หนึ่งในสิ่งที่ท่านนบีมุฮัมมัด ﷺ สอนประชาชาติของท่าน คือการกล่าวดุอาอ์ขอ อัลอาฟิยะฮ์ (Al-'Afiyah – العافية) ซึ่งครอบคลุมความหมายของความปลอดภัย ความผาสุก และการได้รับการปกป้องจากสิ่งไม่ดีทั้งในโลกนี้และโลกหน้า
ดุอาอ์ขอความปลอดภัยและความคุ้มครองจากภัยรอบด้าน
มีรายงานจากอับดุลลอฮ์ อิบนุ อุมัร رضي الله عنهما ว่า ท่านนบี ﷺ ไม่ละทิ้งดุอาอ์เหล่านี้ในยามเช้าและยามเย็น โดยท่านกล่าวว่า
اللَّهُمَّ إِنِّي أَسْأَلُكَ الْعَافِيَةَ فِي الدُّنْيَا وَالْآخِرَةِ، اللَّهُمَّ إِنِّي أَسْأَلُكَ الْعَفْوَ وَالْعَافِيَةَ فِي دِينِي وَدُنْيَايَ وَأَهْلِي وَمَالِي، اللَّهُمَّ اسْتُرْ عَوْرَاتِي وَآمِنْ رَوْعَاتِي، اللَّهُمَّ احْفَظْنِي مِنْ بَيْنِ يَدَيَّ، وَمِنْ خَلْفِي، وَعَنْ يَمِينِي، وَعَنْ شِمَالِي، وَمِنْ فَوْقِي، وَأَعُوذُ بِعَظَمَتِكَ أَنْ أُغْتَالَ مِنْ تَحْتِي
คำอ่านโดยประมาณ
อัลลอฮุมมะ อินนี อัสอะลุกัลอาฟิยะตะ ฟิดดุนยา วัลอาคิเราะฮ์ อัลลอฮุมมะ อินนี อัสอะลุกัลอัฟวะ วัลอาฟิยะตะ ฟีดีนี วะดุนยายะ วะอะฮ์ลี วะมาลี อัลลอฮุมมัสตุร เอารอตี วะอามิน เราอาตี อัลลอฮุมมะห์ฟัซนี มินบัยนิ ยะดัยยะ วะมินค็อลฟี วะอันยะมีนี วะอันชิมาลี วะมินเฟากี วะอะอูซุ บิอะซอมะติกะ อันอุฆตาละ มินตะห์ตี
ความหมาย
“โอ้อัลลอฮ์ แท้จริงข้าพระองค์ขอต่อพระองค์ซึ่งความปลอดภัยและความผาสุกทั้งในโลกนี้และโลกหน้า โอ้อัลลอฮ์ แท้จริงข้าพระองค์ขอต่อพระองค์ซึ่งการอภัยและความปลอดภัย ในศาสนาของข้าพระองค์ ชีวิตทางโลก ครอบครัว และทรัพย์สินของข้าพระองค์
โอ้อัลลอฮ์ โปรดปกปิดสิ่งที่ควรปกปิดของข้าพระองค์ และโปรดให้ข้าพระองค์ปลอดภัยจากสิ่งที่หวาดกลัว โปรดคุ้มครองข้าพระองค์จากเบื้องหน้า เบื้องหลัง เบื้องขวา เบื้องซ้าย และเบื้องบน และข้าพระองค์ขอความคุ้มครองด้วยความยิ่งใหญ่ของพระองค์ จากการถูกทำร้ายอย่างฉับพลันจากเบื้องล่าง”
ดุอาอ์บทนี้บันทึกโดยอบูดาวูดและอิบนุมาญะฮ์
ทำไมท่านนบี ﷺ จึงขอ “อัลอาฟิยะฮ์”?
คำว่า อัลอาฟิยะฮ์ (العافية) เป็นคำที่มีความหมายกว้าง ไม่ได้หมายถึงเพียงการไม่เจ็บป่วย
เมื่อเราขออัลอาฟิยะฮ์จากอัลลอฮ์ เรากำลังขอให้พระองค์ทรงคุ้มครองและให้ความปลอดภัยแก่เราในหลายด้านของชีวิต
สิ่งที่น่าสนใจคือ ในดุอาอ์นี้ท่านนบี ﷺ กล่าวถึงทั้ง
ศาสนา — ชีวิตทางโลก — ครอบครัว — ทรัพย์สิน — ความหวาดกลัว — และภัยรอบตัว
จึงเป็นดุอาอ์ที่ครอบคลุมอย่างมากสำหรับชีวิตประจำวันของผู้ศรัทธา
บางครั้งสิ่งที่เราควรขอจากอัลลอฮ์อาจไม่ใช่เพียงให้เรามีทรัพย์สินมากขึ้น แต่คือการขอให้สิ่งที่พระองค์ประทานแก่เราแล้วนั้นได้รับการปกป้อง และไม่กลายเป็นบททดสอบที่ทำร้ายศาสนาหรือชีวิตของเรา
“โปรดคุ้มครองฉันจากเบื้องหน้า เบื้องหลัง เบื้องขวา เบื้องซ้าย และเบื้องบน”
ช่วงหนึ่งของดุอาอ์มีความหมายที่งดงามมาก
اللَّهُمَّ احْفَظْنِي مِنْ بَيْنِ يَدَيَّ، وَمِنْ خَلْفِي، وَعَنْ يَمِينِي، وَعَنْ شِمَالِي، وَمِنْ فَوْقِي
“โอ้อัลลอฮ์ โปรดคุ้มครองข้าพระองค์จากเบื้องหน้า เบื้องหลัง เบื้องขวา เบื้องซ้าย และเบื้องบน”
เป็นการขอความคุ้มครองจากพระองค์อย่างรอบด้าน
มนุษย์สามารถระมัดระวังสิ่งที่ตนเองมองเห็นได้ แต่เราไม่สามารถมองเห็นทุกสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น
เราอาจวางแผนการเดินทางอย่างดี แต่ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบนเส้นทาง
เราอาจรักษาทรัพย์สินอย่างดี แต่ไม่รู้ว่าเหตุการณ์ใดจะเกิดขึ้นในวันข้างหน้า
เราอาจดูแลครอบครัวอย่างดีที่สุด แต่ก็ไม่สามารถอยู่ข้างพวกเขาได้ตลอดเวลา
ผู้ศรัทธาจึงทำสิ่งที่ตนเองสามารถทำได้ พร้อมกับขอให้อัลลอฮ์ทรงดูแลในสิ่งที่เกินความสามารถของมนุษย์
ดุอาอ์สั้น ๆ ที่ควรจดจำ
นอกจากดุอาอ์ข้างต้นแล้ว ยังมีดุอาอ์สั้น ๆ ที่ท่านนบี ﷺ สอนสำหรับการขอความคุ้มครองจากความชั่วร้าย
أَعُوذُ بِكَلِمَاتِ اللَّهِ التَّامَّاتِ مِنْ شَرِّ مَا خَلَقَ
คำอ่าน
อะอูซุ บิกะลิมาติลลาฮิตตามมาติ มินชัรริ มาเคาะลัก
ความหมาย
“ฉันขอความคุ้มครองด้วยบรรดาพระดำรัสอันสมบูรณ์ของอัลลอฮ์ ให้พ้นจากความชั่วร้ายของสิ่งที่พระองค์ทรงสร้าง”
ดุอาอ์นี้มีรายงานในเศาะฮีห์มุสลิม และเป็นบทที่สั้น สามารถจดจำและนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ง่าย
มีรายงานจากเคาละฮ์ บินติ หะกีม رضي الله عنها ว่า ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า ผู้ใดเมื่อเข้าพัก ณ สถานที่หนึ่งแล้วกล่าวดุอาอ์ดังกล่าว จะไม่มีสิ่งใดทำอันตรายเขาจนกว่าเขาจะออกจากสถานที่นั้น
ดังนั้น เมื่อเดินทาง เข้าพักในสถานที่ใหม่ หรืออยู่ในสถานการณ์ที่ต้องการความคุ้มครอง การกล่าวดุอาอ์ตามที่ท่านนบี ﷺ สอนไว้จึงเป็นหนึ่งในสุนนะฮ์ที่มีคุณค่า
ขอดุอาอ์แล้ว ยังต้องระมัดระวังหรือไม่?
คำตอบคือ ต้องระมัดระวัง
การขอความคุ้มครองจากอัลลอฮ์ไม่ได้หมายความว่าเราสามารถละเลยมาตรการความปลอดภัยได้
หลักการหนึ่งที่สำคัญในอิสลามคือ
الأخذ بالأسباب — Al-Akhdh bil-Asbab
หมายถึง การใช้เหตุปัจจัยหรือหนทางที่เหมาะสม
หากเดินทาง เราก็ต้องตรวจสอบความปลอดภัย
หากขับรถ เราก็ต้องปฏิบัติตามกฎจราจรและไม่ประมาท
หากมีสถานการณ์อันตราย เราก็ต้องหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง
หากเจ็บป่วย เราก็เข้ารับการรักษา
จากนั้นจึงมอบหมายผลลัพธ์ต่ออัลลอฮ์
นี่คือความหมายของ ตะวักกุล (Tawakkul – التوكل) ที่สมบูรณ์ ไม่ใช่การละทิ้งเหตุปัจจัยแล้วบอกว่าเรามอบหมายต่ออัลลอฮ์
เราป้องกันสิ่งที่มองเห็น และขออัลลอฮ์คุ้มครองจากสิ่งที่มองไม่เห็น
มนุษย์มีความสามารถจำกัด
เรารู้เพียงบางส่วนของวันนี้ และไม่รู้ว่าอีกหนึ่งชั่วโมงข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้น
ด้วยเหตุนี้ ผู้ศรัทธาจึงไม่ได้ดำเนินชีวิตด้วยความหวาดกลัวต่อทุกสิ่ง แต่ดำเนินชีวิตด้วย ความระมัดระวังควบคู่กับความไว้วางใจในอัลลอฮ์
เราทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด
ป้องกันสิ่งที่ป้องกันได้
หลีกเลี่ยงสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง
กล่าวดุอาอ์และซิกรุลลอฮ์ตามที่มีแบบอย่าง
แล้วฝากสิ่งที่อยู่นอกเหนือความสามารถของเราไว้กับอัลลอฮ์
เพราะความปลอดภัยที่แท้จริงไม่ได้เกิดจากความแข็งแรง ทรัพย์สิน เทคโนโลยี หรือมาตรการรักษาความปลอดภัยเพียงอย่างเดียว
สิ่งเหล่านั้นเป็นเพียง สาเหตุ (Asbab – أسباب) ที่เรามีหน้าที่ต้องใช้
ส่วนผู้ทรงกำหนดว่าสาเหตุนั้นจะให้ผลหรือไม่ คืออัลลอฮ์ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา
ก่อนออกจากบ้าน ก่อนเดินทาง และก่อนนอน อย่าลืมขอความคุ้มครองจากอัลลอฮ์
เราไม่รู้ว่าในแต่ละวันจะต้องพบเจอกับอะไร
แต่เรารู้ว่าเราสามารถเริ่มต้นวันด้วยการรำลึกถึงอัลลอฮ์ ขอความคุ้มครองจากพระองค์ และดำเนินชีวิตอย่างไม่ประมาทได้
จงทำให้ดุอาอ์และอัซการยามเช้า-เย็นเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต
สอนดุอาอ์สั้น ๆ ให้ลูกหลาน
กล่าวดุอาอ์เมื่อต้องเดินทางหรือเข้าพักในสถานที่ใหม่
และอย่ารอให้เกิดภัยขึ้นก่อนจึงค่อยนึกถึงการขอความคุ้มครองจากอัลลอฮ์
เพราะหนึ่งในความโปรดปรานที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ไม่ใช่เพียงการที่อัลลอฮ์ช่วยเราเมื่อภัยมาถึง
แต่อาจเป็นการที่พระองค์ ทรงปกป้องเราให้รอดพ้นจากภัยที่เราไม่เคยรู้ด้วยซ้ำว่าเคยอยู่ใกล้เรา
ดังนั้น จงขอ อัลอาฟิยะฮ์ จากอัลลอฮ์อยู่เสมอ ขอให้พระองค์ทรงปกป้องศาสนา ชีวิต ครอบครัว และทรัพย์สินของเรา และขอให้พระองค์ทรงให้เราปลอดภัยทั้งในโลกนี้และโลกหน้า
วัลลอฮุอะอ์ลัม (والله أعلم)
แหล่งอ้างอิงหลัก: สุนันอบีดาวูด, สุนันอิบนุมาญะฮ์ และเศาะฮีห์มุสลิม
บทความที่น่าสนใจ