ความสำคัญทางประวัติศาสตร์และจิตวิญญาณ
ความหมายของปีใหม่อิสลามไม่ได้ผูกโยงกับวันประสูติของศาสดา หรือการเฉลิมฉลองชัยชนะทางการเมือง หากแต่เริ่มต้นนับจากเหตุการณ์ "ฮิจเราะห์" หรือการอพยพของท่านนบีมูฮัมหมัด (ซ.ล.) พร้อมด้วยบรรดาอัครสาวก จากเมืองมักกะฮ์สู่เมืองมะดีนะฮ์ การอพยพครั้งนั้นคือจุดเปลี่ยนสำคัญในการปกป้องหลักศรัทธา และเป็นสารตั้งต้นในการสร้างสังคมมุสลิมที่เข้มแข็งและเป็นปึกแผ่น
นอกจากนี้ ในเดือนมุฮัรร็อมยังมีวันสำคัญที่เรียกว่า "วันอาชูรออ์" (วันที่ 10 ของเดือน) ซึ่งเป็นวันที่พระผู้เป็นเจ้าทรงแหวกทะเลแดง เพื่อช่วยชีวิตท่านนบีมูซา (โมเสส) และชาวยิวให้รอดพ้นจากกษัตริย์ฟิรcontextโอน (ฟาโรห์) ผู้กดขี่ ด้วยเหตุนี้ มุสลิมจึงนิยมปฏิบัติ "สุนัต" หรือการถือศีลอดโดยสมัครใจในวันที่ 9 และ 10 ของเดือน เพื่อแสดงความขอบคุณต่อความเมตตาของพระองค์
ปฏิทินอิสลาม VS ปฏิทินสากล: ความต่างบนความศรัทธา
แม้จะขึ้นปีใหม่เหมือนกัน แต่ "ปีใหม่อิสลาม" มีอัตลักษณ์ที่แตกต่างจาก "ปีใหม่สากล" อย่างสิ้นเชิง ทั้งในมิติของเวลาและรูปแบบการรำลึก
ระบบการนับเวลา: ปีใหม่สากลยึดตามระบบสุริยคติ (โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์) มี 365-366 วัน วันที่ 1 มกราคมจึงตรงกันในทุกๆ ปี ขณะที่ปีใหม่อิสลามยึดตามระบบจันทรคติ (ดวงจันทร์โคจรรอบโลก) มีประมาณ 354-355 วัน ทำให้วันปีใหม่อิสลามจะขยับเลื่อนเร็วขึ้นประมาณ 11 วันในทุกๆ ปีเมื่อเทียบกับปฏิทินสากล
จุดเปลี่ยนผ่านของวัน: ในขณะที่ปีใหม่สากลจะนับการเริ่มต้นวันใหม่ที่เวลาเที่ยงคืน (00:00 น.) แต่วันใหม่ของอิสลามจะเริ่มต้นทันทีที่ "ดวงอาทิตย์ตกดิน"
วิถีแห่งการรำลึก: ภาพจำของปีใหม่สากลคืองานเลี้ยงรื่นเริง เสียงดนตรี และการนับถอยหลัง (Countdown) แต่สำหรับปีใหม่อิสลาม วันแรกของเดือนมุฮัรร็อมคือช่วงเวลาแห่งความสงบ มุสลิมจะร่วมกันขอพร (ดุอาอ์) เข้ามัสยิดเพื่อฟังธรรม และใช้เวลาไตร่ตรองถึงความผิดพลาดในปีที่ผ่านมา พร้อมตั้งมั่นที่จะพัฒนาคุณธรรมความดีงามในปีถัดไป
เดือนมุฮัรร็อมจึงไม่ใช่เพียงแค่การเปลี่ยนผ่านของตัวเลขบนปฏิทิน แต่เป็นหมุดหมายเตือนใจให้มุสลิมทุกคนตระหนักถึงคุณค่าของเวลา การเสียสละเพื่อศรัทธา และเป็นโอกาสอันดีในการเริ่มต้นขัดเกลาจิตใจให้เข้าใกล้ความดีงามตามอนุมัติของพระผู้เป็นเจ้าอีกครั้ง