ทำไมละหมาดศุบฮ์วันศุกร์จึงอ่าน “ซูเราะฮ์อัส-สะญ์ดะฮ์” ทั้งที่ “อัล-อะลัก” ก็มีอายะฮ์ให้สุญูด?

ทำไมละหมาดศุบฮ์วันศุกร์จึงอ่าน “ซูเราะฮ์อัส-สะญ์ดะฮ์” ทั้งที่ “อัล-อะลัก” ก็มีอายะฮ์ให้สุญูด?
หลายคนอาจเคยสังเกตว่า ในละหมาดศุบฮ์เช้าวันศุกร์ อิหม่ามบางมัสยิดจะอ่าน ซูเราะฮ์อัส-สะญ์ดะฮ์ (As-Sajdah – السجدة) และเมื่ออ่านถึงอายะฮ์สะญ์ดะฮ์ก็จะลงสุญูด ก่อนลุกขึ้นมาอ่านต่อและดำเนินละหมาดตามปกติ จึงเกิดคำถามที่น่าสนใจว่า ในเมื่อซูเราะฮ์อัล-อะลัก (Al-‘Alaq – العلق) ก็มีอายะฮ์สะญ์ดะฮ์เช่นกัน ทำไมจึงไม่ค่อยนำมาอ่านในละหมาดศุบฮ์วันศุกร์เพื่อทำการสุญูด? คำตอบอยู่ที่การแยกให้ชัดเจนระหว่าง “สุญูดติลาวะฮ์” กับ “ซุนนะฮ์ในการอ่านอัลกุรอานของท่านนบี ﷺ ในศุบฮ์วันศุกร์”

อัลกุรอานส่วนแรกที่ประทาน ไม่ใช่ซูเราะฮ์อัส-สะญ์ดะฮ์

เมื่อกล่าวถึงจุดเริ่มต้นของการประทานอัลกุรอาน หลักฐานที่เป็นที่รู้จักระบุว่า วะฮีย์ส่วนแรกที่ประทานแก่ท่านนบีมุฮัมมัด ﷺ คือ 5 อายะฮ์แรกของซูเราะฮ์อัล-อะลัก ซึ่งเป็นซูเราะฮ์ลำดับที่ 96 ในมุศหัฟ

เริ่มต้นด้วยพระดำรัสของอัลลอฮ์ว่า

اقْرَأْ بِاسْمِ رَبِّكَ الَّذِي خَلَقَ

“จงอ่านด้วยพระนามแห่งพระเจ้าของเจ้า ผู้ทรงบังเกิด”

(อัล-อะลัก 96:1)

วะฮีย์ชุดแรกคืออายะฮ์ที่ 1–5 ซึ่งประทานแก่ท่านนบี ﷺ ผ่านมลาอิกะฮ์ญิบรีล ขณะที่ท่านอยู่ ณ ถ้ำฮิรออ์

แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ เมื่ออ่านซูเราะฮ์อัล-อะลักไปจนถึงอายะฮ์สุดท้าย เราจะพบคำสั่งเกี่ยวกับการสุญูดด้วย

อัล-อะลักก็มีอายะฮ์สะญ์ดะฮ์

อายะฮ์สุดท้ายของซูเราะฮ์อัล-อะลัก คืออายะฮ์ที่ 19 อัลลอฮ์ตรัสว่า

كَلَّا لَا تُطِعْهُ وَاسْجُدْ وَاقْتَرِبْ ۩

“มิใช่เช่นนั้น เจ้าอย่าเชื่อฟังเขา และจงสุญูด และจงเข้าใกล้”

(อัล-อะลัก 96:19)

อายะฮ์นี้เป็นหนึ่งในตำแหน่งที่มีบทบัญญัติเรื่อง สุญูดติลาวะฮ์ (Sujūd al-Tilāwah – سجود التلاوة)

มีรายงานจากอบูฮุร็อยเราะฮ์ رضي الله عنه ว่า ท่านกล่าวว่า

سَجَدْنَا مَعَ رَسُولِ اللَّهِ ﷺ فِي إِذَا السَّمَاءُ انْشَقَّتْ وَاقْرَأْ بِاسْمِ رَبِّكَ

ความหมายโดยสรุปว่า

“เราได้สุญูดพร้อมกับท่านรอซูลุลลอฮ์ ﷺ ในซูเราะฮ์ ‘อิซัสสะมาอุนชักก็อต’ และ ‘อิกเราะอ์ บิสมิ ร็อบบิก’”

บันทึกโดยมุสลิม

ดังนั้น ซูเราะฮ์อัล-อะลักจึงเป็นซูเราะฮ์ที่มีสุญูดติลาวะฮ์อย่างมีหลักฐานรองรับ

แต่ตรงนี้เองที่ต้องเข้าใจประเด็นสำคัญว่า

การมีอายะฮ์สะญ์ดะฮ์ ไม่ได้หมายความว่าซูเราะฮ์นั้นถูกกำหนดเป็นพิเศษให้นำมาอ่านในศุบฮ์วันศุกร์

สองเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน

แล้วทำไมศุบฮ์วันศุกร์จึงนิยมอ่าน “อัส-สะญ์ดะฮ์”?

เหตุผลสำคัญไม่ใช่เพียงเพราะซูเราะฮ์อัส-สะญ์ดะฮ์มีอายะฮ์ที่ให้ทำสุญูด

แต่เพราะมีหลักฐานโดยตรงว่า ท่านนบีมุฮัมมัด ﷺ อ่านซูเราะฮ์นี้ในละหมาดศุบฮ์วันศุกร์

มีรายงานจากอบูฮุร็อยเราะฮ์ رضي الله عنه ว่า

كَانَ النَّبِيُّ ﷺ يَقْرَأُ فِي الْجُمُعَةِ فِي صَلَاةِ الْفَجْرِ الم تَنْزِيلُ السَّجْدَةَ وَهَلْ أَتَى عَلَى الْإِنْسَانِ

ความหมายโดยสรุปว่า

“ท่านนบี ﷺ เคยอ่านในละหมาดศุบฮ์วันศุกร์ ‘อะลีฟ ลาม มีม ตันซีล’ (ซูเราะฮ์อัส-สะญ์ดะฮ์) และ ‘ฮัลอะตา อะลัลอินซาน’ (ซูเราะฮ์อัล-อินซาน)”

บันทึกโดยอัล-บุคอรีและมุสลิม

ด้วยเหตุนี้ การอ่าน

ร็อกอะฮ์แรก — ซูเราะฮ์อัส-สะญ์ดะฮ์ (السجدة)
ร็อกอะฮ์ที่สอง — ซูเราะฮ์อัล-อินซาน (الإنسان)

ในละหมาดศุบฮ์วันศุกร์ จึงเป็นการปฏิบัติตาม ซุนนะฮ์ (Sunnah – السنة) ที่มีรายงานจากท่านนบี ﷺ

จุดประสงค์ไม่ใช่ “เลือกซูเราะฮ์เพื่อให้ได้สุญูด”

นี่เป็นจุดที่ควรทำความเข้าใจให้ถูกต้อง

เราไม่ควรเข้าใจว่า

“วันศุกร์ต้องมีการสุญูดติลาวะฮ์ ดังนั้นจึงเลือกซูเราะฮ์อัส-สะญ์ดะฮ์มาอ่าน เพราะมีอายะฮ์สะญ์ดะฮ์”

แต่ควรเข้าใจว่า

ท่านนบี ﷺ มีแบบอย่างในการอ่านซูเราะฮ์อัส-สะญ์ดะฮ์ในศุบฮ์วันศุกร์ และเมื่อการอ่านดำเนินไปถึงอายะฮ์สะญ์ดะฮ์ จึงมีการสุญูดติลาวะฮ์

กล่าวอีกแบบหนึ่งคือ

เป้าหมายไม่ใช่ “การหาซูเราะฮ์ที่ทำให้ได้สุญูด” แต่เป้าหมายคือ “การปฏิบัติตามซุนนะฮ์ของท่านนบี ﷺ”

นี่จึงอธิบายได้ว่า ทำไมเราไม่สามารถเพียงนำซูเราะฮ์อื่นที่มีอายะฮ์สะญ์ดะฮ์มาแทน แล้วกล่าวว่าได้ปฏิบัติซุนนะฮ์เดียวกัน

แล้วนำซูเราะฮ์อัล-อะลักมาอ่านในละหมาดได้หรือไม่?

ได้

ซูเราะฮ์อัล-อะลักเป็นส่วนหนึ่งของอัลกุรอาน สามารถนำมาอ่านหลังอัล-ฟาติหะฮ์ในการละหมาดในตำแหน่งที่อนุญาตให้อ่านซูเราะฮ์เพิ่มเติมได้

และหากอ่านไปถึงอายะฮ์ที่ 19

وَاسْجُدْ وَاقْتَرِبْ

ก็มีบทบัญญัติเรื่องสุญูดติลาวะฮ์เช่นเดียวกัน

แต่หากถามว่า

“การเลือกอัล-อะลักมาอ่านในศุบฮ์วันศุกร์ ถือเป็นซุนนะฮ์เฉพาะเหมือนอัส-สะญ์ดะฮ์หรือไม่?”

คำตอบคือ ไม่ใช่

เพราะหลักฐานเฉพาะเกี่ยวกับศุบฮ์วันศุกร์ระบุถึง อัส-สะญ์ดะฮ์และอัล-อินซาน

สุญูดติลาวะฮ์เป็นวาญิบหรือซุนนะฮ์?

ในประเด็นนี้มีรายละเอียดและความเห็นแตกต่างกันในหมู่นักนิติศาสตร์อิสลาม (Fuqahā’ – الفقهاء)

สำหรับ มัซฮับชาฟิอี (Shāfiʿī Madhhab) การสุญูดติลาวะฮ์ถือเป็น ซุนนะฮ์ ไม่ใช่วาญิบ ดังนั้น การอ่านหรือได้ยินอายะฮ์สะญ์ดะฮ์ไม่ได้หมายความว่าผู้ที่ไม่สุญูดจะมีบาปเพราะละทิ้งสิ่งที่เป็นวาญิบ

ขณะที่ มัซฮับฮะนะฟี (Ḥanafī Madhhab) มีรายละเอียดทางฟิกฮ์ที่ถือว่าสุญูดติลาวะฮ์เป็น วาญิบ (Wājib – واجب) เมื่อเข้าเงื่อนไขของบทบัญญัติ

ดังนั้น เวลาสอนเรื่องนี้ควรหลีกเลี่ยงการกล่าวแบบเหมารวมว่า “อ่านถึงตรงนี้แล้วทุกคนจำเป็นต้องสุญูด” โดยไม่กล่าวถึงความแตกต่างทางฟิกฮ์

ถ้าอ่านเฉพาะ 5 อายะฮ์แรกของอัล-อะลัก ต้องสุญูดหรือไม่?

ไม่ต้อง

เพราะอายะฮ์สะญ์ดะฮ์ของซูเราะฮ์อัล-อะลักอยู่ที่ อายะฮ์ 19

ส่วนวะฮีย์ชุดแรกที่ประทานแก่ท่านนบี ﷺ คืออายะฮ์ 1–5

จึงเป็นคนละประเด็นกัน

การอ่าน

اقْرَأْ بِاسْمِ رَبِّكَ الَّذِي خَلَقَ

ไปจนถึงอายะฮ์ที่ 5 เพียงเท่านั้น ยังไม่ได้อ่านถึงตำแหน่งสุญูดติลาวะฮ์ของซูเราะฮ์นี้

สิ่งสำคัญกว่าการถามว่า “ทำไมไม่ใช้ซูเราะฮ์อื่น?”

เรื่องนี้สะท้อนหลักสำคัญอย่างหนึ่งในการประกอบอิบาดะฮ์ (ʿIbādah – عبادة)

นั่นคือ เราไม่ได้พิจารณาเพียงว่า

“สิ่งนี้ทำได้หรือไม่?”

แต่ควรถามต่อว่า

“ท่านนบี ﷺ ปฏิบัติไว้อย่างไร?”

ซูเราะฮ์อัล-อะลักมีอายะฮ์สะญ์ดะฮ์ — จริง

อ่านอัล-อะลักแล้วสุญูดติลาวะฮ์เมื่อถึงอายะฮ์ที่กำหนด — มีหลักฐานรองรับ

แต่เมื่อพูดถึง ซุนนะฮ์เฉพาะของละหมาดศุบฮ์วันศุกร์ หลักฐานได้ระบุการอ่าน ซูเราะฮ์อัส-สะญ์ดะฮ์และซูเราะฮ์อัล-อินซาน

เพราะฉะนั้น การปฏิบัติตามซุนนะฮ์จึงไม่ได้หมายถึงเพียงการทำสิ่งที่ “คล้ายกัน” แต่หมายถึงการพยายามปฏิบัติตามแบบอย่างที่ได้รับการถ่ายทอดจากท่านรอซูลุลลอฮ์ ﷺ อย่างถูกต้อง

สรุป

อัล-อะลักมีอายะฮ์สะญ์ดะฮ์จริง แต่ไม่ได้มีซุนนะฮ์เฉพาะให้เลือกอ่านในศุบฮ์วันศุกร์

ขณะที่ อัส-สะญ์ดะฮ์ถูกอ่านในศุบฮ์วันศุกร์ เพราะมีแบบอย่างจากท่านนบี ﷺ ไม่ใช่เพียงเพราะในซูเราะฮ์มีอายะฮ์ให้สุญูด

เมื่อเข้าใจจุดนี้ เราจะเห็นความแตกต่างระหว่าง

“บทบัญญัติของสุญูดติลาวะฮ์”

กับ

“ซุนนะฮ์ของท่านนบี ﷺ ในการอ่านอัลกุรอานในละหมาดศุบฮ์วันศุกร์”

และนี่คือเหตุผลว่า ทำไมการศึกษาศาสนาจึงไม่ควรหยุดอยู่เพียงว่า “ทำอะไร” แต่ควรศึกษาให้ถึงว่า “ท่านนบี ﷺ ทำอย่างไร และมีหลักฐานอย่างไร”

والله أعلم
และอัลลอฮ์ทรงรู้ดีที่สุด 

บทความที่น่าสนใจ