ในแต่ละวันกุโบรจะเรียกหาคนที่ยังมีชีวิตอยู่ 5 ครั้งด้วยกัน


กูโบร์ เป็นคำยืมมาจากภาษามลายู แปลว่าสุสานในภาษาไทย ในแต่ละวันกุโบรจะเรียกหาคนที่ยังมีชีวิตอยู่ 5 ครั้งด้วยกัน


ความตาย ” สัจธรรมอันจริงแท้ที่ไม่อาจปฏิเสธ ภาวะความจริงที่มนุษย์หวาดกลัวและคิดว่าห่างไกลจากตนที่สุด ทั้งที่ความจริงแล้ว มันใกล้ชิดและตามติดกระชั้น ยิ่งกว่าเงาที่ตามติดร่างกาย เลขอายุที่เดินไปข้างหน้า กำลังบอกกล่าวตัวเลขแห่งเวลา ที่นำพามนุษย์ก้าวเท้าเข้าหาอ้อมแขนของ “ ความตาย ” ในทุกขณะ เมื่อทุกชีวิตล้วนมีความตาย เป็นสิ่งสุดท้ายที่ให้ลิ้มลองรสชาติ จะเร็วหรือช้ารสชาตินั้นย่อมเป็นสิ่งแปลกใหม่ที่สุดเสมอ สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่ความตายเป็นอย่างไร มีรูปร่างหน้าตาเช่นไร หากแต่ภาวะก่อนก้าวสู่ประตูแห่งความตาย และภาวะหลังจากเป็นสมาชิกหนึ่งในหมู่ผู้ไร้วิญญาณต่างหาก ที่สำคัญและจำเป็นที่มนุษย์พึงพิจารณา

อิสลาม เป็นศาสนาหนึ่งที่สอนให้ตระหนักถึงความตายเสมอ พระคัมภีร์ได้ย้ำถึงสัจธรรมข้อนี้ว่า

"ทุกชีวิตย่อมลิ้มรสความตาย"

( อัล-อัมบิยาอ์ 21/35 )

ในแต่ละวันกุโบรจะเรียกหาคนที่ยังมีชีวิตอยู่ 5 ครั้งด้วยกัน

ครั้งที่ 1 มันจะบอกว่า

"ฉันคือบ้านแห่งความยากไร้

ดังนั้น พวกท่านจงเตรียม "เสบียง" มาให้พร้อม

ครั้งที่ 2 มันจะบอกว่า

"ฉันคือบ้านแห่งความหวาดกลัว

ดังนั้น พวกท่านจงนำ

"สหายที่คุ้นเคย" ร่วมทางมาด้วย

ครั้งที่ 3 มันจะบอกว่า

"ฉันคือบ้านที่เด็มไปด้วยงูพิษและแมลงป่อง

ดังนั้น พวกท่านจงเตรียม

"ยาแก้พิษ" (และเซรุ่ม) มาด้วย

ครั้งที่ 4 มันจะบอกว่า

"ฉันคือบ้านที่เด็มไปด้วยความมืดมนอนธกาล
ดังนั้น พวกท่านจงเตรียม "แสงสว่าง" ติดตัวมาด้วย

ครั้งที่ 5 มันจะบอกว่า

"ฉันคือบ้านที่เต็มไปด้วยกรวดหินดินทราย

ดังนั้น พวกท่านจงเตรียม "พรม"

(หรือผ้าปูนอน) มาด้วย

"เสบียง" ที่ว่าคือ : لا اله إلا الله

"สหายที่คุ้นเคย" คือ :

ติลาวะฮฺการอ่านคัมภีร์อัลกุรฺอานเป็นประจำ

"ยาแก้พิษ" (เซรุ่ม) คือ :

เศาะดะเกาะฮฺและค็อยรอตกุศลทาน

"แสงสว่าง" คือ :

ละหมาดห้าเวลาและละหมาดตะฮัจญุด

"พรม" หรือผ้าปูนอน คือ :

อามัลศอลิห์ (การงานที่ดีทั้งหลาย)

บทความที่น่าสนใจ

การซิยาเราะฮ์ (เยี่ยม) ชาวกุโบรนั้นมีคุณประโยชน์อย่างมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการซิยาเราะฮ์หลุมฝังศพของบรรดานักวิชาการศาสนา (อุละมาอ์) บรรดาชะฮีด (ผู้สละชีพในทางของพระเจ้า) และบรรดาวะลียุลลอฮ์ (ผู้ใกล้ชิดพระเจ้า) และการซิยาเราะฮ์หลุมฝังศพของบรรดาอิมาม (อ.) จะเป็นสื่อทำให้ตัวเราเกิดความสะอาดบริสุทธิ์จากความแปดเปื้อนและบาปทั้งมวลได้

ท่านศาสดามุฮัมมัด (ซ็อลฯ) ได้กล่าวว่า :

زُرِ القُبُورَ تُذَكّرُ بِهَا الآخرِةَ

“จงไปเยี่ยมสุสานเถิด มันจะทำให้รำลึกถึงปรโลก” (2)

และในอีกวจนะหนึ่ง ท่านกล่าวว่า :

زُورُوا قُبُورَ مَوْتَاكُمْ‏ وَ سَلِّمُوا عَلَیْهِمْ فَإِنَّ لَكُمْ فِیهِمْ عِبْرَةً

“ท่านทั้งหลายจงไปเยี่ยมหลุมฝังศพของผู้ตายของพวกท่านเถิด และจงให้สลามแก่พวกเขา เพราะแท้จริงในตัวพวกเขานั้นจะมีอุทาหรณ์และบทเรียนสำหรับพวกท่าน” (3)

ท่านศาสนทูตของอัลลอฮ์ (ซ็อลฯ) ยังได้กล่าวอีกว่า :

مَنْ‏ زَارَ قَبْرَ أَبَوَیْهِ‏ أَوْ أَحَدِهِمَا فِی كُلِّ جُمُعَةٍ غُفِرَ لَهُ وَ كُتِبَ بَرّا


“ผู้ใดที่ไปเยี่ยมหลุมฝังศพของบิดามารดาของเขา หรือคนหนึ่งคนใดจากทั้งสองในทุกวันศุกร์ เขาจะได้รับการอภัยโทษและจะถูกบันทึกว่าเป็นลูกที่ดี (ผู้กตัญญูกตเวทีต่อพ่อแม่)” (4)

นอกจากนี้ยังมีรายงานอีกว่า ดุอาอ์ ณ หลุมฝังศพของพ่อแม่นั้นจะถูกตอบรับ และท่านศาสนทูตของอัลลอฮ์ (ซ็อลฯ) กล่าวว่า “ผู้ใดก็ตามที่จะไปเยี่ยมหลุมฝังศพของฉัน ในวันแห่งการฟื้นคืนชีพ การให้การอนุเคราะห์ (ชะฟาอัต) แก่เขาจะเป็นวาญิบ (หน้าที่จำเป็น) เหนือตัวฉัน”

ท่านหญิงฟาฏิมะฮ์ อัซซะฮ์รอ (อ.) จะไปซิยาเราะฮ์ (เยี่ยม) หลุมฝังศพของท่านฮัมซะฮ์และชะฮีดคนอื่นๆ สัปดาห์ละครั้ง และจะวิงวอนขอความเมตตาและการอภัยโทษจากอัลลอฮ์ให้แก่ชะฮีดเหล่านั้น

เนื่องจากผลของการซิยาเราะฮ์ คือการติดต่อสัมพันธ์กับดวงวิญญาณของผู้ตาย และผู้ทำการซิยาเราะฮ์จะวิงวอนขอผ่านดวงวิญญาณนั้น ดังนั้นยิ่งดวงวิญญาณของผู้ตายมีความสะอาดบริสุทธิ์และสูงส่งมากเท่าใด ผู้ทำการซิยาเราะฮ์ก็จะได้รับประโยชน์มากขึ้นเพียงนั้น

เป็นที่รับรู้กันดีว่า ณ หลุมฝังศพของบรรดาผู้มีความรู้ (อุละมาอ์) นั้น ดุอาอ์และความต้องการ (ฮาญัต) จะถูกตอบรับมากกว่า และโดยพื้นฐานแล้วในสถานที่ต่างๆ ที่บรรดาวะลียุลลอฮ์ (ผู้เป็นที่รักของพระเจ้า) ถูกฝังนั้นจะมีรัศมี (นูร) มากกว่า และสามารถสัมผัสได้ว่าสถานที่เหล่านั้นจะมีความสว่างไสว ความร่มรื่นและความกว้างขวางเป็นพิเศษ และจะไม่มีความอึดอัดและความมืดมนใดๆ ตรงข้ามกับหลุมฝังศพของบรรดากุฟฟาร (ผู้ปฏิเสธศรัทธา) ที่มืดมน ไร้ความร่มรื่น น่าเบื่อหน่ายและจะก่อให้เกิดการหดหู่ใจและความอึดอัด

والله اعلم

อัพเดทล่าสุด