
ซูเราะห์อัลบะเกาะเราะห์ที่ต่อจากญุซที่ผ่านมา มีหลากหลายเรื่องราว ที่พระองค์ทรงบอกกล่าว
สรุปความ อัล-กุรอาน ญุซที่ 3
ซูเราะห์อัลบะเกาะเราะห์ที่ต่อจากญุซที่ผ่านมา มีหลากหลายเรื่องราว ที่พระองค์ทรงบอกกล่าว ... ส่วนหนึ่งในนั้น :-
_________________
อัลบะเกาะเราะฮ์ : 253
____________________
ญุซนี้ เริ่มด้วยความประเสริฐของบรรดานบี ที่อัลลอฮทรงประทานให้อย่างแตกต่างกัน มีนบีบางท่านที่ประเสริฐกว่าท่านอื่นๆ หรือมีนบีบางท่าน ที่ได้มีโอกาสรับฟังดำรัส และพูดกับพระองค์ ได้พูดถึงท่านนบีอีซา(อ.ฮ.) บุตรของ พระนางมัรยัม ซึ่งได้รับหลักฐานอันชัดแจ้ง จากพระองค์
__________________
อัลบะเกาะเราะฮ์ : 255-256
____________________
จากนั้น จะเป็นกลุ่มอายัต ที่เรารู้จักกัน คือ อายัตกุรซีย์ "อัลลอฮุ ลา อีลาฮา อิลลา ฮูวัล ฮัยยุล ก็อยยูม...." จนจบอายัต ซึ่งเรารู้กันดี ว่านี่ เป็นอายัตที่ยิ่งใหญ่มาก
เป็นการกล่าวถึงความยิ่งใหญ่ขององค์อัลลอฮ พระเจ้าที่แท้จริงหนึ่งเดียว ผู้ทรงเป็นนิรันดร์ ไม่มีการง่วงการนอน หรืออะไรที่เป็นข้อบกพร่อง บัลลังค์ของพระองค์นั้นใหญ่กว่าชั้นฟ้าและแผ่นดิน ถึงกระนั้น ก็ไม่ได้เป็นภาระใดๆแก่พระองค์เลย
ผู้ทรงรอบรู้ทุกอย่าง ทรงสูงส่ง ทรงยิ่งใหญ่หาผู้ใดเทียบไม่ได้อย่างแท้จริง
จากนั้น พระองค์ทรงกล่าวถึง ไม่มีการบังคับใดๆในเรื่องของศาสนา จงศรัทธาในหนทางของพระองค์ และละทิ้งทางแห่งฏอฆูต (ทางชั่วร้าย หรือ ชัยฏอนนั่นเอง)
และแน่นอน พระองค์จะทรงช่วยเหลือผู้ศรัทธาอย่างแน่นอน
________________
อัลบะเกาะเราะฮ์ : 258
____________________
จากนั้น พระองค์ได้พูดถึงเรื่องราวของ นบีอิบรอฮีม(อ.ฮ.) กับกษัตริย์ นัมรู้ด (เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังเหตุการณ์ที่เมืองของท่านนบีอิบรอฮีม (อ.ฮ.) ที่ท่านโดยผลักลงไปในไฟ และไฟได้เย็นลง)
นัมรู้ด ผู้โอหัง อ้างตนเป็นพระเจ้า ท่านนบีอิบรอฮีม(อ.ฮ.) กล่าวว่า พระเจ้ามีเพียงอัลลอฮองค์เดียวเท่านั้น พระองค์ทรงนำความเป็น หรือความตาย สู่ผู้ใดก็ได้ตามประสงค์
นัมรู้ด จึงกล่าวว่า ข้าก็นำความตายสู่ใครก็ได้ ถ้าข้าต้องการ
ท่านนบีจึงกล่าวว่า แท้จริง อัลลอฮนั้น ทรงนำดวงอาทิตย์ ขึ้นมาจากทางทิศตะวันออก หากเจ้ามีอำนาจอย่างแท้จริง จงนำมันขึ้นทางทิศตะวันตกสิ!!!
แต่ถึงกระนั้น ก็ยังมีผู้ที่งมงาย เชื่อนัมรู้ดในขณะนั้นอีกมากมาย และอัลลอฮจะไม่ทรงประทานแนวทางที่ถูกต้องแก่พวกอธรรมทั้งหลาย
__________________
อัลบะเกาะเราะฮ์ : 259
____________________
จากนั้น พระองค์ ได้กล่าวถึงบุคคลหนึ่ง ณ บัยตุลมักดิส ที่หลับไปเป็นเวลา ร้อยปี และทรงชุบชีวิตเขาขึ้นมาหลังจากนั้น ซึ่งเมื่อเขาตื่นขึ้นมา อาหารของเขา ไม่ได้บูด ไม่ได้เสียแต่อย่างใด ( จะมีการกล่าวในญุซ 10 คือ ท่านนบี อุซัยร์ (อ.ฮ.) นั่นเอง )
___________________
อัลบะเกาะเราะฮ์ : 260
____________________
จากนั้น พระองค์ทรงกล่าวถึง ในตอนที่ท่านนบี อิบรอฮีม (อ.ฮ.) ต้องการเห็นการฟื้นคืนชีพ อัลลอฮทรงตรัสถาม เจ้าไม่เชื่อข้าอย่างนั้นรึ? ท่านนบีกล่าวว่า หามิได้ ข้าเพียงต้องการให้หัวใจข้านั้นสงบ ... ท่านนบีนั้นศรัทธาเต็มหัวใจอยู่แล้ว ..
พระองค์ จึงสั่งให้ท่านนบีเอานกมา แล้วแยกชิ้นส่วน ไปวางมันบนภูเขาแต่ละลูกๆ จากนั้น พระองค์จึงทำให้ชิ้นส่วนมารวมกันและกลับมามีชีวิตเป็นนกอีกครา
_________________
อัลบะเกาะเราะฮ์ : 261
____________________
พระองค์ยังทรงอุปมาผู้ที่ได้บริจาคทรัพย์ของตน โดยไม่หวังสิ่งใด หรือหวังการลำเลิกบุญคุณใดๆกลับมา พวกเขาเหมือนกับ เมล็ดต้นพืชชนิดหนึ่ง ที่งอกขึ้นมามี 7 รวง และแต่ละรวงนั้นมี ร้อย เมล็ด (ให้ทานเพียง 1 แต่ผลที่งอกเงยออกมานั้นหลายร้อย) เช่นนี้แหละผลบุญที่เขาจะได้รับ
_______________
อัลบะเกาะเราะฮ์ : 263
____________________
พระองค์ยังกล่าวถึง คำพูดที่ดี และการให้อภัยนั้น ดีกว่าการให้ทาน ที่มีการทวงบุญคุณ หรืออวดอ้างแก่ผู้อื่น
______________
อัลบะเกาะเราะฮ์ : 268
____________________
อัลลอฮยังทรงพูดถึงการให้ทาน หรือบริจาคอีก ว่าเปรียบเสมือนคนๆหนึ่ง ที่มีพื้นดินอันว่างปล่าว แล้วพระองค์ก็ทรงส่งน้ำลงมา ทำให้พื้นดินนั้น มีพืชพันธุ์งอกเงยขึ้นมา มีแม่น้ำ มีผลไม้ต่างๆ จากที่ไม่เคยมีอะไร
แต่ถึงกระนั้น หากการบริจาคนั้นมิใช่ด้วยความบริสุทธิ์ใจ ก็เสมือนกับคนที่มีทุกอย่างที่ว่านั้น เมื่อถึงกาลชราภาพ คิดว่าจะเหลือสิ่งมากมายเหล่านี้แก่ลูกหลาน หารู้ไม่ อัลลอฮทรงส่งลมพายุ และไฟ ทำลายและเผามอดไหม้จนหมด ไม่มีค่าอะไรเลย
__________________
อัลบะเกาะเราะฮ์ : 269
____________________
อัลลอฮทรงเตือนสติเรา ว่าชัยฏอนนั้น มันจะขู่เราด้วยความยากจน สุดท้าย เราก็จะกระทำความผิด เพื่อหนีจากมัน แต่อัลลอฮนั้น ทรงสัญญากับเราถึงการอภัยโทษ และพระองค์ ทรงกรุณา ทรงกว้างขวาง และทรงรอบรู้
__________________
อัลบะเกาะเราะฮ์ : 271
____________________
พระองค์ยังกล่าวถึงการบริจาคทาน แก่ผู้ยากจนขัดสน โดยไม่หวังสิ่งตอบแทนใดๆ จะเป็นการลบล้างบาปและความผิดของเขาผู้นั้น
____________________
อัลบะเกาะเราะฮ์ : 275
____________________
จากนั้น พระองค์ได้กล่าวถึงหนึ่งใน 7 บาปใหญ่ คือการกินดอกเบี้ย ที่พระองค์ทรงประกาศสงคราม กับผู้ที่เกี่ยวข้องกับมัน ... พระองค์ทรงห้ามเรื่องดอกเบี้ย และพระองค์ได้อนุญาต ในเรื่องค้าขาย
_________________
อัลบะเกาะเราะฮ์ : 281
____________________
(( จากนั้นจะเป็นอายัต ที่ถูกประทานลงมาเป็นอายัตสุดท้ายของอัลกุรอ่านทั้ง 6,236 อายัต .. อายัตในซูเราะฮ์ อัลบะเกาะเราะฮ์นี้ .. อายัตที่ 281 ..
จากหนังสือตัฟซีร ของท่านอิบนุ กะษีร (ร.ฮ.) มีหลายสายรายงานมาก ที่ระบุเรื่องนี้ไว้ .. ไม่ว่าจะเป็น
จากสายรายงานท่าน สะอี๊ด อิบนุ ญุบัยร์ (ร.ฮ.) .. ซึ่งท่านได้กล่าวอีกว่า .. เมื่ออายัตนี้ถูกประทานลงมา ท่านนบี (ศอลฯ) มีชีวิตอยู่หลังจากนั้น 9 คืน .. ( ก็คือ อายัตถูกประทานลงมาสุดท้าย และท่านก็อยู่ต่ออีก 9 วัน ก็เสียชีวิตลง ) ซึ่งรายงานนี้ บันทึกโดย ท่าน อิบนุ อาบี ฮาติม (ร.ฮ.)
หรือจากบันทึก ของ ท่าน อิบนุ มัรดุวัยฮ์ (ร.ฮ.) ซึ่งเป็นสายรายงานจากท่าน อัลมัสอูดีย์ (ร.ฮ.) ซึ่งรายงานจาก ท่าน ฮาบี๊บ อิบนุ อาบี ษาบิต (ร.ฮ.) ซึ่งก็รายงานจากท่าน สะอี๊ด อิบนุ ญุบัยร์ (ร.ฮ.) ซึ่งรายงานจากท่าน อับดุลลอฮ อิบนุ อับบาส (ร.ฎ.) ... ก็เป็นเช่นนี้เหมือนกัน
หรือ จากบันทึก โดย ท่าน อันนะซาอีย์ (ร.ฮ.) ซึ่งก็เป็นสายรายงานจากท่าน อิกริมะฮ์ (ร.ฮ.) ซึ่งรายงานจากท่าน อับดุลลอฮ อิบนุ อับบาส (ร.ฎ.) เช่นกัน ..
ดังนั้น ใครตั้งใจฟังดีๆ จะได้ยินอายัตนี้ ซึ่งถ้าเรามามองที่ความหมายของดำรัสนี้ของพระองค์ คือ เหมาะมาก ที่จะเป็นการสรุปทุกอย่างลง
หลังจากที่อัลลอฮทรงประทานอายัตมากมาย ในหลากหลายบริบท ทั้งเรื่องโลกนี้ โลกหน้า การงานอีบาดัต เรื่องราวนบีท่านต่างๆ บทเรียนจากชนรุ่นก่อน หลักการชารีอะฮในชีวิตของมนุษย์ และอื่นๆอีกมากมายจนครบ สุดท้าย อายัตนี้ก็ลงมาปิดปมทั้งหมด ....))
"จงยำเกรง วันที่พวกเจ้าจะถูกทำให้กลับไปยังอัลลอฮ ((( ขมวดทุกปม การตักวา คือทางเดียวที่จะทำให้ชนะ)))
และจากนั้น ทุกชีวิต จะได้รับการตอบแทนในสิ่งที่ทำไป และพวกเขา จะไม่ถูกอธรรมใดๆ ((( หลังจากใช้ชีวิต ทำตามดำรัสพระองค์ เมื่อฟื้นขึ้นมา แม้ความดีความชั่ว ใด จะเล็กเท่าขี้ฝุ่นแค่ไหน อัลลอฮจะไม่มองข้าม .. ทำดี ได้ดีเเน่นอน ! ทำชั่ว รอการลงโทษ ได้เลย !!! นี่คือคำสัญญาจากพระองค์ !)))
____________________
อัลบะเกาะเราะฮ์ : 282
____________________
จากนั้น จะเป็นอายัตที่ยาววววที่สุดในอัลกุรอ่าน อายัตที่ 282 จากซูเราะฮ์อัลบากอเราะฮ์ ที่กล่าวถึงเรื่อง หนี้สิน
พระองค์ทรงกล่าวถึงการเป็นหนี้ ว่าให้เจ้าหนี้จดบันทึกทุกอย่างไว้อย่างยุติธรรม หากเจ้าหนี้เขียนไม่เป็น ก็จงให้คนที่เป็นจดให้ แต่ยังไงก็ต้องจดไว้ และให้ใช้หนี้ ในเวลาที่กำหนดอย่างถูกต้อง
สิทธิของผู้เป็นเจ้าหนี้ จะเหนือกว่าผู้เป็นลูกหนี้ (ไม่ใช่ให้เจ้าหนี้ไปง้อให้ลูกหนี้จ่าย) และอื่นๆ หากผู้ใดฝ่าฝืน แน่นอน อัลลอฮทรงรู้การกระทำทุกอย่าง!!!
ยังพูดถึงการค้ำประกัน พระองค์สั่งให้ชดใช้หนี้เสีย ห้ามโกหก ปกปิดหลักฐานใดๆ แน่นอน ผู้ใดที่ปกปิดมันไว้ หัวใจของเขา ได้กระทำบาปแล้ว
แต่ถ้าใครยอมรับผิด สำนึกตัว ชดใช้ความผิด พระองค์ก็จะทรงอภัยโทษแก่เขาผู้นั้น
__________________
อัลบะเกาะเราะฮ์ : 285-286
____________________
จากนั้น พอจะจบอัลบะเกาะเราะฮ์
เราจะเจอ 2 อายัต ที่ทุกคนอ่านกันเป็นประจำ
หรือถ้าใคร ไม่เคยอ่าน ก็แนะนำให้อ่านให้ท่องเลยยย
ซึ่งปกติ เราจะอ่านกันในอัซการเช้าเย็น หรือก่อนนอน
นั่นคือ อายัตที่ 285 และ 286 ซึ่งเป็น 2 อายัตสุดท้ายของ ซูเราะฮ์ที่ประมวลเรื่องราว มากที่สุด และยาวที่สุด และพูดถึงท่านนบีต่างๆ มากที่สุด คือ อัลบะเกาะเราะฮ์ นั่นเอง
มีฮาดิษมากมายที่พูดถึงความสำคัญของ 2 อายัตนี้ จะขอยกมาอันนึงละกันนะ
บันทึกโดย ท่าน อิบนุ มัรดุวัยฮ์ (ร.ฮ.) สายรายงานจากท่าน ซัยด์ อิบนุ ศิฺบยาน (ร.ฮ.) ซึ่งรายงานจากท่าน อาบี ซัรริน (ร.ฎ.) กล่าวว่า ท่านนบี (ศอลฯ) กล่าวว่า "ฉัน ได้ถูกมอบ ปัจฉิมอายัต แห่งอัลบะเกาะเราะฮ์ นี้ (ซึ่งมาจาก) สมบัติ ใต้อารัช (บัลลังค์ของอัลลอฮ) "
ใช่แล้ว ถ้าใครอ่านแล้วเข้าใจ
2 อายัต นี้ เป็นอายัตชุดเดียว ที่ไม่ได้ถูกประทานบนโลก แต่ท่านนบี (ศอลฯ) ขึ้นไปรับ บนฟากฟ้า (ซึ่งก็คือ ช่วงขาลง ตอนมิอฺรอจญ์ หลังจากรับบัญญัติละหมาด 5 เวลา แล้ว)
เพราะ 2 อายัต คือ สมบัติ ที่อยู่ ใต้อารัชของอัลลอฮ ซึ่งอารัชของอัลลอฮเนี่ย ก็อยู่เหนือฟ้าชั้น 7 ขึ้นไปอีกนั่นเอง
เรียกว่า เป็นอายัตที่สู งส่งยิ่ง ... จึงถูกนำมาอ่าน ทั้งเช้าทั้งเย็น ทั้งกลางคืน
ซึ่งถ้าดูความหมาย จะเข้าใจมากขึ้น ว่าพระองค์ สรุป ชีวิต บ่าวผู้ศรัทธาคนนึง ในอายัตแรก ว่าต้องศรัทธาต่อ อัลลอฮ ต่อบรรดามลาอีกัต ต่อบรรดาคัมภีร์ ต่อบรรดารอซูล และในท้ายที่สุดทุกคนก็จะต้องกลับไปยังพระองค์ ..
และสรุปชีวิต ในอายัตต่อมา ว่า พระองค์ จะไม่ทรงมอบภาระ ที่มันหนัก เกินกว่าที่บ่าวของพระองค์รับไหวหรอก
(ทุกบททดสอบของเรา เรามีความสามารถ ผ่านไปได้แน่นอน ด้วยความช่วยเหลือและอนุมัติจากพระองค์ ... มนุษย์ มีความสามารถตรงนั้น ไม่ได้ถูกสร้างมาโดดเดี่ยวให้เผชิญเรื่อง ที่หนักเกินกว่าจะรับไหว .. เนี่ยมันคือ สรุป ชีวิต และความศรัทธาของคนคนนึงเลย)
ซึ่ง ซูเราะฮ์อัลบากอเราะฮ์ ที่เดินทางกันมาตั้งแต่ค่ำคืนที่ 1 ก็จะจบลงด้วยอายัต ที่พระองค์จะไม่ทรงมอบหมายงานใดๆ ที่มันเกินความสามารถของเรา พระองค์จะตอบแทนทุกความดี และลงโทษอย่างเจ็บปวดในทุกความผิด
เป็น 3 ดุอา ที่เราอ่านกันเป็นประจำในอัซการเช้าเย็น เป็นหนึ่งในดุอาที่ดีที่สุด ที่เราจะขอจากพระองค์
"โอ้พระเจ้าของพวกเรา โปรดอย่าเอาโทษแก่พวกเราเลย หากเราลืม หรือผิดพลาดไป"
"โอ้พระเจ้าของพวกเรา โปรดอย่าได้บรรทุกภาระที่หนักอึ้งใดๆแก่พวกเรา ซึ่งพระองค์ ได้มอบมันให้แก่ชนรุ่นก่อนแล้ว"
"โอ้พระเจ้าของพวกเรา ได้โปรดอย่าได้มอบภาระอันใด ที่เราไม่มีความสามารถรับมันได้ ได้โปรดอภัยแก่พวกเรา ได้โปรดยกโทษแก่พวกเรา ได้โปรดเมตตาพวกเราด้วยเถิด แท้จริง พระองค์ คือผู้ทรงปกครองเรา ดังนั้น ได้โปรดช่วยเหลือเรา ให้มีชัยชนะเหนือพวกปฏิเสธศรัทธาด้วยเถิด..."
จบอย่างสวยงาม ...
จากนั้น จะเป็นซูเราะฮ์ที่ 3 คือ อาลิ อิมรอน (วงศ์วานของ อิมรอน) {อิมรอน คือ บิดาของท่านหญิงมัรยัม หรือก็คือ ตา ของท่านนบีอีซา(อ.ฮ.) นั่นเอง}
_________________
อาลิ อิมรอน : 1-7
____________________
พระองค์ได้กล่าวถึง ความยิ่งใหญ่ของพระองค์ผู้ทรงสร้างทุกสิ่งสรรพ ผู้รอบรู้ทุกความลับ ผู้ทรงบังเกิดเราตั้งแต่ในครรภ์มารดา ไม่มีสิ่งใดควรค่าแก่การภักดี นอกจากพระองค์เท่านั้น
__________________
อาลิ อิมรอน : 8
____________________
จากนั้นจะเป็นดุอา ที่ว่า ขอพระองค์ทรงอย่าให้เรา ออกจากความจริง หลังจากที่ได้รับรู้สัจธรรมแล้ว (คนประเภทนี้มีเยอะ รู้แล้วว่าผิด หากแต่ยังทำ)
___________________
อาลิ อิมรอน : 10
____________________
บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธานั้น ลูกหลานของเขา ทรัพย์สมบัติของเขา ไม่มีค่าใดๆในวันกียามัต
_________________
อาลิ อิมรอน : 15
____________________
พระองค์ยังทรงกล่าว ว่าให้ท่านนบีมูฮัมหมัด(ซอลฯ) กล่าวแก่ผู้ปฏิเสธศรัทธา ว่า แท้จริง พวกเขาจะปราชัย พ่ายแพ้ในวันกียามัต พวกเขาจะต้อง เข้าไปอยู่ในนรก ญะฮันนัม อันร้อนระอุ หาที่สุดมิได้
ในขณะที่ผู้ศรัทธา จะอิ่มเอม ยินดี ปรีดา กับความสุข ความผาสุก บนสรวงสวรรค์อันเต็มไปด้วย ผลไม้นานาชนิด และเเม่น้ำที่ไหลผ่าน ได้รับคู่ครองอันบริสุทธิ์ ได้รับความพึงพอพระทัยจากพระองค์ และจะคงอยู่ตลอดกาล
____________________
อาลิ อิมรอน : 17
____________________
พวกเขาคือ บรรดา :-
- ผู้อดทน
- ผู้พูดจริง
- ผู้ภักดี
- ผู้บริจาค และ
- ผู้ที่ขออภัยโทษ ในยามใกล้รุ่ง (ช่วงเวลาตะฮัจยุด)
_________________
อาลิ อิมรอน : 19
____________________
พระองค์ทรงกล่าว ศาสนาที่แท้จริง คือ อิสลามเท่านั้น พระองค์ คือผู้ที่เราจะภักดีเท่านั้น
____________________
อาลิ อิมรอน : 21
____________________
พระองค์ ยังแจ้งข่าวร้ายแก่บรรดา ผู้ที่สังหารนบีของตน (เช่น วงศ์วานอีสรออีล ที่ ณ เวลาหนึ่ง พวกเขาได้สังหาร ท่านนบีซะกะรียา(อ.ฮ.) และนบียะฮ์ยา(อ.ฮ.)) ว่าจะเจอการลงโทษ อันเจ็บแสบ
____________________
อาลิ อิมรอน : 24
____________________
อัลลอฮ ยังได้ทรงเล่าถึงกลุ่มคน ที่พระองค์ทรงส่งนบีไปแล้ว ตักเตือนแล้ว มีคัมภีร์แล้ว แต่ยังประพฤติชั่วเหมือนเดิม พวกเขาคิดว่าไฟนรกทำอะไรพวกเขาไม่ได้ แต่นั่นผิด!
_________________
อาลิ อิมรอน : 25
____________________
ในวันแห่งการชุมนุม พระองค์จะทรงลงโทษทุกความผิดที่ก่อโดยไม่พลาดแม้แต่อย่างเดียว
____________________
อาลิ อิมรอน : 27
____________________
พระองค์ยังกล่าว แท้จริง พระองค์เป็นผู้ทรงมีอำนาจ
พระองค์จะทรงถอดถอนอำนาจของใครก็ได้ หากพระองค์ทรงประสงค์
พระองค์ จะทำให้ใคร ต้อยต่ำ ก็ได้ หากพระองค์ทรงประสงค์
พระองค์ จะทรงยกใคร ให้สูงส่ง ก็ได้ หากพระองค์ทรงประสงค์
พระองค์ผู้ทรงผันเปลี่ยนกลางวัน กลางคืน
ผู้ทรงผันชีวิต และความตาย
อัลลอฮทรงตักเตือนพวกเรา เพราะวันหนึ่ง ยังพระองค์นั้น คือการกลับไป
______________
อาลิ อิมรอน : 33
____________________
พระองค์ยังกล่าว ว่า แท้จริงพระองค์ได้ทรงคัดเลือก อดัม และนูฮ และวงศ์วานอิบรอฮีม และวงศ์วานอิมรอน ให้เหนือกว่าประชาชาติทั้งหลาย
หลายคนอาจสงสัย ทำไมเป็น 4 ท่านนี้ :-
1.ท่านนบีอดัม (อ.ฮ.) บิดาแห่งมวลมนุษยชาติ
2.ท่านนบีนูฮ (อ.ฮ.) ผู้เริ่มต้นศักราชใหม่ หลังจากน้ำท่วมโลก พัดพาทำลายผู้ปฏิเสธศรัทธา จนหมดสิ้นไปจากหน้าแผ่นดินนี้
3.ท่านนบีอิบรอฮีม (อ.ฮ.) ผู้เป็นบิดาของศาสนาของชาว คัมภีร์ และศาสนาที่ยิ่งใหญ่ ทั้ง 3 เพราะ :-
... 3/1... ลูกชายของท่านคนหนึ่ง ท่านนบีอิสมาอีล (อ.ฮ.) คือต้นตระกูลสายท่านนบีมูฮัมหมัด (ซอลฯ)
... 3/2 ... ส่วนลูกชายของท่านอีกคน ท่านนบีอิสฮาก (อ.ฮ.) คือบิดาของท่านนบียะกู้บ (อ.ฮ.) เขาคือบิดาแห่งวงศ์วานอิสรออีล 1 ใน 2 ศาสนาชาวคัมภีร์ คือ ยาฮูดี
... 3/3 ... และจากลูกหลานท่าน ก็คือ ท่านนบีอีซา(อ.ฮ.) ผู้รับคัมภีร์ อินญีล 1 ใน 2 ศาสนาชาวคัมภีร์ คือ นัศรอนี
4. ท่านอิมรอน คือบิดา ของท่านหญิงมัรยัม (ร.ฮ.) หญิงพรหมจรรย์ ผู้ไม่เคยมีชายใดแตะต้อง และยังได้รับการเป่าวิญญานจากองค์อัลลอฮ คลอดบุตรออกมาเป็นอีก 1 มหาบุรุษที่ยิ่งใหญ่ ท่านนบีอีซา(อ.ฮ.) นั่นเอง
____________________
อาลิ อิมรอน : 35
____________________
จากนั้น อัลลอฮ ก็ได้ทรงเล่าถึง ภรรยาของท่านอิมรอน (ท่านหญิงฮันนาห์ ร.ฮ.) ว่าท่านได้บนบานไว้ ว่าหากมีลูก จะให้ลูกของท่าน อุทิศชีวิต ในการเคารพภักดีต่ออัลลอฮ และรับใช้พระองค์เท่านั้น (ซึ่งท่านก็คิดว่าคงจะได้ลูกชาย)
____________________
อาลิ อิมรอน : 36
____________________
หากแต่ อัลลอฮ์ทรงกำหนด ว่าเป็นผู้หญิง และพระองค์รู้ดีว่าเป็น ผู้หญิง ... เมื่อคลอดออกมา จึงได้ตั้งชื่อว่า "มัรยัม" ผู้ที่จะบริสุทธิ์จากชัยฏอน ภัยร้ายทั้งปวง ท่านจึงส่ง พระนางมัรยัม ให้ไปอยู่ในวิหาร (นักบวชในสมัยนั้นใช้วิหารเป็นที่เผยแพร่ศาสนา)
____________________
อาลิ อิมรอน : 37
____________________
และผู้ที่รับ พระนางมัรยัม เป็นบุตรีบุญธรรม ก็คือ ท่านนบีซะกะรียา (อ.ฮ.) [ภรรยาของท่านอิมรอน และภรรยาของท่านนบีซะกะรียา (อ.ฮ.) เป็นพี่น้องกัน] ครั้งหนึ่ง ท่านนบีซะกะรียา (อ.ฮ.) นำอาหาร จะไปให้ท่านหญิงมัรยัม เมื่อเปิดประตูขึ้นมาจึงตกใจ เพราะบนโต๊ะนั้น มีอาหารวางไว้อยู่ก่อนแล้ว ... ท่านจึงถาม ผู้ใดนำมาให้ ... ท่านหญิงตอบ มันมาจากอัลลอฮ แท้จริง พระองค์จะทรงให้ริสกี แก่ผู้ใดก็ได้ โดยปราศจากการคำนวณ (อัลลอฮทรงให้มลาอีกัตนำมาให้นั่นเอง) (ท่านนบีซะกะรียา (อ.ฮ.) ในตอนนั้นยังไม่มีบุตร)
_______________
อาลิ อิมรอน : 38-40
____________________
ท่านจึงวิงวอนต่ออัลลอฮ และพระองค์ก็แจ้งข่าวดี ว่าท่านจะมีบุตร ซึ่งก็คือ ยะฮ์ยา ผู้ที่จะยืนยันซึ่งพจมานหนึ่ง ของอัลลอฮ์ ... ท่านนบีก็กล่าวว่า เราจะมีบุตรกันได้อย่างไร พวกข้านั้นล้วนชราภาพ (ทั้งท่านและภรรยาของท่าน) พระองค์จึงกล่าวว่า หากพระองค์ประสงค์ พระองค์ก็จะทำตามประสงค์นั้น
____________________
อาลิ อิมรอน : 42
____________________
จากนั้นพระองค์ทรงกล่าวถึง พระนางมัรยัม อีกเช่นกัน ว่าพระองค์ได้ทรงเลือกพระนาง เป็นหญิงที่บริสุทธิ์ และได้ทรงเลือกเธอ ให้เป็นหญิง ที่เหนือกว่าบรรดาหญิงใดในประชาชาติทั้งหลาย
____________________
อาลิ อิมรอน : 45
____________________
และพระองค์ ยังให้ข่าวดี ว่าพระนางจะมีบุตร ผู้ซึ่งจะมีเกียรติอย่างมากมาย ทั้งโลกนี้โลกหน้า อัลมะซีฮ์ อีซา (หรือท่านนบีอีซา (อ.ฮ.) นั่นเอง)
_________________
อาลิ อิมรอน : 46-49
____________________
พระนางก็สงสัยว่า จะมีบุตรได้อย่างไร ในเมื่อไม่เคยมีบุรุษใดสัมผัส แตะต้องพระนางมาก่อน ... พระองค์จึงกล่าวว่า หากพระองค์ทรงประสงค์ มันก็จะเป็นไปตามนั้น
ท่านนบีอีซา(อ.ฮ.)ในวัยทารก อัลลอฮทรงทำให้ท่านพูดได้ในเวลาหนึ่ง (ในตอนที่ท่านหญิงมัรยัมจะกลับเข้าเมือง เพราะก่อนหน้านี้ ชาวเมืองต่างด่าทอท่านที่มีบุตรโดยไม่มีพ่อเด็ก ... แต่เมื่อได้ยินท่านนบีอีซา (อ.ฮ.) กล่าวถ้อยคำในขณะนั้น หลายคนจึงศรัทธา)
อัลลอฮได้ทรงสอนความรู้มากมายแก่ท่านนบีอีซา(อ.ฮ.) ทั้งคัมภีร์เตารอด และอินญีล
ได้ประทานมะอ์ญีซาตให้แก่ท่าน แสดงแก่ผู้คน
ให้ท่านปั้นดินให้เป็นนก และมันก็มีชีวิตขึ้นมา
ให้ท่านรักษาคนตาบอด จนหาย
ให้ท่านรักษาผู้ป่วยโรคเรื้อน จนหาย
ทุกอย่าง ด้วยอนุมัติจากอัลลอฮ
________________
อาลิ อิมรอน : 54
____________________
พระองค์ยังได้กล่าวถึง ช่วงเวลาที่ยาฮูดีในเวลานั้น จะสังหารท่านนบีอีซา (อ.ฮ.) อัลลอฮทรงกล่าวว่า "และพวกเขาได้วางแผน และอัลลอฮ์ ก็ทรงวางแผน ... " (เป็นอีก 1 อายัตที่ชอบมาก อายัตสั้นๆ แต่ตรึงใจ "วา มาการู วา มาการัลลอฮ" มันแสดงให้เราไม่ท้อ เมื่อเราเผชิญกับศัตรู)
__________________
อาลิ อิมรอน : 55
____________________
ซึ่งพระองค์ ก็กล่าวกับท่านนบีอีซา (อ.ฮ.) ว่าพระองค์จะยกท่านขึ้นไป รอดพ้นจากผู้ปฏิเสธศรัทธา จนถึงวันกียามัต (ก็เป็นที่มาที่วันรุ่งขึ้น คนที่โดนจับ คือหัวหน้าที่วางแผนจะสังหารท่านนบีอีซา (อ.ฮ.) ซึ่งอัลลอฮทำให้หน้าของเขามีความคล้ายท่านนบี จึงถูกลูกน้องตัวเองจับไป ตรึงกางเขน เพราะเข้าใจผิด)
__________________
อาลิ อิมรอน : 62
____________________
สิ่งนี้เป็นความจริงที่เกิดขึ้น พระองค์ทรงกล่าวแก่ท่านนบีมูฮัมหมัด (ซอลฯ) และหากมีผู้ใด โต้เถียงกันเรื่องอีซา แน่แท้ อัลลอฮจะทรงสาปแช่ง บรรดาผู้ที่พูดโกหก ...
_________________
อาลิ อิมรอน : 67
____________________
จากนั้น อัลลอฮได้ทรงกล่าวถึง พวกยะฮูดี นัศรอนี ที่โต้เถียงกันว่า ท่านนบีอิบรอฮีม เป็น ยะฮูดี หรือ นัศรอนี พระองค์กล่าวว่า ท่านเป็นมุสลิม (ผู้นอบน้อมต่ออัลลอฮ) และไม่เคยตั้งภาคีใดๆ ต่อพระองค์
_________________
อาลิ อิมรอน : 71
____________________
พระองค์ยังกล่าวถึงพวกชาวคัมภีร์ ว่าเหตุใด จึงบิดเบือนความจริงสู่ความเท็จ ทั้งๆ ที่พวกเจ้ารู้กันดีว่าความจริงเป็นอย่างไร
___________________
อาลิ อิมรอน : 74
____________________
พระองค์ยังกล่าว ว่าพระองค์ จะมอบความเมตตา เจาะจงแก่ผู้ที่พระองค์ประสงค์เท่านั้น แท้จริง พระองค์คือผู้ทรงโปรดปรานที่ยิ่งใหญ่
________________
อาลิ อิมรอน : 76
____________________
ทรงพูดถึงผู้รักษาสัญญา พวกเขาเหล่านั้นคือผู้ยำเกรงอย่างแท้จริง
____________________
อาลิ อิมรอน : 78
____________________
พระองค์ทรงกล่าวถึง บุคคลบางคน ที่กล่าวอ้าง เวลาอ่านคัมภีร์ ว่านี่คืออัลลอฮพูด ทั้งๆ ที่อัลลอฮไม่ได้กล่าวเช่นนั้น พวกนี้ โกหก และกล่าวความเท็จแก่อัลลอฮ
____________________
อาลิ อิมรอน : 81
____________________
พระองค์ยังได้กล่าวถึง คัมภีร์ และบทบัญญัติ สัจธรรมต่างๆที่ถูกประทานลงมา เมื่อมันมาถึงแล้ว เมื่อมีรอซูลมาเผยแพร่ จงศรัทธา และยำเกรงต่ออัลลอฮ ยึดมั่นต่อมัน ยอมรับมัน ... ส่วนผู้ใดที่ปฏิเสธ พวกนี้ คือผู้ฝ่าฝืน และละเมิด!
____________________
อาลิ อิมรอน : 84
____________________
อัลลอฮได้กล่าวกับท่านนบีมูฮัมหมัด (ซอลฯ) ให้ท่านกล่าวว่า เเท้จริงเราได้ศรัทธาต่ออัลลอฮแล้ว ศรัทธาต่อบรรดาสิ่งที่ถูกประทานแก่นบีคนก่อนๆ และจะไม่แยกระหว่างคนหนึ่งคนใดในพวกเขา และพวกเรานั้น เป็นผู้นอบน้อม ต่อพระองค์
____________________
อาลิ อิมรอน : 85
____________________
พระองค์ยังกล่าวถึงผู้ที่แสวงหาศาสนาอื่นนอกจากอิสลาม เขาเหล่านั้นจะอยู่ในหมู่ผู้ขาดทุนในโลกหน้า
____________________
อาลิ อิมรอน : 87
____________________
บทลงโทษของผู้ที่ผินหลังออกไป หลังจากที่ได้ศรัทธาแล้ว พระองค์จะสาปแช่งเขา ไม่เท่านั้น บรรดามลาอีกัต และ มวลมนุษยชาติ ก็จะสาปแช่งเขา เขาจะจมอยู่ในการสาปแช่งตลอดกาล ไม่มีการประวิงเวลา และโทษของเขาก็จะไม่มีการลดหย่อนใดๆ เว้นเสียแต่พวกเขาจะสำนึกตัว และเตาบัต
____________________
อาลิ อิมรอน : 91
____________________
แต่หากเสียชีวิตในสภาพผู้ปฏิเสธศรัทธา แม้จะเอาทองคำมาทั้งโลก ก็ไม่สามารถไถ่ตัวเขาออกจากการลงโทษอันแสนเจ็บปวด ทรมาน และตลอดกาลนี้ได้ และจะไม่มีความช่วยเหลือใดๆ มายังพวกเขาเหล่านี้อย่างแน่นอน
บทความที่น่าสนใจ