อัลกุรอานส่วนแรกที่ประทาน ไม่ใช่ซูเราะฮ์อัส-สะญ์ดะฮ์
เมื่อกล่าวถึงจุดเริ่มต้นของการประทานอัลกุรอาน หลักฐานที่เป็นที่รู้จักระบุว่า วะฮีย์ส่วนแรกที่ประทานแก่ท่านนบีมุฮัมมัด ﷺ คือ 5 อายะฮ์แรกของซูเราะฮ์อัล-อะลัก ซึ่งเป็นซูเราะฮ์ลำดับที่ 96 ในมุศหัฟ
เริ่มต้นด้วยพระดำรัสของอัลลอฮ์ว่า
اقْرَأْ بِاسْمِ رَبِّكَ الَّذِي خَلَقَ
“จงอ่านด้วยพระนามแห่งพระเจ้าของเจ้า ผู้ทรงบังเกิด”
(อัล-อะลัก 96:1)
วะฮีย์ชุดแรกคืออายะฮ์ที่ 1–5 ซึ่งประทานแก่ท่านนบี ﷺ ผ่านมลาอิกะฮ์ญิบรีล ขณะที่ท่านอยู่ ณ ถ้ำฮิรออ์
แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ เมื่ออ่านซูเราะฮ์อัล-อะลักไปจนถึงอายะฮ์สุดท้าย เราจะพบคำสั่งเกี่ยวกับการสุญูดด้วย
อัล-อะลักก็มีอายะฮ์สะญ์ดะฮ์
อายะฮ์สุดท้ายของซูเราะฮ์อัล-อะลัก คืออายะฮ์ที่ 19 อัลลอฮ์ตรัสว่า
كَلَّا لَا تُطِعْهُ وَاسْجُدْ وَاقْتَرِبْ ۩
“มิใช่เช่นนั้น เจ้าอย่าเชื่อฟังเขา และจงสุญูด และจงเข้าใกล้”
(อัล-อะลัก 96:19)
อายะฮ์นี้เป็นหนึ่งในตำแหน่งที่มีบทบัญญัติเรื่อง สุญูดติลาวะฮ์ (Sujūd al-Tilāwah – سجود التلاوة)
มีรายงานจากอบูฮุร็อยเราะฮ์ رضي الله عنه ว่า ท่านกล่าวว่า
سَجَدْنَا مَعَ رَسُولِ اللَّهِ ﷺ فِي إِذَا السَّمَاءُ انْشَقَّتْ وَاقْرَأْ بِاسْمِ رَبِّكَ
ความหมายโดยสรุปว่า
“เราได้สุญูดพร้อมกับท่านรอซูลุลลอฮ์ ﷺ ในซูเราะฮ์ ‘อิซัสสะมาอุนชักก็อต’ และ ‘อิกเราะอ์ บิสมิ ร็อบบิก’”
บันทึกโดยมุสลิม
ดังนั้น ซูเราะฮ์อัล-อะลักจึงเป็นซูเราะฮ์ที่มีสุญูดติลาวะฮ์อย่างมีหลักฐานรองรับ
แต่ตรงนี้เองที่ต้องเข้าใจประเด็นสำคัญว่า
การมีอายะฮ์สะญ์ดะฮ์ ไม่ได้หมายความว่าซูเราะฮ์นั้นถูกกำหนดเป็นพิเศษให้นำมาอ่านในศุบฮ์วันศุกร์
สองเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน
แล้วทำไมศุบฮ์วันศุกร์จึงนิยมอ่าน “อัส-สะญ์ดะฮ์”?
เหตุผลสำคัญไม่ใช่เพียงเพราะซูเราะฮ์อัส-สะญ์ดะฮ์มีอายะฮ์ที่ให้ทำสุญูด
แต่เพราะมีหลักฐานโดยตรงว่า ท่านนบีมุฮัมมัด ﷺ อ่านซูเราะฮ์นี้ในละหมาดศุบฮ์วันศุกร์
มีรายงานจากอบูฮุร็อยเราะฮ์ رضي الله عنه ว่า
كَانَ النَّبِيُّ ﷺ يَقْرَأُ فِي الْجُمُعَةِ فِي صَلَاةِ الْفَجْرِ الم تَنْزِيلُ السَّجْدَةَ وَهَلْ أَتَى عَلَى الْإِنْسَانِ
ความหมายโดยสรุปว่า
“ท่านนบี ﷺ เคยอ่านในละหมาดศุบฮ์วันศุกร์ ‘อะลีฟ ลาม มีม ตันซีล’ (ซูเราะฮ์อัส-สะญ์ดะฮ์) และ ‘ฮัลอะตา อะลัลอินซาน’ (ซูเราะฮ์อัล-อินซาน)”
บันทึกโดยอัล-บุคอรีและมุสลิม
ด้วยเหตุนี้ การอ่าน
ร็อกอะฮ์แรก — ซูเราะฮ์อัส-สะญ์ดะฮ์ (السجدة)
ร็อกอะฮ์ที่สอง — ซูเราะฮ์อัล-อินซาน (الإنسان)
ในละหมาดศุบฮ์วันศุกร์ จึงเป็นการปฏิบัติตาม ซุนนะฮ์ (Sunnah – السنة) ที่มีรายงานจากท่านนบี ﷺ
จุดประสงค์ไม่ใช่ “เลือกซูเราะฮ์เพื่อให้ได้สุญูด”
นี่เป็นจุดที่ควรทำความเข้าใจให้ถูกต้อง
เราไม่ควรเข้าใจว่า
“วันศุกร์ต้องมีการสุญูดติลาวะฮ์ ดังนั้นจึงเลือกซูเราะฮ์อัส-สะญ์ดะฮ์มาอ่าน เพราะมีอายะฮ์สะญ์ดะฮ์”
แต่ควรเข้าใจว่า
ท่านนบี ﷺ มีแบบอย่างในการอ่านซูเราะฮ์อัส-สะญ์ดะฮ์ในศุบฮ์วันศุกร์ และเมื่อการอ่านดำเนินไปถึงอายะฮ์สะญ์ดะฮ์ จึงมีการสุญูดติลาวะฮ์
กล่าวอีกแบบหนึ่งคือ
เป้าหมายไม่ใช่ “การหาซูเราะฮ์ที่ทำให้ได้สุญูด” แต่เป้าหมายคือ “การปฏิบัติตามซุนนะฮ์ของท่านนบี ﷺ”
นี่จึงอธิบายได้ว่า ทำไมเราไม่สามารถเพียงนำซูเราะฮ์อื่นที่มีอายะฮ์สะญ์ดะฮ์มาแทน แล้วกล่าวว่าได้ปฏิบัติซุนนะฮ์เดียวกัน
แล้วนำซูเราะฮ์อัล-อะลักมาอ่านในละหมาดได้หรือไม่?
ได้
ซูเราะฮ์อัล-อะลักเป็นส่วนหนึ่งของอัลกุรอาน สามารถนำมาอ่านหลังอัล-ฟาติหะฮ์ในการละหมาดในตำแหน่งที่อนุญาตให้อ่านซูเราะฮ์เพิ่มเติมได้
และหากอ่านไปถึงอายะฮ์ที่ 19
وَاسْجُدْ وَاقْتَرِبْ
ก็มีบทบัญญัติเรื่องสุญูดติลาวะฮ์เช่นเดียวกัน
แต่หากถามว่า
“การเลือกอัล-อะลักมาอ่านในศุบฮ์วันศุกร์ ถือเป็นซุนนะฮ์เฉพาะเหมือนอัส-สะญ์ดะฮ์หรือไม่?”
คำตอบคือ ไม่ใช่
เพราะหลักฐานเฉพาะเกี่ยวกับศุบฮ์วันศุกร์ระบุถึง อัส-สะญ์ดะฮ์และอัล-อินซาน
สุญูดติลาวะฮ์เป็นวาญิบหรือซุนนะฮ์?
ในประเด็นนี้มีรายละเอียดและความเห็นแตกต่างกันในหมู่นักนิติศาสตร์อิสลาม (Fuqahā’ – الفقهاء)
สำหรับ มัซฮับชาฟิอี (Shāfiʿī Madhhab) การสุญูดติลาวะฮ์ถือเป็น ซุนนะฮ์ ไม่ใช่วาญิบ ดังนั้น การอ่านหรือได้ยินอายะฮ์สะญ์ดะฮ์ไม่ได้หมายความว่าผู้ที่ไม่สุญูดจะมีบาปเพราะละทิ้งสิ่งที่เป็นวาญิบ
ขณะที่ มัซฮับฮะนะฟี (Ḥanafī Madhhab) มีรายละเอียดทางฟิกฮ์ที่ถือว่าสุญูดติลาวะฮ์เป็น วาญิบ (Wājib – واجب) เมื่อเข้าเงื่อนไขของบทบัญญัติ
ดังนั้น เวลาสอนเรื่องนี้ควรหลีกเลี่ยงการกล่าวแบบเหมารวมว่า “อ่านถึงตรงนี้แล้วทุกคนจำเป็นต้องสุญูด” โดยไม่กล่าวถึงความแตกต่างทางฟิกฮ์
ถ้าอ่านเฉพาะ 5 อายะฮ์แรกของอัล-อะลัก ต้องสุญูดหรือไม่?
ไม่ต้อง
เพราะอายะฮ์สะญ์ดะฮ์ของซูเราะฮ์อัล-อะลักอยู่ที่ อายะฮ์ 19
ส่วนวะฮีย์ชุดแรกที่ประทานแก่ท่านนบี ﷺ คืออายะฮ์ 1–5
จึงเป็นคนละประเด็นกัน
การอ่าน
اقْرَأْ بِاسْمِ رَبِّكَ الَّذِي خَلَقَ
ไปจนถึงอายะฮ์ที่ 5 เพียงเท่านั้น ยังไม่ได้อ่านถึงตำแหน่งสุญูดติลาวะฮ์ของซูเราะฮ์นี้
สิ่งสำคัญกว่าการถามว่า “ทำไมไม่ใช้ซูเราะฮ์อื่น?”
เรื่องนี้สะท้อนหลักสำคัญอย่างหนึ่งในการประกอบอิบาดะฮ์ (ʿIbādah – عبادة)
นั่นคือ เราไม่ได้พิจารณาเพียงว่า
“สิ่งนี้ทำได้หรือไม่?”
แต่ควรถามต่อว่า
“ท่านนบี ﷺ ปฏิบัติไว้อย่างไร?”
ซูเราะฮ์อัล-อะลักมีอายะฮ์สะญ์ดะฮ์ — จริง
อ่านอัล-อะลักแล้วสุญูดติลาวะฮ์เมื่อถึงอายะฮ์ที่กำหนด — มีหลักฐานรองรับ
แต่เมื่อพูดถึง ซุนนะฮ์เฉพาะของละหมาดศุบฮ์วันศุกร์ หลักฐานได้ระบุการอ่าน ซูเราะฮ์อัส-สะญ์ดะฮ์และซูเราะฮ์อัล-อินซาน
เพราะฉะนั้น การปฏิบัติตามซุนนะฮ์จึงไม่ได้หมายถึงเพียงการทำสิ่งที่ “คล้ายกัน” แต่หมายถึงการพยายามปฏิบัติตามแบบอย่างที่ได้รับการถ่ายทอดจากท่านรอซูลุลลอฮ์ ﷺ อย่างถูกต้อง
สรุป
อัล-อะลักมีอายะฮ์สะญ์ดะฮ์จริง แต่ไม่ได้มีซุนนะฮ์เฉพาะให้เลือกอ่านในศุบฮ์วันศุกร์
ขณะที่ อัส-สะญ์ดะฮ์ถูกอ่านในศุบฮ์วันศุกร์ เพราะมีแบบอย่างจากท่านนบี ﷺ ไม่ใช่เพียงเพราะในซูเราะฮ์มีอายะฮ์ให้สุญูด
เมื่อเข้าใจจุดนี้ เราจะเห็นความแตกต่างระหว่าง
“บทบัญญัติของสุญูดติลาวะฮ์”
กับ
“ซุนนะฮ์ของท่านนบี ﷺ ในการอ่านอัลกุรอานในละหมาดศุบฮ์วันศุกร์”
และนี่คือเหตุผลว่า ทำไมการศึกษาศาสนาจึงไม่ควรหยุดอยู่เพียงว่า “ทำอะไร” แต่ควรศึกษาให้ถึงว่า “ท่านนบี ﷺ ทำอย่างไร และมีหลักฐานอย่างไร”
والله أعلم
และอัลลอฮ์ทรงรู้ดีที่สุด
บทความที่น่าสนใจ