นอย่างน้อย แต่ถ้าจะให้ดีกว่านี้ ก็ให้กล่าวต่อจากนั้นเพิ่มไปอีกว่า "วะเราะฮฺมะตุลลอฮิ วะบะเราะกาตุฮฺ" (และความเมตตาของอัลลอฮฺและความจำเริญจากพระองค์จงเป็นของท่าน) อย่างไรก็ตาม ควรพยายามที่จะเป็นผู้กล่าวสลามก่อน

2.  การจับ มือกันหลังการทักทายจะช่วยกระชับความสัมพันธ์ให้ดียิ่งขึ้น โดยผู้ชายจะจับมือกับผู้ชาย และหญิงจับมือกับผู้หญิงเท่านั้น ห้าม ชายและหญิง จับมือกันในการทักทาย(ไม่ว่าจะมีสิ่งอื่นปิดกั้นหรือไม่ จะเอาผ้ามารองหรือใส่ถุงมือก็ตาม หากถือว่าการเอาสิ่งอื่นมารองถือว่าจับมือได้แล้ว อวัยวะส่วนอื่นที่ห้ามสัมผัสหากมีผ้าหรือสิ่งอื่นมาปิดกั้นถือว่าใช้ได้กะ นั้นหรือ?) เว้นแต่จะเป็นญาติพี่น้องร่วมสายโลหิต หรือบุคคลที่เรามิอาจแต่งงานด้วยได้เท่านั้น การจับมือควรจับให้กระชับพอดี ไม่ใช่แค่ใช้ปลายนิ้วแตะกัน หรือบีบมือจนแน่นเกินไป

3.  เมื่อ เข้าบ้าน ก็ให้กล่าวสลามแก่สมาชิกในครอบครัว และก่อนที่จะเข้าบ้านคนอื่น ก็ให้สลามแก่คนในบ้านนั้นเสียก่อน และกล่าวสลามอีกครั้งหนึ่งเมื่อตอนจะกลับ 

4.  ถึงแม้จะเป็นมารยาทที่ผู้น้อยจะต้องกล่าวสลามแก่ผู้ใหญ่ แต่การกล่าวสลามแก่เด็ก

เล็ก ๆ ก็ไม่เป็นที่ต้องห้ามหรือเสียหาย ในทางตรงกันข้าม มันกลับการเป็นการดีเสียอีก เพราะการกระทำเช่นนั้น เป็นการฝึกเด็ก ๆ ให้รู้จักมักคุ้นกับวัฒนธรรมในการทักทายของอิสลาม 

5.  ผู้หญิงอาจกล่าวสลามทักทายผู้ชายเช่นเดียวกับผู้ชายก็สามารถที่จะกล่าวสลามทักทายผู้หญิงได้เช่นกัน 

6.   ผู้น้อย จะต้องกล่าวคำสลามต่อผู้ใหญ่ ผู้ที่เดินอยู่จะต้องกล่าวสลามแก่ผู้ที่นั่งอยู่ คนหมู่น้อยจะกล่าวสลามแก่คนหมู่มาก ผู้ที่อยู่บนยานพาหนะจะต้องกล่าวสลามแก่ผู้ที่เดินหรือนั่งอยู่ข้างทาง

7.  การกล่าวคำว่า "อัสสะลามุอะลัยกุม" เป็นการให้เกียรติแก่ผู้ที่ถูกทักทายอย่างดีที่สุดแล้ว ดังนั้น จึงไม่ต้องเอ่ยชื่อของผู้ที่เราทักทายอีก 

8.  ถ้า หากมีโอกาสที่จะฝากให้ใครกล่าวสลามแก่ญาติผู้ใหญ่หรือญาติมิตรเพราะเราไม่ สามารถที่จะไปพบได้ ก็จงฉกฉวยโอกาสนั้นฝากสลามไปถึงบุคคลที่เราต้องการ 

9.  อนุญาตให้กล่าวสลามแก่ที่ชุมนุมที่มีทั้งมุสลิมและมิใช่มุสลิมอยู่ร่วมกันได้ 

10.  เมื่อ ท่านศาสดามุฮัมมัดส่งสารไปยังจักรพรรดิเฮราคลีอุสแห่งอาณาจักรโรมัน เพื่อเชิญชวนให้เข้ารับอิสลาม ท่านได้ใช้คำทักทายจักรพรรดิคริสเตียนว่า "สะลามุ อะลา มะนิตตะบะอัล หุดา" (สันติจงมีแด่ ผู้ปฏิบัติตามทางนำ) 

11. เมื่อเพื่อนพ้อง หรือญาติใกล้ชิดหรือผู้อาวุโส กลับมาจากการเดินทางไกล โดยเฉพาะเมื่อกลับมาอุมเราะฮหรือฮัจญ์ จงกล่าวสลาม และสวมกอด 

12. เมื่อเดินผ่านสุสาน (กุบูร) ฝังศพมุสลิม ให้กล่าวสลามแก่ผู้ที่อยู่ในสุสานว่า "อัสสะลามุ อะลัยกุม ยาอะฮลัล กุบูร" (ขอความสันติจงมีแด่ท่าน โอ้ ชาวสุสาน) 

จงหลีกเลี่ยงการกล่าวสลามภายใต้สถานการณ์ดังต่อไปนี้ :

1.       เมื่อคนกำลังสนใจอยู่กับการอ่าน ฟัง หรือกำลังสอนกุรอาน

2.       เมื่อใครกำลังกล่าวหรือฟังคำปราศรัยหรือคำเทศนาอยู่

3.       เมื่อใครบางคนกำลังอะซาน หรือตักบีร

4.       เมื่อผู้คนกำลังพูดคุยกันถึงเรื่องบทบัญญัติของอัลลอฮฺ

5.       เมื่อครูกำลังสอนหนังสือ

6.       เมื่อคนกำลังถ่ายปัสสาวะหรืออุจจาระ

อย่ากล่าวสลามให้แก่บุคคลที่กำลังทำสิ่งต่อไปนี้ :

1.       ผู้ที่กำลังทำสิ่งชั่วช้าลามกที่อิสลามได้ห้ามไว้

2.       ผู้ที่กล่าวโจมตีให้ร้าย บิดเบือนศาสนา หรือเอาศาสนามาพูดเป็นเรื่องตลก

3.       ผู้ที่พูดปลุกปั่นยุยงให้คนเกลียดและต่อต้านศาสนา ไม่เพียงแต่จะต้องไม่กล่าวสลามให้แก่คนดังกล่าวมาเท่านั้น ท่านจะต้องแสดงความรังเกียจการกระทำ และผู้กระทำเช่นนั้นด้วย

อัพเดทล่าสุด