ทำไมมุสลิมไม่กินหมู? คำตอบอยู่ที่นี่ ตอนที่ 2

ทำไมมุสลิมไม่กินหมู? คำตอบอยู่ที่นี่ ตอนที่ 2
ทำไมมุสลิมไม่กินหมู? คำตอบอยู่ที่นี่ ตอนที่ 2

ทำไมมุสลิมไม่กินหมู? คำตอบอยู่ที่นี่ ตอนที่ 2

บทความโดย: ผศ.ดร. วิศรุต เลาะวิถี

หนึ่งในคำถามที่ผู้คนมักสงสัยเมื่อพูดถึงศาสนาอิสลาม คือ “ทำไมมุสลิมถึงไม่กินหมู?” เพราะในหลายวัฒนธรรม หมูเป็นอาหารที่พบได้ทั่วไป และถือว่าอร่อยหรือมีคุณค่าทางโภชนาการ แต่สำหรับมุสลิมทั่วโลก การละเว้นการบริโภคหมู มิใช่เพียงเรื่องของรสชาติหรือสุขภาพเท่านั้น หากเป็นเรื่องของ “ความเชื่อ ศรัทธาธรรม และการปฏิบัติตามพระบัญชาของพระเจ้า (อัลลอฮ์)”

หลักการสำคัญของศาสนาอิสลามมาจาก “อัลกุรอาน” ซึ่งเป็นคัมภีร์หลักที่มุสลิมเชื่อว่า เป็นถ้อยคำโดยตรงจากพระเจ้า ในหลายโองการของอัลกุรอาน ได้มีข้อห้ามชัดเจนว่า “ห้ามบริโภคเนื้อหมู” เช่น ในซูเราะฮ์ อัล-บะเกาะเราะฮ์ ได้กล่าวถึงอาหารที่เป็นสิ่งต้องห้าม ซึ่งรวมถึง “เนื้อหมู” ไว้อย่างชัดเจน

สำหรับมุสลิมแล้ว เหตุผลสำคัญที่สุดคือ “อัลลอฮ์ทรงห้าม” จึงไม่จำเป็นต้องตั้งคำถามว่า ทำไมสิ่งนั้นถึงไม่ดี เพราะการเชื่อฟังพระผู้สร้างถือเป็นรากฐานของศรัทธา ซึ่งคล้ายกับผู้ศรัทธาในศาสนาอื่นที่ปฏิบัติตามคำสอนของพระเจ้า แม้บางเรื่องอาจเกินความเข้าใจทางเหตุผลในยุคนั้น

ทำไมมุสลิมไม่กินหมู? คำตอบอยู่ที่นี่ ตอนที่ 2

นอกจากเหตุผลทางศาสนาแล้ว นักวิชาการหลายท่านมองว่า คำสั่งห้ามกินหมูยังมีความเกี่ยวข้องกับประเด็นด้าน “สุขอนามัย” และ “จริยธรรมการบริโภค”

หมูเป็นสัตว์ที่กินได้แทบทุกอย่าง รวมถึงสิ่งปฏิกูล ทำให้ในสมัยก่อน—ก่อนจะมีระบบกำจัดของเสียและการเลี้ยงสัตว์แบบทันสมัย—หมูมีความเสี่ยงสูงต่อการแพร่พยาธิหรือโรคต่าง ๆ เช่น พยาธิตัวกลมและพยาธิตัวตืด ซึ่งสามารถเข้าสู่ร่างกายมนุษย์หากเนื้อหมูสุกไม่ทั่ว
แม้เทคโนโลยีการผลิตในปัจจุบัน จะช่วยลดความเสี่ยงเหล่านี้ได้มาก แต่สำหรับมุสลิม เหตุผลด้านศาสนาก็ยังคงมีน้ำหนักที่สุด เพราะกฎเกณฑ์ของศาสนาอิสลาม มิได้เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย แต่ตั้งอยู่บนหลักของความเชื่อฟัง และการเคารพต่อพระประสงค์ของพระผู้สร้าง

สำหรับมุสลิม การละเว้นจากการบริโภคสิ่งที่ห้าม ถือเป็นแบบฝึกหัดทางจิตวิญญาณที่สำคัญ การปฏิบัติในเรื่องอาหารสะท้อนถึง “ความยำเกรง (ตักวา)” และ “การควบคุมตนเอง” เพราะในชีวิตประจำวัน มุสลิมอาจต้องเผชิญอาหารมากมายที่ไม่ฮาลาล (ไม่อนุมัติในศาสนา) เช่น เนื้อหมู หรือผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมจากหมู การเลือกบริโภคสิ่งที่ฮาลาล จึงเป็นหนึ่งในวิธีที่มุสลิมใช้แสดงถึงความจงรักภักดีและความเชื่อมั่นในศาสนา

ในโลกที่ผู้คนต่างมีศาสนาและวัฒนธรรมหลากหลาย การเคารพและเข้าใจสิ่งที่ผู้อื่นยึดถือเป็นสิ่งจำเป็น การไม่กินหมูของมุสลิม มิได้สะท้อนถึงการรังเกียจหรือไม่ยอมรับวิถีชีวิตของผู้อื่น แต่เป็นเพียงการปฏิบัติตามหลักศาสนาของตน ดังนั้น การจัดอาหาร การเชิญร่วมงานเลี้ยง หรือการอยู่ร่วมกันในครอบครัวและที่ทำงาน จึงควรมีการสื่อสารและคำนึงถึงความเชื่อของกันและกัน เพื่อมิให้เกิดความเข้าใจผิด หรือความรู้สึกไม่สบายใจต่อกัน

ตัวอย่างเล็ก ๆ เช่น การจัดอาหารที่มีเมนูปลา หรือไก่ที่ได้รับการเชือดและปรุงแบบฮาลาล แทนหมูในงานเลี้ยง ถือเป็นการแสดงน้ำใจที่ช่วยสร้างสายสัมพันธ์อันดีระหว่างคนต่างศาสนา ซึ่งเป็นหัวใจของสังคมพหุวัฒนธรรมที่อยู่ร่วมกันอย่างสันติ

สรุปได้ว่า การที่มุสลิมไม่กินหมู มิได้เป็นเพียงข้อห้ามทางศาสนา แต่เป็นการสะท้อนถึง “ความศรัทธา ความมีวินัย และการเคารพในพระบัญชา” เช่นเดียวกับหลักการในศาสนาอื่นที่มุ่งให้มนุษย์ดำเนินชีวิตด้วยความบริสุทธิ์และยำเกรงต่อพระผู้สร้าง การเข้าใจในมุมมองนี้ จะช่วยให้เรามองเห็นว่า ศาสนาอิสลามมิได้เพียงกำหนดสิ่งที่ “ห้าม” แต่ยังปลูกฝังแนวทางการใช้ชีวิตที่เน้นความสะอาด ความมีศีลธรรม และการอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างเคารพในศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์อีกด้วย

บทความที่น่าสนใจ