อัลลอฮ์ตรัสว่า
“โอ้บรรดาผู้ศรัทธา จงปกป้องตัวของพวกเจ้าและครอบครัวของพวกเจ้าให้พ้นจากไฟนรก”
— อัลกุรอาน 66:6
การดูแลลูกจึงมิใช่เพียงการให้อาหาร เสื้อผ้า ที่อยู่อาศัย หรือการศึกษาที่ดีเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการปลูกฝังอีมาน สอนให้รู้จักอัลลอฮ์ รักการละหมาด มีมารยาทงดงาม รู้จักผิดชอบชั่วดี และเติบโตเป็นมนุษย์ที่สร้างประโยชน์แก่ผู้อื่น
พ่อแม่คือแบบอย่างแรกของลูก
ก่อนที่ลูกจะเข้าใจคำสอนจากถ้อยคำ เขาเรียนรู้จากสิ่งที่เห็นในบ้าน หากพ่อแม่รักษาละหมาด พูดความจริง อดทน ให้อภัย และปฏิบัติต่อผู้อื่นด้วยความเมตตา สิ่งเหล่านี้จะค่อย ๆ ซึมซับลงในหัวใจของลูก
ท่านนบีมุฮัมมัด ﷺ กล่าวว่า
“พวกท่านทุกคนคือผู้ดูแล และทุกคนจะถูกสอบถามถึงสิ่งที่อยู่ภายใต้การดูแลของตน”
— บันทึกโดยอัลบุคอรีและมุสลิม
ดังนั้น การอบรมลูกที่ดีที่สุดจึงเริ่มจากการอบรมตัวเราเอง เมื่ออยากให้ลูกมีอัคลากที่ดี พ่อแม่ต้องพยายามเป็นแบบอย่างของอัคลากนั้น เมื่ออยากให้ลูกรักอัลกุรอาน บ้านก็ควรมีบรรยากาศแห่งอัลกุรอาน และเมื่ออยากให้ลูกพูดจาอ่อนโยน เขาก็ควรได้รับความอ่อนโยนจากคนใกล้ชิดก่อน
เลี้ยงด้วยความรัก ควบคู่กับขอบเขต
ความเมตตาไม่ใช่การตามใจทุกอย่าง และระเบียบวินัยก็ไม่จำเป็นต้องมาพร้อมความรุนแรง การเลี้ยงดูตามแนวทางอิสลามคือการวางขอบเขตด้วยความเข้าใจ สอนด้วยเหตุผล ตักเตือนด้วยถ้อยคำที่ดี และให้โอกาสลูกเรียนรู้จากความผิดพลาด
ลูกทุกคนมีธรรมชาติ ความถนัด และบททดสอบแตกต่างกัน พ่อแม่จึงไม่ควรเปรียบเทียบลูกกับผู้อื่นจนเขารู้สึกไร้คุณค่า แต่ควรช่วยให้เขาพัฒนาจากจุดที่เป็นอยู่ ชื่นชมความพยายาม และชี้แนะข้อผิดพลาดโดยไม่ทำลายศักดิ์ศรีของเขา
ดูแลทั้งร่างกาย จิตใจ และศาสนา
อามานะฮ์นี้ครอบคลุมชีวิตของลูกทุกด้าน พ่อแม่ควรใส่ใจว่าเขากินอะไร เรียนรู้อะไร คบหาใคร และใช้สื่ออย่างไร ขณะเดียวกันก็ต้องใส่ใจความรู้สึกของเขา รับฟังโดยไม่รีบตัดสิน และทำให้บ้านเป็นสถานที่ที่ลูกกล้ากลับมาปรึกษาเมื่อพบปัญหา
การสอนศาสนาก็ควรทำให้ลูกสัมผัสถึงความรักและความเมตตาของอัลลอฮ์ ไม่ใช่รู้จักศาสนาผ่านความกลัวเพียงอย่างเดียว จงสอนให้เขาเข้าใจว่าการละหมาดคือการเชื่อมโยงกับพระผู้เป็นเจ้า อัลกุรอานคือทางนำ และการทำความดีคือหนทางแห่งความสงบทั้งในโลกนี้และโลกหน้า
ความยุติธรรมคือสิทธิของลูก
หากมีลูกหลายคน พ่อแม่ต้องระวังไม่ให้ความรัก ความสนใจ หรือการให้สิ่งของกลายเป็นความลำเอียง เพราะบาดแผลจากการถูกเปรียบเทียบหรือถูกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม อาจติดอยู่ในใจลูกไปอีกนาน
ความยุติธรรมไม่ได้หมายความว่าลูกทุกคนต้องได้รับทุกสิ่งเหมือนกันเสมอไป แต่หมายถึงการดูแลตามความเหมาะสม โดยไม่เลือกที่รักมักที่ชัง และไม่ทำให้คนหนึ่งรู้สึกว่าตนมีคุณค่าน้อยกว่าอีกคนหนึ่ง
พ่อแม่มีหน้าที่พยายาม แต่ผลลัพธ์เป็นของอัลลอฮ์
แม้พ่อแม่จะอบรมอย่างดีที่สุด ลูกก็ยังเป็นมนุษย์ที่มีการเลือกและมีบททดสอบของตนเอง หน้าที่ของพ่อแม่คือพยายามอย่างมีสติ ขอความช่วยเหลือจากอัลลอฮ์ และไม่สิ้นหวังเมื่อพบอุปสรรค
อย่าลืมขอดุอาอ์ให้ลูกเสมอ ดังคำวิงวอนในอัลกุรอานว่า
“โอ้พระเจ้าของเรา โปรดประทานแก่เราซึ่งคู่ครองและลูกหลานที่เป็นความรื่นรมย์แก่ดวงตา และโปรดทำให้เราเป็นแบบอย่างแก่บรรดาผู้ยำเกรง”
— อัลกุรอาน 25:74
ก่อนที่เวลาจะผ่านพ้นไป
วันหนึ่ง ลูกที่เคยจับมือเราเดินจะเติบโตและมีเส้นทางชีวิตของตนเอง สิ่งที่ติดตามเขาไปอาจไม่ใช่ของเล่นราคาแพงหรือสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งหมดที่เราเคยมอบให้ แต่คือความทรงจำว่า บ้านเคยเป็นสถานที่แห่งความรักหรือไม่ พ่อแม่เคยรับฟังหรือไม่ และเขาเคยเห็นศาสนาผ่านความงดงามของการกระทำหรือไม่
ลูกคืออามานะฮ์ มิใช่ทรัพย์สินที่เราจะบังคับให้เป็นไปตามความฝันของเรา แต่เป็นชีวิตหนึ่งที่อัลลอฮ์ทรงฝากไว้ให้เราประคับประคอง ชี้ทาง และเตรียมเขาให้สามารถยืนหยัดด้วยอีมานของตนเอง
จงรักลูกอย่างมีสติ สอนเขาอย่างมีปัญญา ตักเตือนเขาด้วยความเมตตา และขอดุอาอ์ให้เขาอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย เพราะการดูแลอามานะฮ์นี้อย่างดีที่สุด อาจเป็นหนึ่งในความดีอันยิ่งใหญ่ที่ยังคงส่งผลแก่เรา แม้วันที่เราจากโลกนี้ไปแล้ว
"ลูกคืออามานะฮ์จากอัลลอฮ์
จงดูแลหัวใจของเขา ก่อนจะมุ่งเติมเต็มเพียงชีวิตภายนอก
จงพาเขารู้จักผู้ทรงสร้าง ก่อนที่โลกจะสอนให้เขาหลงลืม
และจงเป็นแบบอย่างที่ดี เพราะสิ่งที่ลูกเห็นจากเรา
อาจเป็นบทเรียนที่อยู่กับเขาไปตลอดชีวิต"
บทความที่น่าสนใจ