คำสอนจากท่านลุกมาน: การเลี้ยงลูกให้ถูกวิธี ในทรรศนะอิสลาม


518 ผู้ชม

เรื่องราวของท่านลุกมานเป็นบทเรียนที่อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮุ วะ ตะอาลา ได้เปิดเผยไว้ในคัมภีร์ของพระองค์ ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับการสอนลูกของท่าน


คำสอนจากท่านลุกมาน: การเลี้ยงลูกให้ถูกวิธี ในทรรศนะอิสลาม

คำสอนจากท่านลุกมาน: การเลี้ยงลูกให้ถูกวิธี ในทรรศนะอิสลาม

ท่านลุกมานสอนอะไรให้แก่ลูก? 

เรื่องราวของท่านลุกมานเป็นบทเรียนที่อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮุ วะ ตะอาลา ได้เปิดเผยไว้ในคัมภีร์ของพระองค์ ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับการสอนลูกของท่าน สำหรับพ่อแม่ผู้ปกครองจึงมิอาจมองข้ามประเด็นเหล่านี้ไปได้เลย เนื้อหาการสอนลูกของท่านลุกมานนั้น มีประเด็นสำคัญดังต่อไปนี้

สรุปเนื้อหาคำสั่งเสีย

“โอ้ลูกเอ๋ย เจ้าอย่าได้ตั้งภาคีใดๆต่ออัลลอฮฺ เพราะแท้จริงการตั้งภาคีนั้นเป็นการอธรรมอันมหันต์ " ......

คำสั่งเสียที่ 1 เรื่องเตาฮีด (ยึดมั่นในอะกีดะฮฺ ไม่ทำชิริก)

คำสั่งเสียที่ 2 การทำความดีต่อพ่อแม่ (คุณธรรมที่ถูกกล่าว ถัดจากการไม่ตั้งภาคีต่อพระเจ้า)“และเราได้สั่งการมนุษย์เกี่ยวกับบิดามารดาของเขา โดยมีมารดาของเขาได้อุ้มครรภ์เขาอ่อนเพลียลงครั้งแล้วครั้งเล่า และการหย่านมของเขาในระยะเวลาสองปี เจ้าจงขอบคุณข้า และบิดามารดาของเจ้า ยังข้านั้นคือการกลับคืนสู่”

การปฏิบัติดีที่ลูกมีต่อบิดามารดา เป็นผลของความตักวาต่ออัลลอฮฺ และเป็นผลจากการที่บ่าวรักษาการละหมาด สิ่งทั้งหมดจะเกี่ยวข้องกัน ผู้ที่ฝ่าฝืนคำสั่งของอัลลอฮฺเป็นอาจิณ และเป็นคนทิ้งละหมาดฟัรฎู จะบกพร่องในด้านคุณธรรมต่อพ่อแม่อย่างแน่นอน

คำสั่งเสียที่ 3 การรู้สึกถึงการเฝ้ามองของอัลลอฮฺ (ความตักวา )

“โอ้ลูกเอ๋ย แท้จริง (หากว่าความผิดนั้น) มันจะหนักเท่าเมล็ดผักสักเมล็ดหนึ่ง มันจะซ่อนอยู่ในหิน หรืออยู่ในชั้นฟ้าทั้งหลายหรืออยู่ในแผ่นดิน อัลลอฮฺก็จะทรงนำมันออกมาแท้จริง อัลลอฮฺเป็นผู้ทรงเมตตา ผู้ทรงรอบรู้ยิ่ง” 

คุณธรรมของอิสลามอันสูงส่งคือ การที่บ่าวรู้สึกได้ถึงการเฝ้ามองของอัลลอฮฺ การตระหนักว่าพระองค์รอบรู้ทุกสิ่งที่ซ่อนเร้นแม้แต่ในหัวอก ไม่มีสิ่งใดในชั้นฟ้าและแผ่นดินที่เป็นความลับต่อพระองค์ คุณธรรมข้อนี้จะช่วยให้บ่าวยับยั้งตนจากการทำบาปได้เสมอ 

คำสั่งเสียที่ 4 การรักษาการละหมาดฟัรฎู ห้าเวลา (เสาหลักของศาสนา อิบาดะฮฺที่ท่านนบีกำชับอุมมะฮฺนี้ เมื่อนาทีสุดท้ายของชีวิตมาถึง และเป็นสิ่งแรกที่จะถูกสอบสวนในวันกิยามะฮฺ)

“โอ้ลูกเอ๋ย เจ้าจงดำรงไว้ซึ่งการละหมาด”

ละหมาดเป็นสิ่งแรกที่จะถูกสอบสวนในวันกิยามะฮฺ ละหมาดเป็นสิ่งแยกระหว่างมุสลิมกับผู้ที่มิใช่มุสลิม มันสามารถกำหนดสภาพการตกศาสนาให้กับคนบางคนได้ท่านนบี ศอลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมได้กล่าวว่า

คำสั่งเสียที่ 5 การกำชับความดี การห้ามปราบความชั่ว (ร่วมดูแลสังคม ไม่ปลีกตัวหนีปัญหา อดทนเมื่อเผชิญหน้ากับการทดสอบในสนามงานดะอฺวะฮฺ)และจงใช้กันให้กระทำความดี และจงห้ามปรามกันให้ละเว้นการทำความชั่ว และจงอดทนต่อสิ่งที่ประสบกับเจ้า แท้จริง นั่นคือส่วนหนึ่งจากงานที่หนักแน่น มั่นคง”

การกำชับกันให้ธำรงไว้ซึ่งความดี และการกำชับกันให้ละทิ้งความชั่ว เป็นเอกลักษณ์และคุณสมบัติของประชาชาติที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมาบนดุนยานี้ หากประชาชาตินี้ละทิ้งหน้าที่นี้เสีย พวกเขาจะถูกปลดออกจากตำแหน่งประชาชาติตัวอย่าง สิ่งที่ยังเหลืออยู่กับพวกเขาคือ การไร้เกียรติและการถูกข่มเหง 

คำสั่งเสียที่ 6 รักษามารยาทในการปฏิสัมพันธ์กับผู้คน (ไม่หยิ่งยะโส ไม่ว่าชนชาติใดก็รังเกียจพฤติกรรมดังกล่าว)

“และเจ้าอย่าหันแก้ม (ใบหน้า) ของเจ้าให้แก่ผู้คนอย่างยะโส และอย่าเดินไปตามแผ่นดินอย่างไร้มารยาท แท้จริง อัลลอฮฺ มิทรงชอบทุกผู้หยิ่งจองหอง และผู้คุยโวโอ้อวด และเจ้าจงก้าวเท้าของเจ้าพอประมาณและจงลดเสียงของเจ้าลง แท้จริง เสียงที่น่าเกลียดยิ่งคือเสียง (ร้อง) ของลา”

ธรรมชาติของหัวใจมนุษย์นั้น โน้มเอียงเข้าหาความสุภาพอ่อนน้อม และไม่ตอบรับความเย่อหยิ่งจองหอง ด้วยเหตุนี้มุสลิมจึงต้องขจัดลักษณะของคนโอหังหรือคนตะกับโบรให้หมดสิ้นไม่ว่าบุคลิกในการสนทนาท่าทางการเดิน และระดับเสียงในการพูดคุย ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่องานอิสลามเป็นอย่างยิ่งในแง่การแสดงแบบ

แหล่งที่มา: dek-d.com

อัพเดทล่าสุด