ซุนนะห์ในเดือนมุฮัรรอม


ซุนนะห์ในเดือนมุฮัรรอม

ในวันที่ 1 ของ เดือนมุฮัรรอม ซึ่งเป็นวันเริ่มศักราชใหม่ของ ฮิจเราะห์ศักราช ในปฏิทินอิสลาม มีซุนนะห์ให้กระทำอะไรบ้าง แล้วการอวยพรกันในวันขึ้นปีใหม่ของอิสลามนั้นเป็นบิดอะห์หรือไม่?

ตอบโดย: อ.อาลี เสือสมิง

ในวันที่ 1 เดือนมุฮัรรอมของทุกปี ถือเป็นวันแรกในปฏิทินประจำปีของชาวอาหรับ ตามการนับแบบจันทรคติ ซึ่งมีมาแต่ยุคก่อนอิสลามแล้ว กล่าวคือเดือนแรกในปฏิทินของชาวอาหรับคือ มุหัรร็อม ส่วนการตั้งศักราชโดยนับเอาการฮิจเราะฮฺของท่านนบี (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม) เป็นศักราชที่หนึ่งและเรียกศักราชนี้ว่า ฮิจญ์เราะศักราช เริ่มใช้อย่างเป็นทางการในสมัยเคาะลีฟะฮฺ อุมัร อิบนุ อัล-คอฏฏอบ (ร.ฏ.) 

โดยข้อเท็จจริงแล้วเดือนมุฮัรรอมไม่ใช่เดือนที่ท่านนบี (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม) ทำการฮิจเราะฮฺจากนครมักกะฮฺสู่นครม่าดีนะฮฺ แต่เป็นเดือนเราะบีอุ้ลเอาวัล ในปีที่ 13 นับจากการแต่งตั้งให้เป็นรสูล ครั้นจะไปถือเอาเดือนเราะบีอุลเอาวัลเป็นเดือนที่หนึ่งของการกำหนดปฏิทินฮิจเราะฮฺศักราช ก็จะก่อให้เกิดความสับสน เพราะการนับเดือนของชาวอาหรับเริ่มต้นที่เดือนมุฮัรรอมป็นเดือนที่หนึ่ง ส่วนเราะบีอุลเอาวัลเป็นเดือนในลำดับที่สาม จึงให้คงลำดับของเดือนเอาไว้ตามที่นับกันมาแต่เดิม เพียงแต่นับปีที่นบี (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม) ทำการฮิจเราะฮฺเป็นปีที่หนึ่งของศักราชเท่านั้น

และเดือนมุฮัรรอมนั้นถือเป็น หนึ่งในสี่เดือนต้องห้าม (อัล-อัชฮุ๊รฺ อัล-หุรุม) อันได้แก่ ซุลเกาะอฺดะฮฺ ซุลฮิจญะฮฺ มุฮัรรอม 3 เดือนนี้มีช่วงเวลาติดต่อกัน และอีกหนึ่งคือ เดือนเราะญับ รวมเป็น 4 เดือน

สำหรับวันที่ 1 ของเดือนมุฮัรรอมนั้นเป็นวันขึ้นปีใหม่ของปฏิทินอาหรับแน่นอน เช่นเดียวกับวันที่ 29 หรือ 30 ของเดือนซุลฮิจญะฮฺเป็นวันสุดท้ายของปีเก่า ในวันที่ 1 มุฮัรรอมจึงไม่มีซุนนะฮฺให้กระทำอะไรเป็นพิเศษ 
ยกเว้นเมื่อวันที่ 1 มุฮัรรอมนั้นไปตรงกับวันศุกร์ก็จะมีซุนนะฮฺให้กระทำสิ่งที่เกี่ยวกับซุนนะฮฺในวันศุกร์ และเรื่องของการละหมาดวันศุกร์ เมื่อวันที่ 1 มุฮัรรอมไปตรงกับวันจันทร์หรือวันพฤหัสบดีของสัปดาห์ก็มีซุนนะฮฺ ให้ถือศีลอดซุนนะฮฺซึ่งนั่นก็ไม่ใช่ซุนนะฮฺที่ให้กระทำเป็นพิเศษเพราะเป็นวันที่ 1 มุฮัรรอม แต่เพราะวันที่ 1 มุฮัรรอมไปตรงกับวันศุกร์ จันทร์ หรือ พฤหัสบดีซึ่งมีซุนนะฮฺเฉพาะวันถูกบัญญัติเอาไว้ วันที่มีซุนนะฮฺให้กระทำเป็นพิเศษจึงมิใช่วันที่ 1 มุฮัรรอม  หากแต่วันที่ 9 ซึ่งเรียกว่า วันตาซูอา และวันที่ 10 ซึ่งเรียกว่า อาชูรออฺ ของเดือนมุหัรร็อม 2 วันนี่ต่างหากที่มีซุนนะฮฺให้ถือศีลอดสุนนะฮฺตามหลักฐานจากอัล-หะดีษ

ส่วนการอวยพรในวันขึ้นปีใหม่ของปฏิทินอาหรับนั้น มิใช่เรื่องศาสนา มิใช่เรื่องศาสนกิจ (อิบาดะฮฺ) หากแต่เป็นเรื่องทางโลกที่อยู่ในหมวดการมีปฏิสัมพันธ์ (มุอามะละฮฺ) ซึ่งหลักเดิมในหมวดนี้คือ สามารถกระทำได้จนกว่าจะมีคำสั่งห้ามระบุมาก็ต้องถามว่า มีข้อห้ามที่เป็นหลักฐานทางศาสนาระบุห้ามการอวยพรในวันที่ 1 มุฮัรรอมหรือไม่ คำตอบก็คือ ไม่มี เมื่อไม่มีข้อห้ามก็สามารถกระทำได้ 

และเมื่อกระทำได้เพราะเป็นเรื่องมุอามะละฮฺ (การมีปฏิสัมพันธ์ทางโลกและประเพณีนิยม) ก็ย่อมไม่ถือว่าเป็นบิดอะฮฺ ชัรอียะฮฺ (อุตริกรรมทางศาสนา) ถึงแม้ว่าจะเป็นบิดอะฮฺ ลุเฆาะวียะฮฺ (ของใหม่ทางภาษา) ก็ตาม และเหตุที่การอวยพรในวันที่ 1 มุฮัรรอม ซึ่งเป็นวันขึ้นปีใหม่ตามจารีตประเพณีการนับวันเดือนปีไม่เป็นบิดอะฮฺทางศาสนาก็เพราะไม่ใช่เรื่องทางศาสนานั่นเอง 

ส่วนถ้าหากเราไปอ้างว่ามีซุนนะฮฺ ให้อวยพรกันในวันขึ้นปีใหม่คือ วันที่ 1 มุฮัรรอม เป็นกรณีเฉพาะการอ้างหรือเชื่อเช่นนั้นย่อมถือเป็นบิดอะฮฺทางศาสนา เพราะจริงๆ แล้วไม่มี ซุนนะฮฺปรากฏตามคำอ้างนั่นเอง 

ส่วนถ้าหากจะอ้างว่าอวยพรกันในวันที่ 1 มุฮัรรอมไม่ได้เพราะเป็นการเลียนแบบพวกยะฮูดียฺ นัศรอนียฺ หรือชนต่างศาสนิก ก็ต้องขอบอกว่า พวกยะฮูดียฺ นัศรอนียฺ และชนต่างศาสนิกไม่อวยพรกันในวันที่ 1 มุฮัรรอม แต่พวกเขาอวยพรกันในวันที่ 1 มกราคมของทุกปี แล้วจะอ้างว่าเป็นการเลียนแบบได้อย่างไร

มิหนำซ้ำถ้าอ้างว่า เลียนแบบไม่ได้เลยทุกรณีแล้วปฏิเสธได้หรือไม่ว่าเราก็นับเดือน 12 เดือนเหมือนเขา พวกเขาทำปฏิทิน เราก็ทำไม่ได้เพราะเดี๋ยวจะโดนข้อหาว่าเลียนแบบอีก แต่ทำไมจึงมีการทำปฏิทินแจกกันเกร่อไปหมดในสังคมมุสลิม คำตอบก็คือ เพราะมันไม่ใช่เรื่องศาสนาหรือเอกลักษณ์เฉพาะของศาสนา เรื่องแบบนี้ศาสนาอิสลามมิได้ห้ามแต่อย่างใด

ที่มา:  alisuasaming.org

อัพเดทล่าสุด