eid al adha คือวันอะไร วันอีดิ้ลอัฎฮา 2562 วันไหน
eid al adha คือวันอะไร วันอีดิ้ลอัฎฮา เป็นวันแห่งการเฉลิมฉลอง และการเชือดสัตว์เพื่อพลีทาน ตามความหมายของคำ “อีด” แปลว่ารื่นเริงหรือเฉลิมฉลอง คำว่า “อัฎฮา” แปลว่า เชือดสัตว์พลีทาน และยังเป็นวันที่มีการเฉลิมฉลองในการประกอบพิธีฮัจญ์ด้วย โดยในวันอารอฟะห์หรือวันที่ 9 เดือนซุลฮิจยะห์ตามปฏิทินของอิสลาม
วันก่อนวันอีดิ้ลอัฎฮาเพียงหนึ่งวันเป็นวันที่ชาวมุสลิมที่ไปประกอบพิธีฮัจญ์จะต้องไปรวมตัวกันที่ทุ่งอัลราฟะห์เพื่อประกอบพิธีฮัจญ์เพื่อชำระบาปที่ได้กระทำความผิด ในวันนี้ถ้ามีผู้ถือศีลอด ไม่กิน ไม่ดื่ม งดจากการทำความชั่วทุกอย่างเหมือนกับเดือนรอมฎอน อัลเลาะห์จะอภัยโทษให้ในบาปกรรมที่เคยทำเอาไว้ทั้งหมดเมื่อปีที่ผ่านมาและของปีหน้า
โดยวันอีดิ้ลอัฎฮา 2562 วันไหน ทางสำนักจุฬาราชมนตรี ประกาศ การดูดวงจันทร์เพื่อกําหนดวันที่ 1 เดือนซุลฮิจยะห์ ฮิจเราะห์ศักราช 1440 ในวันพฤหัสบดีที่ 1 สิงหาคม พ.ศ.2562 เวลาหลังดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า
ทั้งนี้ วันอีดิ้ลอัฎฮา 2562 วันไหน หากเห็นดวงจันทร์ วันที่ 2 สิงหาคม วันอีดิ้ลอัฎฮา จะตรงกับวันที่ 11 สิงหาคม หากไม่เห็นดวงจันทร์ วันที่ 12 สิงหาคม คือ วันอีดิ้ลอัฎฮา 2562 (ฮ.ศ.1440)
รอฟังผลการดูดวงจันทร์จากสำนักจุฬาราชมนตรีอีกครั้ง
- ประกาศดูดวงจันทร์ 2562 รายอฮัจยี ตรงกับวันที่เท่าไหร่
- ล้มวัว อิสลาม เชือดกุรบาน เผยเคล็ดลับดึงเชือกให้ถูกต้อง เพียง 2 คนเท่านั้น (มีคลิป)
- กุรบาน มิใช่การบูชายัญ
ซึ่งศาสนาอิสลามจะมีงานวันเฉลิมฉลองเพียง 2 ครั้ง คือ วันอีดิ้ลฟิตริ และ วันอีดิ้ลอัฎฮา
วันอีดิ้ลฟิตริหรือวันออกบวช หรือวันอีดเล็ก จะเป็นวันที่ชาวมุสลิมมีการเฉลิมฉลองหลังจากการถือศีลอดมาตลอดทั้งเดือนรอมฎอน การเฉลิมฉลองในแต่ละปีจะต้องดูตามปฏิทินอิสลามโดยนับตามจันทรคติ เท่ากับว่าจะแตกต่างกันไปในแต่ละปี
การถือศีลอดนี้ชาวมุสลิมเชื่อว่า เป็นการทำให้รู้ว่าทุกคนมีความเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะยากดีมีจนแต่ทุกคนก็เหมือนกัน อีกทั้งทำให้สำนึกถึงความหิวโหยว่าเป็นอย่างไร และพร้อมจะช่วยเหลือคนอื่นในยามที่คนอื่นไม่มี ซึ่งนับเป็นความเอื้ออาทรที่มีต่อมนุษย์โลกด้วยกันอย่างแท้จริง
วันอีดิ้ลอัฎฮา eid al adha ภารกิจการทำฮัจญ์ ศูนย์รวมแห่งศรัทธามุสลิมทั่วโลกในเดือนซุลหิญญะฮฺ
ซุลหิญญะฮฺ เป็นเดือนสุดท้ายของปีฮิญเราะฮฺศักราชหรือปฏิทินอิสลาม (ปีนี้ตรงกับ1 -30 มกราคม 2549) หมายถึง เดือนแห่งการทำฮัจญ์ ซึ่งบรรดามุสลิมทั่วโลกที่มีความสามารถไปประกอบพิธีฮัจญ์ ณ นครมักกะฮฺประเทศซาอุดิอารเบียและมุสลิมทุกคนรอคอยการมาเยือนของวัน อีดิ้ลอัฎฮา(ฮารีรายอหะยี)
ดังนั้น เดือนนี้จึงเป็นเดือนที่ยิ่งใหญ่และประเสริฐอีกเดือนหนึ่ง เดือนนี้มุสลิมผู้เคร่งศาสนาโดยเฉพาะผู้สูงอายุชาวใต้ที่ไม่มีโอกาสไปทำฮัจญฺ์ก็ จะปฏิบัติศาสนกิจพอสรุป ได้ดังต่อไปนี้
1- ถือศีลอด 9 วันแรกของเดือนซุลหิญญะฮฺ 9 วันแรกของเดือนซุลหิญญะฮฺ( 1-9 มกราคมของปีนี้) ศาสดามุฮัมมัดทรงมีวจนะความ ว่า: “ได้มีรายงานจากท่าน อิบนิอับบาส (อัครสาวกศาสดา)ว่า ท่านศาสดาได้กล่าวว่าวันซึ่งอัลลอฮฺเจ้าทรงอภัยโทษแก่ศาสดาอาดัมก็ คือ
วันที่ 1 ของเดือนซุลหิญญะฮฺ ผู้ใดที่ทำการถือศีลอดในวันดังกล่าว อัลลอฮฺจะทรงอภัยโทษบาปทั้งหมดของเขา
วันที่ 2 อัลลอฮฺทรงรับการขอพรของศาสดายูนุส โดยอัลลอฮฺทรงนำท่านศาสดายูนุสออกมาจากท้องปลาวาฬ ผู้ใดถือศีลอดในวัน ดังกล่าว เขาจะเปรียบเสมือนทำความดีต่ออัลลอฮฺ 1 ปี โดยมิได้ฝ่าฝืนบัญญัติของอัลลอฮฺ ในการทำความดีของเขาแม้ชั่วพริบตาเดียว
วันที่ 3 อัลลอฮฺทรงรับการขอพรจากศาสดาซาการียา อลัยฮิสลาม ผู้หนึ่งผู้ใดถือศีลอดในวันดังกล่าว อัลลอฮฺจะทรงรับการขอพรของเขา
วันที่ 4 เป็นวันที่ศาสดาอีซา อลัยฮิสลาม ทรงประสูติ ผู้หนึ่งผู้ใดถือศีลอดในวันนี้ อัลลอฮฺจะทรงทำให้ความเศร้าโศกเสียใจ และความยากจนหมดไปและในวันสิ้นโลกเขาจะอยู่ในกลุ่มของนักเดินทางผู้มีคุณธรรมและทรงเกียรติ
วันที่ 5 เป็นวันที่ศาสดามูซา อลัยฮิสลาม ทรงประสูติ ผู้ใดถือศีลอดในวันดังกล่าว เขาจะบริสุทธิ์จากการเป็นมุนาฟิก(หน้าไหว้หลังหลอก) และพ้นจากการลงโทษในสุสาน
วันที่ 6 เป็นวันซึ่งอัลลอฮฺ ทรงประทาน ความดีให้แก่ท่านศาสดามุฮัมมัด ผู้หนึ่งผู้ใดทำการถือศีลอดในวันดังกล่าว อัลลอฮฺจะทรงทอดพระเนตรมายังเขาด้วยความเมตตา ฉะนั้นเขาจะไม่ถูกลงโทษหลังจากนั้นตลอดไป
วันที่ 7 คือ วันที่ประตูนรกถูกปิดและมันจะไม่ถูกเปิด จนกระทั่งวันที่ 10 ของเดือนซุลหิญญะฮฺล่วงเลยไป ผู้ใดที่ถือศีลอดในวันนี้อัลลอฮฺจะทรงปิดสามสิบประตูแห่งความยุ่งยาก และเปิดสามสิบประตูแห่งความสะดวกง่ายดายแก่เขา
วันที่ 8 ซึ่งถูกขนานนามว่าวัน “ตัรวียะฮฺ” ผู้ใดถือศีลอดในวันนี้ อัลลอฮฺ จะทรงตอบแทนความดี ซึ่งไม่มีผู้ใดรู้นอกจากอัลลอฮฺ
วันที่ 9 คือ วันอะรอฟะฮฺ ผู้ใดถือศีลอดในวันนี้ อัลลอฮฺจะทรงลบล้างความผิดต่างๆ ในปีที่ผ่านมาและปีต่อไป”
2- วันอีดิ้ลอัฎฮา ตรงกับวันที่ 10 เดือนซุลฮิญญะห์ วันตรุษอีดิ้ลอัฎฮาเป็นคำภาษาอาหรับ มาจากคำว่า
อีด แปลว่า รื่นเริง เฉลิมฉลอง และ
อัฎฮา แปลว่า เชือดสัตว์พลีทาน
ดังนั้น วันตรุษอีดิ้ลอัฎฮา จึงหมายถึง วันเฉลิมฉลองการ เชือดสัตว์เพื่อพลีทาน
- จ้างทำฮัจย์แทนคนที่ตายแล้วได้ไหม?
- สรุปขั้นตอน การประกอบพิธีฮัจญ์และอุมเราะฮฺ (ฮัจญ์ตะมัตตัวะอฺ)
- เตรียมตัวไปทําฮัจย์ ต้องทำอย่างไร? ความสำคัญของฮัจย์
- การทําฮัจญ์แบบตะมัตตัวะอ์
- การทําฮัจญ์แบบอิฟรอด
- การทําฮัจญ์แบบกิรอน
- ผลบุญเท่ากับการประกอบพิธีฮัจย์ 100 ครั้ง ภายใน 3 นาที ต้องทำอย่างไรบ้าง?
- ประวัติการขว้างเสาหิน 3 ต้น ที่มีนา
ภารกิจและข้อควรปฏิบัติในวันอีดิ้ลอัฎฮา (ซึ่งคล้ายกับวันอีดิ้ลฟิตรี)
ก. ภารกิจก่อนละหมาด
1) การตักบีร (สรรเสริญความยิ่งใหญ่ต่ออัลลอฮ์ตลอดเวลา) ดังที่อัลลอฮ์ได้ดำรัสในอัลกุรอ่าน ความว่า “และท่านทั้งหลายจงกล่าวตักบีร อย่างกึกก้องต่อพระองค์” (ซูเราะห์อัลอิสรอ อายะที่ 111)
2) อาบน้ำและทำความสะอาดร่างกายก่อนสวมใส่เสื้อผ้าไปยังสถานที่ละหมาด พร้อมทั้งขจัดขนของอวัยวะเพศ ขนรักแร้ ตัดเล็บ และขจัดกลิ่นกาย (โปรดดูบันทึกอีหม่ามมาลิก 1/177 และอีหม่ามซาฟีอี ในหนังสือมุสนัด หมายเลข 88)
3) แต่งกายด้วยอาภรณ์ที่สวยงาม พร้อมทั้งใช้น้ำหอมยกเว้นสตรี
4) รับประทานอาหารเบา ก่อนที่จะไปละหมาด (ดังที่อีหม่ามตัรมีซีย์ ได้บันทึกไว้ในหนังสือฮาดิษของท่าน หมายเลข 542)
1.ไปยังสถานที่ละหมาดตั้งแต่เช้า โดยเฉพาะมะมูม (ผู้ตามละหมาด) ด้วยวิธีดังต่อไปนี้ (สมควรแต่ไม่ใช่เป็นการบังคับ)
- ออกไปและกลับด้วยการเดินเท้า
- การเดินไปและกลับจากการละหมาดควรใช้เส้นทางต่างกัน
2.กล่าวสรรเสริญความยิ่งใหญ่ของอัลลอฮ์ ตลอดเวลาขณะเดินทาง
- เหนียต อาบน้ำวันอีด อย่างไร?
- มีประจำเดือน อาบน้ำวันอีดได้ไหม?
- 8 ไอเดียแต่งบ้านรับฮารีรายอ วันอีด
- ดุอาอฺในวันอีด
- วิธีละหมาดสุนัต วันอีดิ้ลอัฎฮา(อีดใหญ่)
- การกล่าวตักบีรในวันอิดิ้ลอัฎฮา
ทิศทางการละหมาดมุสลิมทั่วโลกจะหันหน้าไปทาง นครมักกะฮฺ โดยมีศูนย์กลาง ณ ที่ตั้งหินกาบะ ซึ่งมุสลิมจากทั่วโลกเดินทางไปร่วมพิธีฮัจย์
ข. ภารกิจหลังละหมาดอีด
ทุกคนต้องฟังคุตบะห์ (ฟังธรรมเทศนา) จากนั้นทุกคนต่างก็แสดงความยินดีปรีดาต่อกัน ขออภัยต่อกันในสิ่งที่ได้ล่วงละเมิด ทั้งโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม จากนั้นควรบริจาคทานกับเด็ก คนชรา หรือใครๆ ก็ได้ ที่ตัวเองประสงค์จะทำทาน ออกไปเยี่ยมเยียนซึ่งกันและกัน อาจจะจัดกิจกรรมบนเวทีให้กับเด็กๆ เพื่อมอบความสุขให้กับเขาเหล่านั้นและที่สำคัญทีสุดคือ เชือดสัตว์พลีทาน (กุรบ่าน) ผู้ที่อยู่ในฐานะที่จะทำได้ ไม่ควรละเลยข้อปฏิบัตินี้อย่างน้อยก็สักครั้งหนึ่งในชีวิตจากท่านอิบนี่อับบาสเล่าว่า ท่านรอซู้ลลุลเลาะฮ์หรือศาสดาทรงกล่าวว่า ในวันอีดิ้ลอัฎฮาไม่มีการภักดีใดๆของมนุษย์จะเป็นที่โปรดปรานรักใคร่ของอัล ลอฮ์ ดียิ่งไปกว่าการทำกุรบ่าน
- จุดกำเนิดของ กุรบาน (การเชือดสัตว์พลี)
- เชือดกุรบาน อายุสัตว์ที่ใช้ทำกุรบาน สัตว์ที่ห้ามทํากุรบาน
- ขั้นตอนการทำกุรบานทำอย่างไรบ้าง?
- เนื้อกุรบานวันอีด ศาสนาอื่นกินได้ไหม ขายได้ไหม?
- สัตว์ที่กำลังตั้งครรภ์ ใช้ทำกุรบานได้หรือไม่?
- เนื้อกุรบานนำไปขายได้หรือไม่?
กำหนดเวลาการทำกุรบ่าน
เริ่มเชือดกุรบ่านได้ตั้งแต่ดวงอาทิตย์ขึ้นของเช้าวันอีดิลอัฎฮา(หลัง ละหมาด) จนถึงเวลาละหมาดอัสรีของวันที่ 4 ของวันอีดรวม 4 วัน (วันอีด 1 วันตัสริก 3 วัน ) แต่ระยะเวลาที่ดีเยี่ยมควรเชือดกุรบ่าน คือหลังจากเสร็จการละหมาดอีดิลอัฎฮาแล้ว การเชือดควรให้เจ้าของเป็นผู้เชือดเองหากจะมอบให้ผู้อื่นเชือดก็ควรดูการ เชือดด้วย
วันตัชรีก ( 3 วันหลังจากวันอีดอัฎฮา)เป็นวันแห่งการทำภารกิจศาสนาหลังการทำฮัจญ์ สำหรับผู่ที่มิได้ทำฮัจญ์ ถือเป็นอีกสามวัน เพื่อการทำกุรบาน และยังถือว่าเป็นช่วงของวันอีดของมุสลิม
สัตว์ที่ใช้ทำกุรบ่าน คือ อูฐ วัว ควาย แพะ แกะ กีบัช อูฐ ต้องมีอายุ 5 ปีบริบูรณ์ ใช้ทำกุรบ่านได้ 7 ส่วน ดังนั้น จึงรวมกันทำ 7 คน/อูฐตัวเดียวก็ได้ หรือจะทำคนเดียวก็ยิ่งดี
วัว ควาย ต้องมีอายุ 2 ปีบริบูรณ์ ทำกุรบ่านได้ 7 ส่วน
แพะ ต้องมีอายุ 2 ปีบริบูรณ์ ทำกุรบ่านได้ 1 ส่วน
แกะและกิบัช ต้องมีอายุ 1 ปีบริบูรณ์ หรือเปลี่ยนฟันแล้ว ทำกุรบ่านได้ 1 ส่วน
สัตว์จะทำกุรบ่าน ต้องอ้วนสมบูรณ์ปราศจากสิ่งตำหนิหรือโรค ควรมีลักษณะสวยงามสง่า
สัตว์ที่ห้ามทำกุรบ่านไม่ได้ ได้แก่ สัตว์ที่เป็นโรค หรือพิการหรือไม่สมประกอบ เช่น ตาบอด หูแหว่ง เขาหัก ไม่มีฟัน แคระแก่น มีท้อง
เนื้อสัตว์ที่ทำกุรบ่านนั้น ให้แจกจ่ายแก่คนยากจนและเพื่อนบ้าน ควรเก็บไว้กินเองเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
วันอีดิ้ลอัฎฮา หรือบางคนเรียกว่า อีดิ้ลกุรบาน ตรงกับวันที่ 10 เดือนซุลหิจญะห์ (เดือนที่ 12 ตามปฏิทินอิสลาม) ซึ่งเป็นเดือนที่มุสลิมเดินทางไปทำฮัจญ์ที่นครมักกะห์ กิจกรรมสำคัญประจำวันอีดนี้คือการเชือดสัตว์พลีเพื่ออัลลอฮ สัตว์ที่เชือดได้แก่ แพะ แกะ วัว หรืออูฐ สัตว์ที่เชือดเรียกว่า "อุฎฮิยะห์" ตามภาษาที่ใช้ในนิติศาสตร์อิสลาม จึงเป็นที่มาของชื่อ อีดิลอัฎฮา ส่วนที่เรียกว่า กุรบาน ก็เนื่องจากการเชือดสัตว์นี้เป็นการกระทำเพื่อความใกล้ชิดพระเจ้า
แหล่งที่มา : วิทยาลัยอิสลามศึกษา ม.อ.ปัตตานี



