แดร็กคูล่าตัวจริงกับมุฮัมมัด อัลฟาติหฺ: จากเจ้าชายตัวประกันสู่สงครามแย่งอำนาจ

แดร็กคูล่าตัวจริงกับมุฮัมมัด อัลฟาติหฺ: จากเจ้าชายตัวประกันสู่สงครามแย่งอำนาจ
ก่อนชื่อ “แดร็กคูล่า” จะกลายเป็นตำนานผีดูดเลือด ชื่อนี้เคยเป็นของวลาดที่ 3 เจ้าผู้ครองแคว้นวัลลาเชีย ในดินแดนโรมาเนียปัจจุบัน เขามีชีวิตอยู่ในศตวรรษที่ 15 ยุคที่รัฐเล็กต้องรักษาอำนาจท่ามกลางการแข่งขันระหว่างฮังการีกับจักรวรรดิออตโตมัน

ชื่อ “แดร็กคูล่า” สืบเนื่องจากบิดาของเขา วลาดที่ 2 ผู้เป็นสมาชิกภาคีมังกรและได้รับสมญา “ดราคูล” ชื่อของบุตรจึงมีความหมายว่า “บุตรแห่งดราคูล” หรือ “บุตรแห่งมังกร” ส่วนฉายา “วลาดจอมเสียบ” มาจากการใช้วิธีประหารด้วยการเสียบหลัก ซึ่งสร้างความหวาดกลัวและกลายเป็นภาพจำของเขาในประวัติศาสตร์ ไม่ได้มีต้นกำเนิดจากเรื่องผีดูดเลือด (National Geographic)

เมื่อยังเยาว์วัย วลาดกับราดู น้องชาย ถูกส่งไปอยู่กับออตโตมันในฐานะตัวประกันเพื่อค้ำประกันความภักดีของบิดา ต่อมาทั้งสองกลับเลือกเส้นทางต่างกัน วลาดต่อสู้เพื่อครองวัลลาเชีย ขณะที่ราดูอยู่ฝ่ายออตโตมันและกลายเป็นคู่แข่งชิงบัลลังก์ของพี่ชาย ความสัมพันธ์นี้จึงผูกทั้งการเมืองระหว่างรัฐและความขัดแย้งภายในครอบครัวเข้าด้วยกัน (ประวัติวลาดที่ 3)

อีกฝ่ายคือ มุฮัมมัด อัลฟาติหฺ หรือสุลต่านเมห์เมดที่ 2 พระโอรสของสุลต่านมุรอดที่ 2 ประสูติในปี ค.ศ. 1432 พระองค์ขึ้นครองราชย์ครั้งแรกตั้งแต่วัยเยาว์ ก่อนกลับมาครองอำนาจในปี ค.ศ. 1451 และพิชิตคอนสแตนติโนเปิลในปี ค.ศ. 1453 ขณะมีพระชนมายุเพียง 21 ปี ชัยชนะครั้งนั้นทำให้ทรงเป็นที่รู้จักในนาม “อัลฟาติหฺ” หรือ “ผู้พิชิต” และทำให้ออตโตมันมีฐานอำนาจสำคัญระหว่างยุโรปกับเอเชีย (ประวัติเมห์เมดที่ 2)

ความขัดแย้งกับวลาดรุนแรงขึ้นเมื่อวลาดปฏิเสธส่งบรรณาการและโจมตีดินแดนของออตโตมันทางใต้ของแม่น้ำดานูบ ในปี ค.ศ. 1462 เมห์เมดที่ 2 จึงนำทัพเข้าสู่วัลลาเชีย วลาดตอบโต้ด้วยการโจมตีค่ายยามค่ำคืนใกล้ตือร์โกวิชเต แต่ไม่สามารถสังหารสุลต่านได้ ท้ายที่สุดราดูได้รับการสนับสนุนให้ขึ้นครองแคว้น ส่วนวลาดสูญเสียอำนาจและถูกกักตัวในฮังการี เขากลับมาครองบัลลังก์ช่วงสั้น ๆ ก่อนเสียชีวิตในการสู้รบราวปลายปี ค.ศ. 1476 หรือต้นปี 1477 รายละเอียดการตายยังไม่แน่ชัด จึงไม่ควรยืนยันว่าเขาถูกนำตัวไปประหารที่คอนสแตนติโนเปิล (ประวัติวลาดที่ 3)

ส่วนแดร็กคูล่าผีดูดเลือดเกิดจากนวนิยายของ บราม สโตกเกอร์ นักเขียนชาวไอริช ซึ่งตีพิมพ์ในปี ค.ศ. 1897 สโตกเกอร์พบชื่อแดร็กคูล่าระหว่างค้นคว้าที่เมืองวิตบี แต่หลักฐานไม่ได้รองรับว่าตัวละครของเขาถอดแบบชีวิตวลาดทั้งหมด ตำนานแวมไพร์ วรรณกรรมโกธิก และจินตนาการของผู้เขียนล้วนมีส่วนสร้างตัวละครนี้ขึ้นมา (Oxford University Press)

เบื้องหลังชื่อแดร็กคูล่าจึงมีประวัติศาสตร์ของผู้ปกครองที่ใช้ความรุนแรงเพื่อรักษาอำนาจ ขณะที่อัลฟาติหฺเป็นสุลต่านผู้ขยายจักรวรรดิ ทั้งสองเผชิญหน้ากันด้วยผลประโยชน์ทางการเมืองและการทหาร ก่อนเรื่องราวหลายศตวรรษต่อมาจะนำบุคคลจริงไปผสมกับตำนานเหนือธรรมชาติ